Show simple item record

dc.contributor.advisorปุ่น วิชชุไตรภพ
dc.contributor.authorจิรัตติกาล สุริยะ
dc.date.accessioned2016-04-18T03:03:45Z
dc.date.available2016-04-18T03:03:45Z
dc.date.issued2013
dc.identifierb181845th
dc.identifier.urihttp://repository.nida.ac.th/handle/662723737/2981
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (น.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2556.th
dc.description.abstractการศึกษา เรื่อง ปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายการ แข่งขันทางการค้ามีวัตถุประสงค์ของการศึกษาคือ ศึกษาแนวคิดและทฤษฏีว่าด้วยหลักเสรีภาพทาง เศรษฐกิจและการผูกขาดทางการค้า การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและการบังคับใช้กฎหมาย แข่งขันทางการค้าของต่างประเทศและประเทศไทย ปัญหาทางกฎหมายและการควบคุมการแข่งขัน ทางการค้า และเสนอแนะแนวทางแก้ไขกฎหมายคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ผลการศึกษาพบว่า 1) พระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 บัญญัติให้ฝ่ายการเมืองสามารถ ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้ ขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชนมักจะมี ความสัมพันธ์กันทางธุรกิจกับธุรกิจที่ถูกร้องเรียนเรื่องการค้าไม่ธรรมไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ขณะที่ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นได้มาโดยการสรรหาโดยความ เห็นชอบของรัฐสภา 2) เกณฑ์ผู้มีอำนาจเหนือตลาดของประเทศไทยไม่ชัดเจนและต้องมีการพิสูจน์ให้ได้ก่อน ว่าผู้ประกอบธุรกิจนั้นมีอำนาจเหนือตลาดจริงหรือไม่ ต่างจากเกณฑ์ผู้มีอำนาจเหนือตลาดของ ต่างประเทศเช่นสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นที่ใช้หลักพฤติกรรมตัดสินเกณฑ์ผู้มีอำนาจเหนือ ตลาด 3) องค์กรที่ควบคุมการแข่งขันการค้าของไทยและสิงคโปร์ได้รับการแต่งตั้งจากฝ่ายการ เมืองและเป็นองค์กรในกำกับของรัฐ ขณะที่สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นมีสถานะเป็นองค์กร อิสระมีอำนาจกึ่งตุลาการ (Quasi Judiciary) ในการสืบสวนสอบสวนการแข่งขันทางการค้า 4) สหภาพยุโรปโดยคณะกรรมาธิการยุโรปด้านการแข่งขันทางการค้าปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้บริโภคมีอำนาจในการเป็นผู้เริ่มคดี ไต่สวนคดี และส่งให้ศาลยุโรปดำเนินคดี ในสหรัฐอเมริกา กฎหมายจึงเปิดโอกาสเอกชนผู้ได้รับความเสียหายจาการผูกขาดสามารถฟ้องร้องต่อผู้ผูกขาดได้ โดยตรง ส่วนของประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไทยการฟ้องร้องระหว่างผู้บริโภคจะทำได้เมื่อ คณะกรรมการการค้าโดยธรรมได้สอบสวนเสร็จแล้ว แต่กรณีของไทยยังไม่มีการฟ้องร้องของผู้บริโภค ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษานี้คือ 1) ผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าต้องไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง หาก เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเอกชนจะต้องสละการถือครองหุ้นในบริษัทที่ถืออยู่ และลาออกจากการเป็น กรรมการบริษัทเอกชนก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า 2) ควรกำหนดหลักเกณฑ์ทางจริยธรรมหรือหลักเกณฑ์ทางการประพฤติสำหรับ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่มีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะ 3) ควรนำหลักการของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาปรับใช้กับคณะกรรมการที่เป็นข้าราชการการเมืองและ ข้าราชการประจำที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า 4) ควรยกสถานะสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเป็นองค์กรอิสระเพื่อแยก สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าออกจากกระทรวงพาณิชย์ และป้องกันปัญหาผลประโยชน์ ทับซ้อน 5) สำนักงานคณะการแข่งขันทางการค้าต้องเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจที่ ได้รับการร้องเรียน รวมถึงการดำเนินการของสำนักงานฯ ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนth
dc.format.extent110 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.subject.otherการบังคับใช้กฎหมาย -- ไทยth
dc.subject.otherการแข่งขันทางการค้า -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับth
dc.titleปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าth
dc.title.alternativeLegal problematic on the enforcement of competition lawth
dc.typeTextth
dc.rights.holderสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
mods.genreวิทยานิพนธ์th
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.nameนิติศาสตรมหาบัณฑิตth
thesis.degree.levelMaster'sth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
thesis.degree.departmentคณะนิติศาสตร์th


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record