Wisdom Repository Repository

การพัฒนาในศตวรรษที่ 21 การเติบโตีสีเขียว หรือ การลดการเติบโต

การพัฒนาในศตวรรษที่ 21 การเติบโตีสีเขียว หรือ การลดการเติบโต

Show simple item record

dc.contributor.author พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
dc.date.accessioned 2019-12-02T11:13:16Z
dc.date.available 2019-12-02T11:13:16Z
dc.date.issued 2562-11-30
dc.identifier.citation ผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 ํ วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน - วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2562 th
dc.identifier.other c-191130063042(30 พ.ย. 62/04:40)
dc.identifier.uri http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/4679
dc.description.abstract หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม มนุษย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะน้ำมัน ถ่านหิน และสินแร่นานาชนิด ขณะเดียวกันก็ได้สร้างสารเคมีและของเสียจากอุตสาหกรรม ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทำลายน้ำ ดิน และอากาศอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และในปลายศตวรรษที่ 20 มีหลักฐานการวิจัยแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมของมนุษย์ตั้งอยู่บนฐานของระบบทุนนิยมและลัทธิบริโภคนิยมที่มุ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลักอันเป็นสาเหตุสำคัญของการทำลายล้างสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ องค์การสหประชาชาติยอมรับว่า จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน และนั่นคือที่มาของข้อเสนอการพัฒนาทางเลือกใหม่ที่เรียกว่า การพัฒนาแบบยั่งยืน หรือเศรษฐกิจสีเขียว หรือการเติบโตสีเขียว ขึ้นมา นักวิชาการ นักนวสมัยนิยมเชิงนิเวศ เห็นว่า ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมแห่งยุคสมัยมาจากความล้มเหลวของระบบตลาดแบบเดิมที่มุ่งแข่งขันและแสวงหากำไรสูงสุดเป็นสรณะ ซึ่งหากปรับเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับระบบตลาดเพียงบางส่วนก็สามารถแก้ปัญหาการทำลายล้างสิ่งแวดล้อมได้แล้ว และนั่นคือแนวคิดระบบตลาดที่มีทิศทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั่นเอง แนวคิดการพัฒนาแบบ การเติบโตสีเขียว เชื่อว่าความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมสามารถดำรงอยู่ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความรุ่งเรืองของสังคมได้ ซึ่งหมายถึงเป้าหมายการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติกับการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ขัดแย้งกัน ยังมีงานวิจัยที่เสนอการแก้ปัญหาโดยใช้แนวทาง การลดการเติบโต โดยลดการผลิตและลดระดับการบริโภคอย่างมีนัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ อนึ่งแนวทางการพัฒนาแบบลดการเติบโตนั้นสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างชัดเจน คือหลัก พอประมาณ ของปรัชญาเศรษฐกิจนั้นคือแก่นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงแบบพฤติกรรมทั้งในระดับมหภาคอย่างการบริหารประเทศของรัฐบาล การใช้ทรัพยากรของหน่วยงานรัฐ และการใช้ชีวิตของประชาชน กล่าวโดยสรุป เป้าหมายแห่งสังคมคุณภาพรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีและมีการกระจายรายได้และความมั่งคั่งอย่างทั่วถึงนั้น จะเกิดขึ้นได้จำเป็นต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการพัฒนาที่มุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมืดบอดไปสู่แนวทางแบบ การลดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับ การสร้างความยั่งยืนทางสังคม แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้มิใช่ริเริ่มจากรัฐบาลและข้าราชการแต่อย่างใด หากแต่ต้องริเริ่มและขยายการขับเคลื่อนโดยภาคประชาชนเป็นสำคัญ th
dc.format.extent 2 หน้า th
dc.format.mimetype application/pdf th
dc.language.iso tha th
dc.publisher ผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 ํ th
dc.subject ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม th
dc.subject การเติบโตสีเขียว th
dc.subject การพัฒนาแบบยั่งยืน th
dc.subject.other สิ่งแวดล้อม th
dc.subject.other ทรัพยากรธรรมชาติ th
dc.subject.other ทุนนิยม th
dc.subject.other เศรษฐกิจสีเขียว th
dc.subject.other การเติบโตสีเขียว th
dc.subject.other นักนวสมัยนิยมเชิงนิเวศ th
dc.subject.other การพัฒนาอย่างยั่งยืน th
dc.subject.other ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม th
dc.title การพัฒนาในศตวรรษที่ 21 การเติบโตีสีเขียว หรือ การลดการเติบโต th
dc.type Text th
dcterms.accessRights สงวนสิทธิ์ในการเข้าถึงเอกสารฉบับเต็ม เฉพาะ นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เท่านั้น th
dc.rights.holder พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต th
dc.rights.holder ผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 ํ th
mods.genre บทความ--วิชาการ th
mods.physicalLocation สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา th


Files in this item (content)

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record

Search Wisdom Repository


Browse

My Account

Language