Show simple item record

dc.contributor.advisorพาชิตชนัต ศิริพานิช, อาจารย์ที่ปรึกษาth
dc.contributor.authorศลาลิน ดอกเข็มth
dc.date.accessioned2014-05-05T08:55:24Z
dc.date.available2014-05-05T08:55:24Z
dc.date.issued2011th
dc.identifier.urihttp://repository.nida.ac.th/handle/662723737/533th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (วท.ม. (สถิติประยุกต์และเทคโนโลยีสารสนเทศ))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2011th
dc.description.abstractการศึกษาเรื่องนีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้และพฤติกรรมการบริโภคอาหารตลอดจน ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดรูปราง ลักษณะทัวไป ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร และพฤติกรรม การบริโภคอาหารของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในกรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ในการ เก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามการบริโภคอาหาร ซึ่งมีความเชื่อมันตามตัวชี้วัดของครอนบาค เท่ากบ 0.8943 เก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างที่่สุ่มจากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นใน กรุงเทพมหานคร โดยใช้แผนการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม ขั้น ขนาดตัวอย่างที่่ใช้ในการศึกษา จํานวน 694 คน ซึ่งสุ่มมาจากโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต 1 จํานวน 3 โรงเรียน ผลการศึกษา พบว่า เพศ เกรดเฉลี่ยสะสม และระดับการศึกษาสูงสุดของพ่อแม่หรือ ผู้ปกครองมีผลตอความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นใน กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสําคัญที่ระดับ 5% แตพฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่มีความแตกต่างระหว่างเพศ ระดับชั้นที่ศึกษา เงินที่ได้รับจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองเฉลี่ยต่อวัน และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง นอกจากนี้ยังพบว่า ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารและพฤติกรรม การบริโภคอาหารมีความสัมพันธ์กันในเชิงบวกอย่างมีนัยสําคัญระดับสูง ( และพบว่า เพศและรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของพ่อแม่หรือผู้ปกครองมีความสัมพันธ์กับขนาดรูปร่างอย่างมีนัยสําคัญ ระดับสูง ส่วนเงินที่ได้รับจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองเฉลี่ยต่อวันและระดับการศึกษาสูงสุดของพ่อแม่ หรือผู้ปกครองมีความสัมพันธ์กับขนาดรูปรางอย่างมีนัยสําคัญที่ระดับ 5% ท้ายที่สุดพบว่า นักเรียนมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคอาหารอยู่ในระดับมาก/ดี แต่ มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสมอยูในระดับปานกลาง นั้นคือ แม้นักเรียนมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคอาหารแต่อาจไม่ได้เห็นความสําคัญเกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง มากนักจึงไม่ได้นํามาปฏิบัติจริง จากการศึกษาครั้งนี้พบว่านักเรียนที่มีรูปร่างท้วมมากถึงร้อยละ 67.00 และมีรูปร่างเริ่มอ้วนถึงอ้วนร้อยละ 13.69th
dc.description.provenanceMade available in DSpace on 2014-05-05T08:55:24Z (GMT). No. of bitstreams: 1 nida-ths-b175689.pdf: 25616963 bytes, checksum: 85c0d9e579fc2510350936bee2eca002 (MD5) Previous issue date: 2011th
dc.format.extent12, 82 แผ่น ; 30 ซม.th
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subject.lccHF 5415.32 ศ17 2011th
dc.subject.otherพฤติกรรมผู้บริโภคth
dc.subject.otherการบริโภคอาหารth
dc.titleการบริโภคอาหารของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในกรุงเทพมหานครth
dc.title.alternativeThe food consumption of junior high school students in Bangkokth
dc.typeTextth
mods.genreวิทยานิพนธ์th
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.nameวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สถิติประยุกต์และเทคโนโลยีสารสนเทศ)th
thesis.degree.levelปริญญาโทth
thesis.degree.disciplineสถิติประยุกต์และเทคโนโลยีสารสนเทศth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.departmentคณะสถิติประยุกต์th
dc.identifier.doi10.14457/NIDA.the.2011.18


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record