Show simple item record

dc.contributor.advisorนันทา สู้รักษาth
dc.contributor.authorวรัญญา คลังเพ็ชรth
dc.date.accessioned2021-03-11T04:19:10Z
dc.date.available2021-03-11T04:19:10Z
dc.date.issued2019
dc.identifierb210746
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5119
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (วท.ม. (การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2562
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบวัดทักษะด้านจริยธรรม การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการทำงานเป็นทีม โดยใช้แบบวัดเชิงสถานการณ์ สำหรับการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานในบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์แห่งหนึ่ง พร้อมทั้งหาคุณภาพจากแบบวัดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยการศึกษาครั้งนี้ทำการศึกษากับบุคลากรบริษัทสิ่งพิมพ์แห่งหนึ่ง จำนวน 9 ฝ่ายงาน รวมทั้งสิ้น 350 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้วิจัยในครั้งนี้คือแบบวัดทักษะด้านจริยธรรม ด้านการเรียยนรู้อย่างต่อเนื่องและด้านการทำงานเป็นทีมจำนวน 12 ข้อ  มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระว่าง 0.52 – 0.77และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.73 สถิติที่ใช้ในการทำวิจัยได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตราฐาน การวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย การหาค่าอำนาจจำแนก การหาค่าความเชื่อมั่นโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบัค (Cronbach's Alpha Coefficient) การหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรและทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาความสัมพันธ์ระหว่างแบบวัดคุณลักษณะเฉพาะมาตรฐานฉบับเดิมและแบบวัดฉบับใหม่ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยใช้ค่าสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product-Moment Correlation Coefficient) ผลการศึกษาพบว่า 1. ค่าความยากง่ายของแบบวัดทักษะด้านจริยธรรมมีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง  0.57 - 0.81 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.52 – 0.77 ด้านการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องมีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.54 – 0.71 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง  0.62 – 0.82 และด้านการทำงานเป็นทีมมีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.56 – 0.78 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.51 – 0.76   2. ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดในแต่ละด้านอยู่ระหว่าง 0.72 – 0.74 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับมีค่าเท่ากับ 0.73 แสดงว่าแบบวัดมีค่าความเชื่อมั่นสูง 3. ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่คำนวณโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน พบว่า  ตัวแปรทุกตัวในแบบวัดทักษะด้านจริยธรรม การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการทำงานเป็นทีมมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) แสดงให้เห็นว่า ตัวแปรทักษะทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านจริยธรรม ด้านการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการทำงานเป็นทีม มีความสัมพันธ์กันมากพอและมีความเหมาะสมที่จะนำตัวแปรทั้ง 3 มาพัฒนาเป็นแบบวัดสำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการคัดกรองบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้นได้ th
dc.description.abstractThis study aimed to develop the measurement pattern of skills in ethics, continuous learning, and teamwork, using situational measurement for employee selection to work in a printing media company, as well as investigate the quality of measurement pattern constructed by the researcher.  This study was conducted with 350 employees from nine departments in a printing media company, obtained by Simple Random Sampling.  The tools used in the research included 12 items of measurement pattern of skills in ethics, continuous learning, and teamwork.   Discrimination was between 0.52 – 0.77 and entire reliability was 0.73.  The statistics used in the research included Mean, Standard Deviation, Difficulty, Discrimination, and Reliability, using Cronbach's Alpha Coefficient, relationship between variables and information analysis by searching for the relationship between the old version of the measurement pattern of characteristics of specific standards and the new version of the measurement pattern created by the researcher, using Pearson Product-Moment Correlation Coefficient. The study findings revealed the following: 1. The measurement pattern of skills in ethics had difficulty between 0.57 - 0.81 and discrimination between 0.52 – 0.77, continuous learning had difficulty between 0.54 – 0.71 and discrimination between 0.62 – 0.82, and teamwork had difficulty between 0.56 – 0.78 and discrimination between 0.51 – 0.76.   2. Reliability of measurement pattern of each dimension was between 0.72 – 0.74 and entire reliability equaled 0.73, meaning the measurement pattern had high level of reliability. 3. The relationship between variables calculated using Pearson Product-Moment Correlation Coefficient revealed that all variables in the measurement pattern of skills in ethics, continuous learning, and teamwork had the relationship of statistical significance (p-value < 0.05).  It showed that the variables of skills in three dimensions namely ethics, continuous learning, and teamwork had sufficient relationship.   It was also suitable to develop the three variables into measurement pattern to be used as the efficient and user-friendly tools to select employees. en
dc.format.extent126 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.language.isotha
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.subjectการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องth
dc.subjecte-Thesisen
dc.subject.otherการทำงานเป็นทีมen
dc.subject.otherจริยธรรมth
dc.titleการพัฒนาแบบวัดทักษะด้านจริยธรรม การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการทำงานเป็นทีม เพื่อคัดกรองพนักงานใหม่th
dc.title.alternativeThe development of measurement of ethic, learning and team-work skills to selection new employeeen
dc.typeTexten
dc.rights.holderสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
mods.genreวิทยานิพนธ์
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.nameวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตth
thesis.degree.levelMaster's
thesis.degree.disciplineการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.departmentคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์th


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record