Show simple item record

dc.contributor.advisorเกียรติพร อำไพth
dc.contributor.authorกิติมา ติรเศรษฐเสมาth
dc.date.accessioned2020-06-12T08:51:50Z
dc.date.available2020-06-12T08:51:50Z
dc.date.issued2018
dc.identifierb208156
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5034
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (น.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2561
dc.description.abstractประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชากรวัยสูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้น แต่ประชากรวัยทำงานกลับมีสัดส่วนลดลงอย่างรวดเร็ว เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานซึ่งมีผลกระทบทางอ้อมต่อการเจริญเติบโตในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ตลาดแรงงานไทยต้องจ้างผู้สูงอายุเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่ออนาคตของประเทศไทยเกี่ยวกับปัญหาการทำงานของผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลจะได้กำหนดนโยบายส่งเสริมให้สถานประกอบการจ้างงานผู้สูงอายุแล้ว แต่เมื่อผู้สูงอายุทำงานย่อมเกิดปัญหาจากการทำงานของผู้สูงอายุ เกี่ยวกับสิทธิที่ควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างการทำงานทั้งในด้านสภาพการจ้างและสภาพการทำงานหลายประการ เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมในการกำหนดมาตรการเพื่อรองรับและแก้ไขปัญหาดังกล่าว เนื่องจากผู้สูงอายุมีข้อจำกัดด้านสุขภาพที่ต้องคำนึงถึง และเป็นกลุ่มลูกจ้างที่มีสุขภาพร่างกายแตกต่างจากลูกจ้างวัยทำงานวัยอื่น ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพื่อให้ความคุ้มครองการทำงานที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ จึงได้ศึกษาพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างสูงอายุที่จำเป็นต้องได้รับความคุ้มครอง 3 ประการ เรื่องแรกเป็นเรื่องชั่วโมงทำงาน โดยกฎหมายได้กำหนดชั่วโมงทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปทุกประเภทจำนวน 8 ชั่วโมง แต่ผู้สูงอายุซึ่งมีสุขภาพไม่เท่าเทียมกับลูกจ้างวัยทำงานอื่น จึงควรกำหนดชั่วโมงทำงานให้ลดลงกว่าแรงงานวัยทำงานอื่น ประการต่อมาเป็นเรื่องประเภทของงาน ซึ่งลูกจ้างวัยทำงานทั่วไปสามารถทำงานได้ทุกประเภทที่ไม่มีกฎหมายกำหนดห้าม ดังนั้นลูกจ้างสูงอายุที่มีความต้องการจะทำงานต่อไปก็สามารถทำงานได้ทุกประเภทงานเท่าที่เขาสามารถทำได้เช่นกัน โดยเป็นไปตามข้อตกลงที่พอใจระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ภายใต้เงื่อนไขคุณสมบัติ สุขภาพและความสามารถของลูกจ้าง ประการสุดท้ายคือค่าตอบแทนสำหรับผู้สูงอายุ รัฐมีประกาศค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดให้เป็นมาตรฐานสำหรับลูกจ้างทั่วไป แต่ลูกจ้างสูงอายุมีความเชี่ยวชาญมากกว่าลูกจ้างทั่วไปโดยมีข้อจำกัดทางสุขภาพ จึงต้องกำหนดค่าจ้างสำหรับแรงงานสูงอายุมากกว่าลูกจ้างทั่วไป ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญ 3 ประการในการคุ้มครองแรงงานผู้สูงอายุ ให้มีโอกาสได้ทำงานตามความต้องการต่อหลังเกษียณ นอกจากจะทำให้ผู้สูงอายุได้ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพด้วยความรู้ความสามารถของตนเองอย่างมีศักดิ์ศรีต่อไปแล้ว ยังทำให้ผู้สูงอายุมีส่วนช่วยสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มความสามารถth
dc.description.abstractThailand is facing the change of demographic structure to aging society as evidenced by the continuously rising number of senior citizens.  Because of this change, the proportion of aging population is growing while the number of the labor forces is reducing quickly.  The problem of the shortage of labor forces has become the important issue which indirectly affects the economic growth of the country.  Consequently, the Thai labor market has to recruit more aging workers to the market.  The issues concerning the working of older workers, therefore, unavoidably, are rising and will have an effect to the country in the near future. Although the Thai government has determined the policies to promote hiring older workers, still, the issues concerning the working of older workers are increasing, especially the legal protection rights regarding hiring conditions and working conditions.  These are problems that Thai government need to be aware of and be prepared to define the measure to support and solve such issues.  As older workers have many limitations, especially the health conditions, it is necessary to establish the measure to protect the working of older workers appropriately. Consequently, this thesis’s purpose is to study the Labor Protection Act B.E. 2541 concerning the protection of the working of older workers in 3 issues.  First, it is the number of working hours.  The general rule of number of working hours for labor forces has been specified for 8 hours.  However, the older workers whose health tend to be weaker than younger workers should work less than 8 hours.  Second, it is the type of jobs.  The labor forces can work for any jobs that are allowed by the law.  Thus, the older workers who want to continue working can pursue their works that they are capable of and agreed by both employers and them under the conditions, qualifications, health conditions, and capabilities of the employees.  Lastly, it is the compensation.  In general, the government has determined the minimum wage of labor forces.  However, the older workers mostly have better experience and expertise despite of health limitation than the younger workers.  The compensation for older workers, hence, should be higher than the younger workers. Those three categories are key factors that need to be indicated in a measure to protect older workers and to help them continue working after their retirement.  The fair measure can help the older workers earn money for living with their capabilities and pride.  Further, the older workers can be a part to contribute their capabilities and expertise to help growing the economy of the country as well.en
dc.format.extent149 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.language.isotha
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.subjecte-Thesisen
dc.subject.otherกฎหมายแรงงานth
dc.subject.otherแรงงานผู้สูงอายุth
dc.titleมาตรการในการคุ้มครองแรงงานผู้สูงอายุth
dc.title.alternativeMeasures of older employee protectionen
dc.typeTexten
dc.rights.holderสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
mods.genreวิทยานิพนธ์
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา
thesis.degree.nameนิติศาสตรมหาบัณฑิตth
thesis.degree.levelMaster's
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.departmentคณะนิติศาสตร์th


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record