Show simple item record

dc.contributor.advisorสุวารี นามวงค์th
dc.contributor.authorสรัญพร สุรวิชัยth
dc.date.accessioned2020-06-09T02:44:15Z
dc.date.available2020-06-09T02:44:15Z
dc.date.issued2018
dc.identifierb207958
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/4991
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (กจ.ม. (การจัดการการท่องเที่ยวและบริการแบบบูรณาการ))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2561
dc.description.abstractการวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องผู้นำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณของแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ จังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งดึงดูดใจของแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ จังหวัดเชียงใหม่ 3) เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกของแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ จังหวัดเชียงใหม่ 4) เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Approach) ซึ่งมีการใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือ โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก ผู้ประกอบการหรือผู้มีส่วนให้บริการในแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ ในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งในส่วนของสถานที่รูปแบบวัดและรีสอร์ท จำนวน 15 คน กลุ่มที่สอง หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สำนักพระพุทธจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 คน และกลุ่มที่สาม นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณในแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณในส่วนของสถานที่รูปแบบวัดและรีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 23 คน อย่างไรก็ตามผู้วิจัยได้มีการใช้วิธีสังเกตในการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ด้วยเช่นกัน  ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ได้เลือกพื้นที่ในการศึกษาจำนวน 12 แห่ง สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา(Content Analysis) ผลการศึกษาเรื่องผู้นำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณของแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ผู้นำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณของแหล่งท่องเที่ยวทั้งในสถานที่รูปแบบวัดและรีสอร์ท ยังไม่มีความพร้อมหรือศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว เริ่มจากสถานที่รูปแบบรีสอร์ท ส่วนใหญ่ไม่มีผู้นำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณที่ทำงานในลักษณะประจำภายในแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงในแต่ละรีสอร์ทยังมีผู้นำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณประมาณ1-2 คน ซึ่งน้อยมาก ทำให้หากผู้นำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณลาออกและนักท่องเที่ยวต้องการทำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณ รีสอร์ทต้องสูญเสียโอกาสในการได้รายได้ ในขณะที่สถานที่รูปแบบวัด แต่ละวัดนับว่ามีผู้นำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณที่ให้การสอนกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณแก่นักท่องเที่ยวที่น้อยเช่นกัน ทำให้หากนักท่องเที่ยวมาเพิ่มขึ้น จะไม่สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง ส่วนผลการศึกษาสิ่งดึงดูดใจของแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเด็น 1) สภาพแวดล้อม พบว่า โดยรวมแต่ละแหล่งท่องเที่ยวมีสภาพแวดล้อมในเรื่องของบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างเห็นว่ามีความปลอดภัยในการมา 2) ความเป็นที่รู้จักและชื่อเสียง พบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณในสถานที่รูปแบบวัดจะมีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวในสถานที่รูปแบบรีสอร์ท 3) การนำเสนอการให้บริการ พบว่า หากเป็นสถานที่รูปแบบวัดจะมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถนำเสนอการให้บริการที่หลากหลายได้ ขณะที่สถานที่รูปแบบรีสอร์ท ภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่นับว่ามีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชิงจิตวิญญาณที่หลากหลาย แต่เมื่อพิจารณาแต่ละรีสอร์ท กล่าวได้ว่า ณ ปัจจุบัน แต่ละรีสอร์ทยังคงมีกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณที่ยังไม่หลากหลายในการดึงดูดนักท่องเที่ยว 4) การส่งเสริมการท่องเที่ยว พบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณในสถานที่รูปแบบวัด เบื้องต้นนับมีช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่ให้ข้อมูลครบถ้วนผ่านทางเว็ปไซด์เป็นหลักรวมถึงเฟซบุ๊กของแหล่งท่องเที่ยว และที่สำคัญนักท่องเที่ยวที่เคยมามีการนำไปบอกเล่าปากต่อปากในทางที่ดีให้กับบุคคลที่สาม ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณในสถานที่รูปแบบรีสอร์ทยังมีการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ค่อยดี เนื่องจากช่องทางข่าวสารของรีสอร์ท แต่ละแห่งนับว่ายังไม่พร้อม เช่น ไม่ได้มีการใส่รายละเอียดของกิจกรรมที่ชัดเจน สำหรับผลการศึกษาสิ่งอำนวยความสะดวกของแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ประเด็น 1) ห้องพัก พบว่า ศักยภาพของห้องพักในการรองรับนักท่องเที่ยวผู้วิจัยสามารถพิจารณาได้เฉพาะสถานที่วัดเท่านั้น เนื่องจากสถานที่รีสอร์ท ณ ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่เข้ามายังรีสอร์ทเพื่อมาทำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณมีเป็นส่วนน้อย ซึ่งทั้งนี้นักท่องเที่ยวต่างมีความพึงพอใจในเรื่องที่พัก แต่ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน ห้องพักในการรองรับนักท่องเที่ยวนับว่าไม่เพียงพอ 2) อาหารและเครื่องดื่ม พบว่า ทางแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณได้มีการจัดเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพซึ่งตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี 3) โรงอาหารหรือห้องรับประทานอาหาร พบว่า เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณในสถานที่รูปแบบวัด จะมีการให้บริการกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณ คือ การปฏิบัติธรรมเป็นหลัก ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว จำเป็นต้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่ำ3 วัน ฉะนั้น โรงอาหารหรือห้องรับประทานอาหารจึงมีความสำคัญ ซึ่งทางวัดส่วนใหญ่นับว่ามีขนาดของโรงอาหารที่รองรับนักท่องเที่ยวได้เพียงพอ 4) ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พบว่า หากเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณในสถานที่รูปแบบวัด ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนับว่ามีความพร้อม เนื่องจาก มีบุคลากรที่มีความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณซึ่งสามารถให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวได้ ขณะที่สถานที่รูปแบบรีสอร์ทนับว่าตรงกันข้าม 5) ที่จอดรถ พบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณส่วนใหญ่นับว่ามีที่จอดรถที่เพียงพอ 6) สถานที่ใช้ทำกิจกรรม พบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณส่วนใหญ่นับว่ามีสถานที่ใช้ทำกิจกรรมที่เหมาะสมแก่การทำกิจกรรมเชิงจิตวิญญาณ และ 7) เส้นทางการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว พบว่า ทุกแหล่งท่องเที่ยวนับว่ามีศักยภาพในเรื่องเส้นทางการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก มีสภาพถนนดี ไม่อันตรายรวมถึงมีป้ายบอกในการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว ส่วนผลการศึกษาสุดท้าย การบริหารจัดการโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ จังหวัดเชียงใหม่  พบว่าแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณจังหวัดเชียงใหม่ ณ ปัจจุบันยังไม่ได้มีการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆในการพัฒนากิจกรรมเชิงจิตวิญญาณภายในแหล่งท่องเที่ยวth
dc.description.abstractThe main aim of this study is to investigate the development potential of spiritual tourism. To achieve the research aim, four objectives were raised: 1) to inquired the opinion about Spiritual activity leader of spiritual tourism destinations: 2) to inquired the opinion about attraction of spiritual tourism destinations: 3) to inquired the opinion about facilities of spiritual tourism destinations: 4) to inquired the opinion about ancillary of spiritual tourism destinations. This study was conducted with qualitative research methodology by using in-depth interview technique to collect data from 3 sample groups: 1) 15 entrepreneurs or service providers in spiritual tourism destinations, Chiang Mai Province, in both of temple places and resort places: 2) 1 government agency related to spiritual tourism destination in Chiang Mai, Chiang Mai Provincial office of Buddhism: 3) 23 spiritual tourists who traveled to spiritual tourism destinations, in both of temple places and resort places. Besides in-depth interview technique, observation technique was also used in this research. The selected 12 places were chosen in this research. Afterwards, content analysis was used to analyze data. The results of Spiritual activity leader of spiritual tourism destinations interview in Chiang Mai showed that Spiritual activity leader, in both of temple places and resort places, lacks of readiness, or lacks of potential to support tourists: At resort places, the number of full-time Spiritual activity leader are too less, if their resignations happen, the resorts will lose earning opportunities: At temple places, the number of Vipassana Meditation Masters who give spiritual activities lessons to tourists are too less, not thoroughly taking care of the tourists will happen if the number of tourists are increasing. The results of attraction of spiritual tourism destination interview  in Chiang Mai can be divided into 4 categories: 1) Attraction-Environment, suitable atmosphere to do spiritual activities, as well as security in overall places: 2) Attraction-Fame, temples are better-known than resorts in spiritual activities: 3) Attraction-Service offering, temples provide the limited services in spiritual activities, whereas, overall resorts in Chiang Mai provide various spiritual activities, but if giving consideration to each resort, spiritual activities are not various: 4) Attraction-Tourism Promotion, public relations are poor, almost 100% are from word-of-mouth. The results of facility of spiritual tourism destination interview in Chiang Mai can be divided into 7 categories: 1) Rooms, only spiritual tourists in temple places are considered in this research due to spiritual tourists in resort places are minority. Spiritual tourists in temple places are satisfied, however, rooms are insufficient. 2) Food and beverage, healthy food is satisfied prepared. 3) Canteens or dining rooms, size of canteens or dining rooms in temple places; important for spiritual tourists who are practicing dharma activities as a major activity at least 3 days, are sufficient. 4) Tourist service center: in temple places; there are knowledged personnel in spiritual activity who can educate knowledge to tourism, are opposed to resort places. 5) Car parks: sufficient parking in majority of spiritual tourism destination. 6) Activity places: suitable activity places for spiritual activities. 7) Accessibility to destinations: convenient traveling, well-off road, road safety, and guideposts to tourism destination does exist. The results of ancillary interview in Chiang Mai: no cooperation with stakeholders in development for spiritual activities in spiritual tourisms.en
dc.format.extent282 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.language.isotha
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.subjecte-Thesisen
dc.subjectการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณth
dc.subject.otherการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว -- ไทย -- เชียงใหม่th
dc.titleศักยภาพของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่th
dc.title.alternativeThe development potential of spiritual tourism Chiang Mai case studyen
dc.typeTexten
dc.rights.holderสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
mods.genreวิทยานิพนธ์th
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.nameการจัดการมหาบัณฑิตth
thesis.degree.levelMaster's
thesis.degree.disciplineการจัดการการท่องเที่ยวและบริการแบบบูรณาการth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.departmentคณะการจัดการการท่องเที่ยวth


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record