Show simple item record

ความสุขในการทำงาน : เปรียบเทียบระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

dc.contributorAtcharaporn Wongpunth
dc.contributorอัจฉราพร วงศ์พันธุ์th
dc.contributor.advisorDuanpen Theerawanviwatth
dc.contributor.advisorเดือนเพ็ญ ธีรวรรณวิวัฒน์th
dc.contributor.otherNational Institute of Development Administration. School of Applied Statisticsth
dc.date.accessioned2022-06-01T08:41:36Z
dc.date.available2022-06-01T08:41:36Z
dc.date.issued7/1/2022th
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5850th
dc.descriptionMaster of Science (Applied Statistics) (M.S.(Applied Statistics))th
dc.descriptionวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สถิติประยุกต์) (วท.ม.(สถิติประยุกต์))th
dc.description.abstractHappiness at work: a comparison between the public and private sectors. This descriptive study aims to    1) compare the happiness at work in different dimensions both public and private, analyze the perspective of happiness at work. 2) analyze the factors influencing the happiness of people working between the public and private organizations. This research is a secondary study of data from the Working Conditions Survey Project 2018 and the happiness survey of working people (in the organization) from the National Statistical Office The study analyzed the data by using Multiple Classification Analysis (MCA) statistics. According to the study, government employees were slightly more female than male, aged between 45 – 65 years with primarily marital. Hold a bachelor's degree level and earned an average monthly income in the amount of 15,001 baht or more. Private sector employees were slightly more male than female. aged between 25 - 44 years with primarily marital. Hold the secondary level/diploma level and earned average monthly income is less than 9,000 baht. Most employees who work in the public sector are professionals in various fields as an educational and Most employees who work in the private sector are basic occupations as the manufacturing industry. The level of happiness at work is the adequate compensation with the highest average among both public and private sector employees. The correctness of the payroll resulted in the most adequate compensation average. and in terms of competency development, it was found that the chances of receiving training / further education / job visit to develop one's skills and abilities, resulting in the lowest average in terms of ability development. The results of the study revealed that comparison of personal and occupational factors affecting happiness at work found that Monthly income had a greater effect on the happiness of employees in the public sector than employees in the private sector. Occupational type had a greater effect on happiness for employees in the public sector than employees in the private sector. The level of education had a greater effect on the happiness of employees who worked in the private sector than employees who worked in the public sector. Comparing each side, it was found that monthly income affects employees in the public sector more than employees in the private sector. The level of education affects employees who work in the private sector more than employees who work in the public sector.   th
dc.description.abstractการวิจัยเรื่อง ความสุขในการทำงาน : เปรียบเทียบระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสุขในมิติต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และวิเคราะห์ถึงภาพรวมของความสุขในการทำงาน 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขของผู้ที่ทำงานระหว่างองค์กรภาครัฐและเอกชน การวิจัยนี้เป็นการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร พ.ศ.2561 และ การสำรวจความสุขของคนทำงาน (ในองค์กร) จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติวิเคราะห์การจำแนกพหุ (Multiple Classification Analysis : MCA) จากผลการศึกษาพบว่าผู้ที่ทำงานภาครัฐมีเพศหญิงมากกว่าเพศชายเล็กน้อย ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างอายุ 45 - 64 ปีและสถานภาพสมรสเป็นหลัก ในระดับการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป รายได้ต่อเดือนส่วนใหญ่อยู่ที่ 15,001 บาท ขึ้นไป ผู้ที่ทำงานภาคเอกชนมีเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างอายุ 25 - 44 ปี โดยมีสถานภาพสมรสเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่ระดับการศึกษาระดับมัธยมศึกษา/อนุปริญญา โดยส่วนใหญ่รายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 9,000 บาท ผู้ที่ทำงานภาครัฐส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่าง ๆ ประเภทอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นประเภทการศึกษา วิชาชีพ ผู้ที่ทำงานภาคเอกชนส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพงานพื้นฐาน ประเภทอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นการผลิต ระดับความสุขในการทำงานส่วนใหญ่คือด้านค่าตอบแทนที่เพียงพอมีค่าเฉลี่ยมากที่สุดทั้งผู้ที่ทำงานภาครัฐและผู้ที่ทำงานภาคเอกชน ซึ่งความถูกต้องของการจ่ายค่าจ้างมีผลทำให้ค่าเฉลี่ยด้านค่าตอบแทนที่เพียงพอมากที่สุด และด้านการพัฒนาความสามารถมีค่าเฉลี่ยที่น้อยที่สุดซึ่งพบว่าโอกาสที่จะได้รับการอบรม/ศึกษาต่อ/ดูงาน เพื่อพัฒนาทักษาและความสามารถของตนเองมีผลทำให้ค่าเฉลี่ยในด้านพัฒนาความสามารถน้อยที่สุด ผลการทดสอบสมมติฐาน การเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลและสาขาอาชีพที่มีผลต่อความสุขในการทำงานพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขในการทำงาน รายได้ต่อเดือนมีผลต่อความสุขในการทำงานของผู้ที่ทำงานภาครัฐมากกว่าผู้ที่ทำงานภาคเอกชน ประเภทอาชีพมีผลต่อความสุขในการทำงานของผู้ที่ทำงานภาครัฐมากกว่าผู้ที่ทำงานภาคเอกชน ระดับการศึกษามีผลต่อความสุขในการทำงานของผู้ที่ทำงานภาคเอกชนมากกว่าผู้ที่ทำงานภาครัฐ เมื่อเปรียบเทียบในแต่ละด้าน พบว่ารายได้ต่อเดือนมีผลต่อผู้ที่ทำงานภาครัฐมีมากกว่าผู้ที่ทำงานภาคเอกชน ระดับการศึกษามีผลต่อผู้ที่ทำงานภาคเอกชนมากกว่าผู้ที่ทำงานภาครัฐ ยกเว้นด้านค่าตอบแทนที่เพียงพอที่ผู้ที่ทำงานภาครัฐมากกว่าผู้ที่ทำงานภาคเอกชน ประเภทอาชีพมีผลต่อผู้ที่ทำงานภาครัฐมีมากกว่าภาคเอกชน ยกเว้นค่าตอบแทนที่เพียงพอและความภูมิใจในองค์กรที่ผู้ที่ทำงานภาคเอกชนมีมากกว่าผู้ที่ทำงานภาครัฐth
dc.description.provenanceMade available in DSpace on 2022-06-01T08:41:36Z (GMT). No. of bitstreams: 2 5920423031.pdf: 1399964 bytes, checksum: 14f65b5ab61b507ed3f137160c25c92a (MD5) license.txt: 202 bytes, checksum: b73cf3ce748735a79944aa8bb026b893 (MD5) Previous issue date: 7th
dc.language.isothth
dc.publisherNational Institute of Development Administrationth
dc.rightsNational Institute of Development Administrationth
dc.subjectความสุขในการทำงาน ภาครัฐ ภาคเอกชนth
dc.subjectHappiness at work public sector private sectorth
dc.subject.classificationSocial Sciencesth
dc.titleHappiness at work: a comparison between the public and private sectors. th
dc.titleความสุขในการทำงาน : เปรียบเทียบระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนth
dc.typeThesisth
dc.typeวิทยานิพนธ์th


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record