Show simple item record

dc.contributor.advisorYubol Benjarongkijth
dc.contributor.authorJompon Jeebpinyoth
dc.date.accessioned2021-03-24T09:30:37Z
dc.date.available2021-03-24T09:30:37Z
dc.date.issued2020th
dc.identifier.otherb210878th
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5167th
dc.descriptionThesis (Ph.D. (Communication Arts and Innovation))--National Institute of Development Administration, 2020th
dc.description.abstractThe research is aimed for three objectives:  1) To study communication methods of professional trainers in organizing training, 2) to study training communication factors that affect training effectiveness of business organizations, and 3) to test the researcher’s developed structural equation model of latent variables, namely professional trainers’ qualifications and competence, training environmental management, trainees, and training effectiveness, with empirical data.   Mixed methods of qualitative and quantitative research were conducted. Qualitative methods were to respond to the first and second objective, while quantitative methods to the third objective. The samples of qualitative research were five professional trainers, five skillful training organizers, and five executives of private organizations in the area of human resource development.  For quantitative research, the samples were 520 trainees of in-house training programs with no less than 6 hours. From the study, it was found that   Professional trainers used 13 communication methods in training and speaking methods: lecture, coaching, narration, conversation, and questioning, were found to be used the most. Trainers’ experience, qualifications, reputation, and design of training or program content; training physical environmental management; trainees’ learning motivation and anxiety were found to be communication factors affecting training effectiveness at the highest level, while trainers’ communication; training social and psychological environmental management; trainees’ perceived self-efficacy and perceived valence of training outcome at the moderate level.  Trainers’ qualifications and competence (Trainer) and training environmental management (Management) cannot explain the variance of training effectiveness while trainees (Trainee) can.  If the standard deviation of trainees increases by 1, it will yield a .778 increase in the standard deviation of training effectiveness.  Accordingly, the developed structural equation model can explain the variance of training effectiveness by 48%  th
dc.description.abstractวิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 3 ข้อ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาวิธีการสื่อสารของวิทยากรอาชีพในการจัดการฝึกอบรม 2) เพื่อศึกษาปัจจัยทางการสื่อสารขณะฝึกอบรมที่เอื้อต่อประสิทธิภาพในการจัดการฝึกอบรมขององค์กรธุรกิจ และ 3) เพื่อทดสอบโมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยแฝง ได้แก่ คุณสมบัติและความสามารถของวิทยากรอาชีพ การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมขณะฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรม กับประสิทธิภาพการฝึกอบรมที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และมีคำถามนำวิจัย 3 ข้อ ได้แก่ 1) วิทยากรอาชีพใช้วิธีการสื่อสารในการจัดการฝึกอบรมอย่างไร 2) ปัจจัยทางการสื่อสารขณะฝึกอบรมอะไรบ้าง ที่เอื้อต่อประสิทธิภาพในการจัดการฝึกอบรมขององค์กรธุรกิจ 3) โมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยแฝง ได้แก่ คุณสมบัติและความสามารถของวิทยากรอาชีพ การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมขณะฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรม กับประสิทธิภาพการฝึกอบรม ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์หรือไม่อย่างไร และมีสมมติฐานการวิจัย ที่ว่า โมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยแฝง ได้แก่ คุณสมบัติและความสามารถของวิทยากรอาชีพ การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมขณะฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรม กับประสิทธิภาพการฝึกอบรม ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์  ผู้วิจัยจึงใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และ เชิงปริมาณผสมผสานกัน โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัยในข้อ 1) และ 2) และ เพื่อหาคำตอบตามคำถามนำวิจัยในข้อ 1) และ 2) ส่วนวิธีการวิจัยเชิงปริมาณใช้เพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัยในข้อ 3) และ เพื่อหาคำตอบตามคำถามนำวิจัยในข้อ 3) สุดท้าย เพื่อทดสอบสมมติฐานการวิจัย กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ วิทยากรอาชีพ 5 ท่าน องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฝึกอบรม (Training organizer) 5 องค์กร และ ผู้บริหารองค์กรเอกชนในสายงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Training & Development) 5 ท่าน ส่วนกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรฝึกอบรมภายในองค์กร (In-house Training) และ หลักสูตรนั้นต้องมีระยะการฝึกอบรมรวมไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง 520 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า วิทยากรอาชีพใช้วิธีการสื่อสารในการจัดการฝึกอบรม 13 วิธี โดย การพูด ได้แก่ การบรรยาย การสอน การเล่าเรื่อง การชวนคุยเพื่อชวนคิด และ การตั้งคำถามเพื่อชวนคิด เป็นวิธีการสื่อสารในการจัดการฝึกอบรมที่วิทยากรอาชีพใช้มากที่สุด ปัจจัยทางการสื่อสารขณะฝึกอบรมพบว่า ประสบการณ์ของวิทยากร คุณวุฒิของวิทยากร ชื่อเสียงของวิทยากร การออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการฝึกอบรม การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมขณะฝึกอบรมทางกายภาพ แรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรม และ ความวิตกกังวลขณะฝึกอบรมของผู้เข้ารับการฝึกอบรม เป็นปัจจัยทางการสื่อสารขณะฝึกอบรมที่เอื้อต่อประสิทธิภาพในการจัดการฝึกอบรมขององค์กรธุรกิจได้มากที่สุด ส่วน การสื่อสารของวิทยากร การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมขณะฝึกอบรมทางสังคม การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมขณะฝึกอบรมทางจิตสภาพ การรับรู้ความสามารถของตนเองของผู้เข้ารับการฝึกอบรม และ การรับรู้คุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรม เป็นปัจจัยทางการสื่อสารขณะฝึกอบรม ที่เอื้อต่อประสิทธิภาพในการจัดการฝึกอบรมขององค์กรธุรกิจได้ปานกลาง คุณสมบัติและความสามารถของวิทยากรอาชีพ (Trainer) และ การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมขณะฝึกอบรม (Management) ไม่สามารถอธิบายการแปรผันของประสิทธิภาพการฝึกอบรม (Effective) ได้ แต่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม (Trainee) สามารถอธิบายการแปรผันประสิทธิภาพการฝึกอบรม (Effective) ได้ ซึ่งถ้าค่าคะแนนของผู้เข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มขึ้น 1 หน่วยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ก็จะส่งผลให้ค่าคะแนนของประสิทธิภาพการฝึกอบรมเพิ่มขึ้น .778 หน่วยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และโมเดลสมการโครงสร้างนี้สามารถอธิบายความแปรปรวนของประสิทธิภาพการฝึกอบรม ได้ร้อยละ 48  th
dc.description.provenanceMade available in DSpace on 2021-03-24T09:30:37Z (GMT). No. of bitstreams: 2 5811831016.pdf: 4235758 bytes, checksum: 973b321868eea8ffa9da30ead8479dc9 (MD5) license.txt: 115 bytes, checksum: 2047cfd32b272b6ffc853575a013e11b (MD5) Previous issue date: 8th
dc.format.extent308 leavesth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.language.isoength
dc.publisherNational Institute of Development Administrationth
dc.rightsThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.th
dc.subjectการสื่อสารth
dc.subjectการฝึกอบรมth
dc.subjectประสิทธิภาพการฝึกอบรมth
dc.subjecte-Thesisth
dc.subject.otherTrainingth
dc.titleCommunication factors affecting training effectiveness of business organizationsth
dc.title.alternativeปัจจัยทางการสื่อสารที่เอื้อต่อประสิทธิภาพในการจัดการฝึกอบรมขององค์กรธุรกิจth
dc.typeTextth
mods.genreDissertationth
mods.physicalLocationNational Institute of Development Administration. Library and Information Centerth
thesis.degree.nameDoctor of Philosophyth
thesis.degree.levelDoctoralth
thesis.degree.disciplineCommunication Arts and Innovationth
thesis.degree.grantorNational Institute of Development Administrationth
thesis.degree.departmentThe Graduate School of Communication Arts and Management Innovationth
dc.identifier.doi10.14457/NIDA.the.2020.21


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record