Show simple item record

dc.contributor.advisorดุจเดือน พันธุมนาวินth
dc.contributor.authorกฤษณะโชติ บัวหล้าth
dc.date.accessioned2019-06-23T05:30:30Z
dc.date.available2019-06-23T05:30:30Z
dc.date.issued2018
dc.identifierb204533
dc.identifier.urihttp://repository.nida.ac.th/handle/662723737/4481
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การบริหารการพัฒนาสังคม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2558
dc.description.abstractงานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจิตลักษณะเดิม สถานการณ์ และจิตลักษณะตามสถานการณ์กับพฤติกรรมมุ่งมั่นในการเรียน ตลอดจนแสวงหาตัวทำนายและปริมาณการทำนายพฤติกรรมมุ่งมั่นในการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เป็นรุ่นแรกของครอบครัว กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ คัดเลือกเฉพาะนักศึกษาปริญญาตรีที่เป็นรุ่นแรกของครอบครัว ชั้นปีที่ 1 และ ปีที่ 2 จำนวน 543 คน จากมหาวิทยาลัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ประกอบไปด้วยเพศชาย 123 คน (22.7%) และเพศหญิง 420 คน (77.3%) อายุเฉลี่ย 19 ปี 8 เดือน สุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage sampling) โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลในกลุ่มรวม และใน 18 กลุ่มย่อย ซึ่งแบ่งตามลักษณะชีวสังคมภูมิหลังของกลุ่มตัวอย่าง กรอบแนวคิดรูปแบบทฤษฎีปฏิสัมพันธ์นิยมเป็นพื้นฐานในการกำหนดกลุ่มตัวแปรที่สำคัญ โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มได้แก่ 1) กลุ่มจิตลักษณะเดิม 4 ตัวแปร ได้แก่ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ การประเมินแก่นแห่งตน ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน และเอกลักษณ์แห่งอีโก้ 2) กลุ่มตัวแปรสถานการณ์ 4 ตัวแปร ได้แก่ การสนับสนุนทางสังคมจากอาจารย์ที่ปรึกษา/ใกล้ชิด การอบรมเลี้ยงดูแบบรักสนับสนุนและใช้เหตุผล การสนับสนุนทางสังคมจากเพื่อน/รุ่นพี่ และความคาดหวังจากครอบครัวในการเรียน 3) กลุ่มจิตลักษณะตามสถานการณ์ 3 ตัวแปร ได้แก่ ทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ความเครียดในการเรียน และความเชื่ออำนาจในตนด้านการเรียน 4) กลุ่มพฤติกรรม 3 ตัวแปร คือ พฤติกรรมกระตือรือร้นในการเรียน พฤติกรรมอุทิศตนให้กับการเรียน และพฤติกรรมจดจ่อใส่ใจในการเรียน  และ 5) กลุ่มตัวแปรชีวสังคมภูมิหลัง แบบวัดส่วนใหญ่เป็นแบบวัดชนิดมาตรประเมินรวมค่า มีค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดอยู่ระหว่าง .67 ถึง .90 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่สำคัญมี 4 ประการ คือ ประการแรก พฤติกรรมมุ่งในการเรียนมีความสัมพันธ์กันทางบวกในปริมาณปานกลาง (r= .43 ถึง .57) ประการที่สอง จิตลักษณะเดิมและสถานการณ์ รวม 8 ตัวแปร สามารถทำนายจิตลักษณะตามสถานการณ์ 3 ตัวแปร คือ 1) ทัศนคติที่ดีต่อการเรียนในกลุ่มรวม ทำนายได้ 51.7% โดยมีตัวทำนายสำคัญ คือ ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน การประเมินแก่นแห่งตน ความคาดหวังจากครอบครัวในการเรียน เอกลักษณ์แห่งอีโก้ และการสนับสนุนทางสังคมจากอาจารย์ที่ปรึกษา/ใกล้ชิด 2) ความเครียดในการเรียนในกลุ่มรวม ทำนายได้ 50.2% โดยมีตัวทำนายสำคัญ คือ เอกลักษณ์แห่งอีโก้ การประเมินแก่นแห่งตน ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน  และ 3) ความเชื่ออำนาจในตนด้านการเรียนในกลุ่มรวม ทำนายได้ 58.9% โดยมีตัวทำนายสำคัญ คือ ลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน เอกลักษณ์แห่งอีโก้ การประเมินแก่นแห่งตน  ประการที่สาม จิตลักษณะเดิม สถานการณ์ และจิตลักษณะตามสถานการณ์ รวม 11 ตัวแปร สามารถทำนายพฤติกรรมมุ่งมั่นในการเรียนทั้ง 3 ด้าน ได้ดังนี้ 1) พฤติกรรมกระตือรือร้นในการเรียนในกลุ่มรวม ทำนายได้ 45.5% โดยมีตัวทำนายสำคัญ คือ ความเชื่ออำนาจในตนด้านการเรียน ทัศนคติที่ดีต่อการเรียน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ การประเมินแก่นแห่งตน และการสนับสนุนทางสังคมจากอาจารย์ที่ปรึกษา/ใกล้ชิด 2) พฤติกรรมอุทิศตนให้กับการเรียนในกลุ่มรวม ทำนายได้ 27.1% โดยมีตัวทำนายสำคัญ คือ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ การสนับสนุนทางสังคมจากเพื่อน/รุ่นพี่ ทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ความคาดหวังจากครอบครัวในการเรียน และ3) พฤติกรรมจดจ่อใส่ใจในการเรียนในกลุ่มรวมทำนายได้ 40.2% โดยมีตัวทำนายสำคัญ คือ ความเครียดในการเรียน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ทัศนคติที่ดีต่อการเรียน และความคาดหวังจากครอบครัวในการเรียน  ประการสุดท้ายจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า กลุ่มเสี่ยงที่ควรพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ 1) กลุ่มนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยต่ำ 2) กลุ่มนักศึกษาเพศหญิงที่ไม่ใช่บุตรคนแรก 3) กลุ่มนักศึกษาเพศชายที่เป็นลูกคนแรก 4) กลุ่มนักศึกษาเพศชาย ระดับการศึกษาผู้ปกครองต่ำ เรียนสายสังคมศาสตร์ 5) กลุ่มนักศึกษาเพศหญิง ระดับการศึกษาผู้ปกครองสูง เรียนสายวิทยาศาสตร์ โดยมีปัจจัยปกป้องคือ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ทัศนคติที่ดีต่อการเรียน การสนับสนุนทางสังคมจากเพื่อน/รุ่นพี่ การสนับสนุนทางสังคมจากอาจารย์ที่ปรึกษา/ใกล้ชิด และการลดความเครียดในการเรียน จากผลการวิจัยทำให้ได้ข้อเสนอแนะเพื่อต่อยอดการวิจัย ดังนี้ 1) สามารถนำผลการวิจัยมากำหนดตัวแปรในการทำวิจัยเชิงทดลองเพื่อสร้างชุดฝึกอบรมพัฒนาจิตลักษณะและสถานการณ์ที่เหมาะสม 3 ด้าน คือ สร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ทัศนคติที่ดีต่อการเรียน และลดความเครียดในการเรียน ส่วนด้านสถานการณ์ สถานศึกษาควรพัฒนาการสนับสนุนทางสังคมจากอาจารย์ที่ปรึกษา/ใกล้ชิด และเพื่อน/รุ่นพี่ แก่นักศึกษาที่เป็นกลุ่มเสี่ยงให้มากขึ้น  2) การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis) เพื่อหาอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมของปัจจัยเชิงเหตุที่มีต่อพฤติกรรมมุ่งมั่นในการเรียน จะทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างจิตลักษณะเดิม สถานการณ์ และจิตตามสถานการณ์ไปยังพฤติกรรมมุ่งมั่นในการเรียนได้ชัดเจนมากขึ้นth
dc.description.abstractThe objectives of this study aims at investigating the relationships among the antecedents in terms of psychological characteristics and situational factors  and studying engagement behavior, as well as, to identify the important predictors and their predictive power. The samples were the first-generation university students from universities in Bangkok and other provinces of Thailand with the total of 543 undergraduate students from freshmen and sophomore level, consisted of 123 males (22.7%) and 420 females (77.3%) with the average age of 19 years 8 months. Data obtained by multi-stage sampling method. Data were analyzed in total sample group, as well as, in 18 subgroups, categorized according to demographic characteristics. Interactionism model was a basis for forming conceptual model of this study. Five groups of variables were as follows. The first group was the psychological traits consisting of 4 variables: need for achievement, core self-evaluations, future orientation and self-control, ego identity. The second group consisted of 4 situational variables: social support from adviser/ favorite teacher, loved and reasoned child rearing practice, social support from friends/ seniors, expectation from family on education. The third group consisted of 3 psychological states: favorable attitude toward learning, study stress, and belief in internal locus of control of reinforcement. The fourth group was studying engagement behaviors consisted of 3 variables: vigorous behavior relating to study, dedicative behavior relating to study, absorptive behavior relating to study. And the biosocial variables composed the last group. Most of the measures in this study were in the form of summated rating method employing 6-unit rating scale for each item. The range of score reliability was between .67 to .90 Data analysis showed four important findings. First, study engagement behavior are positively correlated in moderate (r= .43 to .57). Secondly, regarding the psychological traits and the perceived situation variables, there were totally 8 variables that could predict the following dependent variables: 1)  the favorable attitude toward learning for 51.7% in total sample. The important predictors in descending order were future orientation and self-control, core self-evaluations, expectation from family on education, ego identity and social support from adviser/ favorite teacher. For the subgroup, the predictive percentage  ranged from 47.8% to 61.3%. 2)  the study stress for 50.2% in total sample. The important predictors in descending order were ego identity, core self-evaluations, future orientation and self-control, the range of predictive power in the subgroup was from 46.7% to 63.4% and 3) the belief in internal locus of control of reinforcement for 58.9% in total sample. The important predictors in descending order were future orientation and self-control, ego identity, core self-evaluations, the range of predictive power in the subgroup was from 47.9% to 64.8%. Thirdly, 11 predictors from the psychological traits, situational factors, and psychological states could predict the following behavior: 1) vigorous behavior relating to study for 45.5% in total sample. The important predictors in descending order were the belief in internal locus of control of reinforcement, favorable attitude toward learning, need for achievement, core self-evaluations, social support from adviser/ favorite teacher. The range of predictive power in the subgroup was from 41.1% to 58.8%; 2) dedicative behavior relating to study for 27.1% in total sample. The important predictors in descending order were need for achievement, social support from friends/seniors, the favorable attitude toward learning, expectation from family on education. The range of predictive power in the subgroup was from 20.9% to 42.3%; and 3) absorptive behavior relating to study for 40.2% in total sample. The important predictors in descending order were a stress of study, need for achievement, the favorable attitude toward learning, expectation from family on education. The range of predictive power in the subgroup was from 27.3% to 47.4% Finally, the at-risk group of the first-generation university students were 1) low- grade point average students 2) female students who is not the first child and 3) male students who is a first child 4) male students who is study of social sciences program and parents have low education 5) female students who is study of sciences program and parents have high education. It can be suggested that they should be heightened and created, they are having need for achievement, future orientation and self-control, expectation from family on education, social support from adviser/ favorite teacher, low-stress of study and social support from friends/ senior. For future research, 1) the results from this study could be used to indicate training modules for develop the psychological states as increase need for achievement, the favorable attitude toward learning and low-stress of study. situational, educational institutions should be develop social support from adviser/ favorite, social support from friends/seniors for the at-risk group. 2) another statistical approach that should be employed to provide an obvious correlation-comparative study is Path Analysis.en
dc.format.extent237 แผ่น
dc.format.extentapplication/pdf
dc.language.isotha
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
dc.subjectปัจจัยทางจิตลักษณะและสถานการณ์en
dc.subjecte-Thesis
dc.subject.otherนักศึกษาth
dc.subject.otherการศึกษาขั้นอุดมศึกษา
dc.titleปัจจัยทางจิตลักษณะและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมมุ่งมั่นในการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เป็นรุ่นแรกของครอบครัวth
dc.title.alternativePsychological characteristics and situational factors as correlate of study engagement behavior of The first-generation university studentsen
dc.typeTexten
dc.rights.holderสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
mods.genreวิทยานิพนธ์th
thesis.degree.nameศิลปศาสตรมหาบัณฑิตth
thesis.degree.levelMaster's
thesis.degree.disciplineการบริหารการพัฒนาสังคมth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.departmentคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมth


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record