Show simple item record

dc.contributor.advisorวิชัย รูปขำดี, อาจารย์ที่ปรึกษาth
dc.contributor.authorไสว จันทรุจิรากรth
dc.date.accessioned2014-05-05T09:27:23Z
dc.date.available2014-05-05T09:27:23Z
dc.date.issued1989th
dc.identifier.urihttp://repository.nida.ac.th/handle/662723737/2128
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (พบ.ม. (พัฒนาสังคม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2532.th
dc.description.abstractการศึกษาเรื่อง "การเรียนรู้ทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยของนักเรียนนายร้อยทหารบก" มีวัตถุประสงค์ดังนี้คือ 1) เพื่อศึกษาทัศนคติทางการเมืองต่อระบอบประชาธิปไตยของนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพื้นฐานทางสังคมของครอบครัวของนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กับ การเรียนรู้ทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตย 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพื้นฐานทางระบบทางการศึกษาของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กับ การเรียนรู้ทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตย 4) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการติดตามข่าวสารทางการเมือง กับ การเรียนรู้ทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตย 5) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางการเมือง (ระบบการปกครองปัจจุบัน) กับ การเรียนรู้ทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตย.th
dc.description.abstractในการศึกษาครั้งนี้ได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎี ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ทางการเมืองของสังคมประกอบกับหลักการประชาธิปไตยในการพิจารณาในฐานะต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดตัวแปรที่จะศึกษาและตั้งสมมติฐาน สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสัมภาษณ์ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนนายร้อยฯ จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าที่ศึกษาอยู่ในปีการศึกษา 2532 ทั้ง 5 ชั้นปี ซึ่งมีขนาดตัวอย่างร้อยละ 25 ของจำนวนนักเรียนนายร้อยฯ แต่ละชั้นปี ประกอบด้วยนักเรียนนายร้อยฯ ชั้นปีที่ 1 จำนวน 58 นาย นักเรียนนายร้อยฯ ชั้นปีที่ 2 จำนวน 55 นาย นักเรียนนายร้อยฯ ชั้นปีที่ 3 จำนวน 53 นาย นักเรียนนายร้อยฯ ชั้นปีที่ 4 จำนวน 87 นาย นักเรียนนายร้อยฯ ชั้นปีที่ 5 จำนวน 83 นาย โดยมีสมมติฐานในการศึกษาคือ สมมติฐานที่ 1 ทัศนคติทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยของนักเรียนนายร้อยฯ มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับชั้นปีที่ศึกษา สมมติฐานที่ 2 อาชีพของบิดาที่แตกต่างกันไม่มีความสัมพันธ์กับทัศนคติทางการเมืองของนักเรียนนายร้อยฯ ที่แตกต่างกัน สมมติฐานที่ 3 ลักษณะภูมิลำเนาเดิมของนักเรียนนายร้อยฯ ที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์กับทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างกัน สมมติฐานที่ 4 นักเรียนนายร้อยฯ ที่ศึกษาหลักสูตรที่แตกต่างกันจะมีทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างกันth
dc.description.abstractการวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS (Statistical Package for the Social Sciences) ประกอบด้วยสถิติเชิงพรรณนา ใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนสถิติวิเคราะห์อาศัยค่า t, การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (ONEWAY ANALYSIS) ค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงซ้อน (MULTIPLE REGRESSION ANALYSIS)th
dc.description.abstractผลการศึกษา จากการทดสอบสมมติฐาน พบว่า 1) ทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยของนักเรียนนายร้อยฯ ชั้นปีสูงมากกว่าทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยของนักเรียนนายร้อยฯ ชั้นปีต่ำ 2) อาชีพบิดาไม่มีอิทธิพลทางการเมืองต่อทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยของนักเรียนนายร้อยฯ 3) ลักษณะภูมิลำเนาเดิมของนักเรียนนายร้อยฯ มีความสัมพันธ์กับทัศนคติทางการเมืองในแนวประชาธิปไตย นั่นคือสภาพแวดล้อมเดิมของนักเรียนนายร้อยฯ น่าจะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาความคิด และทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตย 4) ทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยระหว่างนักเรียนนายร้อยฯ ที่ศึกษาหลักสูตรใหม่ และนักเรียนนายร้อยฯ ที่ศึกษาหลักสูตรเก่าไม่มีความแตกต่างกันth
dc.description.abstractสรุปผลการศึกษา พบว่า เกิดการเรียนรู้ทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยขึ้นในกลุ่มของนักเรียนนายร้อยฯ จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในปัจจุบันจริง โดยกระบวนการเรียนการสอนตลอดจนหลักสูตรของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า แต่จากผลการศึกษาพบว่าปัจจัยภายในของระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและพื้นฐานทางสังคมของครอบครัวรวมทั้งปัจจัยด้านภูมิหลังของตัวนักเรียนนายร้อยฯ นั้นยังมีความสัมพันธ์กับทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยต่ำ ดังนั้นถ้าจะปรับปรุงทัศนคติทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยของนักเรียนนายร้อยฯ ให้มีระดับสูงขึ้นนั้นสามารถทำได้โดยส่วนหนึ่งควรเพิ่มวิชาที่ให้ความรู้สนับสนุนการมีทัศนคติทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย เช่นวิชาทางด้านสังคมศาสตร์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นไปของสังคมของไทยและนานาอารยประเทศและวิชาทหารที่ให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายของกองทัพบก ที่ใช้การเมืองนำทหาร เช่น วิชาการพัฒนาต่อสู้เบ็ดเสร็จ เป็นต้น โดยความเข้มข้นของเนื้อหาวิชาให้มากขึ้นตามชั้นปี การศึกษาที่สูงขึ้น และอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนสำคัญยิ่งคือต้องพยายามสร้างพฤติกรรมของกลไกในกระบวนการประชาธิปไตยของไทยให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนส่วนรวมของประเทศชาติตามหลักการประชาธิปไตยที่แท้จริง มิใช่การกระทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ อันเป็นการประสานสอดคล้องกันระหว่างอุดมคติและการปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้นักเรียนนายร้อยฯ ตระหนักถึงความสำคัญและคุณประโยชน์ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง อันนำไปสู่ความเลื่อมใส ศรัทธาและปลูกฝังทัศนคติทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นแก่นักเรียนนายร้อยฯ ในระดับสูงเป็นการถาวรสืบไป.th
dc.format.extentv, 240 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.subjectประชาธิปไตยth
dc.subject.lccJA 88 .T5 ส97th
dc.subject.otherการเมืองกับการศึกษา -- ไทยth
dc.subject.otherนักเรียนนายร้อยทหารบกth
dc.titleการเรียนรู้ทางการเมืองในแนวทางประชาธิปไตยของนักเรียนนายร้อยทหารบกth
dc.title.alternativePolitical socialization of army cadets in democracyth
dc.typeTextth
dcterms.accessRightsสงวนสิทธิ์ในการเข้าถึงเอกสารฉบับเต็มเฉพาะ นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เท่านั้นth
dc.rights.holderสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
mods.genreThesisth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาen
thesis.degree.nameพัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิตen
thesis.degree.levelปริญญาโทth
thesis.degree.disciplineการวิเคราะห์ทางสังคมth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.departmentโครงการบัณฑิตศึกษาพัฒนาสังคมth


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record