Show simple item record

dc.contributor.advisorอรุณ รักธรรม, อาจารย์ที่ปรึกษาth
dc.contributor.authorอวยชัย ชะบาth
dc.date.accessioned2014-05-05T09:15:35Z
dc.date.available2014-05-05T09:15:35Z
dc.date.issued1989th
dc.identifier.urihttp://repository.nida.ac.th/handle/662723737/902
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (พบ.ด. (การบริหารการพัฒนา))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2532.th
dc.description.abstractวัตถุประสงค์หลักของการศึกษาในครั้งนี้ คือการทดสอบทฤษฎีภาวะผู้นำจากต่างประเทศ ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ของไทยได้รวบรวมข้อมูลจากภาควิชาในมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งเป็นประชากรในการศึกษาโดยการส่งแบบสอบถามไปให้ประเมินตนเอง โดยผู้ประเมินเป็นประชากรเป้าหมายได้แก่หัวหน้าภาควิชา จำนวน 182 ท่าน คณาจารย์ จำนวน 138 ท่าน และเจ้าหน้าที่ประจำภาควิชาจำนวน 160 ท่าน และติดตามสัมภาษณ์เจาะลึกอดีตหัวหน้าภาควิชาบางท่านเพื่อประกอบข้อค้นพบจากแบบสอบถามth
dc.description.abstractมาตรวัดในการศึกษาครั้งนี้มี 8 มาตรวัด คือ มาตรวัดคุณสมบัติผู้นำ มาตรวัดภาวะผู้นำแบบมุ่งตน มาตรวัดภาวะผู้นำแบบมุ่งงาน มาตรวัดผู้นำแบบมุ่งคน และมาตรวัดผู้นำแบบมุ่งทีมงาน มาตรวัดความภาคภูมิใจในภาควิชา มาตรวัดการสื่อข้อความ และ มาตรวัดสภาพแวดล้อม ได้นำมาตรวัดไปทดสอบ และหาความเชื่อถือได้จากกลุ่มประชากรที่มิได้ตกเป็นกลุ่มตัวอย่าง ก่อนนำไปใช้ทอดในกลุ่มตัวอย่าง.th
dc.description.abstractการรวบรวมข้อมูลเริ่มดำเนินการระหว่างเดือนธันวาคม 2531 ถึงมิถุนายน 2532 หลังจากนั้นได้นำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ได้แก่ ความถี่ ความเชื่อถือได้ การวิเคราะห์การผันแปร การวิเคราะห์การจำแนกพหุ และการวิเคราะห์สมการถดถอย แบบขั้นตอนth
dc.description.abstractระดับความเชื่อถือได้ของมาตรวัดกำหนดขึ้น โดยใช้ค่าสัมประสิทธิอัลฟ่าประกอบในการเลือกข้อความในแบบสอบถาม การวิเคราะห์การผันแปร และการวิเคราะห์การจำแนกพหุ นำมาใช้เพื่อแสดงความแตกต่างระหว่างกลุ่ม และมีนัยสำคัญ และลำดับสำคัญในการอธิบายของตัวแปรอิสระต่อตัวแปรตาม การวิเคราะห์สมการถดถอยแบบขั้นตอนนำมาช่วยในการตัดสินใจว่าตัวแปรอิสระใดมีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อตัวแปรตามอย่างมีนัยสำคัญมากน้อยเพียงใดth
dc.description.abstractผลของการวิเคราะห์มีดังนี้ คือth
dc.description.abstractในภาควิชามหาวิทยาลัยของรัฐที่ศึกษา หัวหน้าภาควิชาจะใช้แบบภาวะผู้นำแบบต่าง ๆ กัน ได้แก่ ภาวะผู้นำแบบมุ่งตน ภาวะผู้นำแบบมุ่งงาน ภาวะผู้นำแบบมุ่งคน และภาวะผู้นำแบบมุ่งทีมงานth
dc.description.abstractภาวะผู้นำที่ทุกกลุ่มไม่เห็นพ้องต้องกันว่า หัวหน้าภาควิชาของตนใช้อยู่อย่างคงเส้นคงวา คือ ภาวะผู้นำแบบมุ่งตน มุ่งคนและ มุ่งทีมงาน (P .05)th
dc.description.abstractภาวะผู้นำที่ทุกกลุ่มเห็นพ้องต้องกันว่าหัวหน้าภาควิชาของตนใช้อยู่อย่างคงเส้นคงวา คือ ภาวะผู้นำแบบมุ่งงาน (P .05)th
dc.description.abstractเพื่อทำการศึกษาดูว่าแบบภาวะผู้นำแบบใดมีความสัมพันธ์และสามารถอธิบายความภาคภูมิใจของภาควิชาได้สูงสุดและรองลงไป และมีนัยสำคัญทางสถติระดับ P .05 จึงได้นำตัวแปรอิสระ และตัวแปรควบคุมเพื่อป้องกันความสัมพันธ์ลวง มาวิเคราะห์ด้วยสมการถดถอยพหุแบบขั้นตอน ผลการวิเคราะห์พบว่า มีเพียงภาวะผู้นำแบบมุ่งคนเท่านั้นที่มีความสัมพันธ์กับความภาคภูมิใจในภาควิชาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาพร้อมกันทั้ง 3 กลุ่มth
dc.description.abstractเมื่อทำการควบคุมเฉพาะหัวหน้ากลุ่มภาควิชา ปรากฏว่าภาวะผู้นำแบบมุ่งทีมงาน ทำให้หัวหน้าภาควิชามีความภาคภูมิใจในภาควิชา.th
dc.description.abstractเมื่อทำการควบคุมเฉพาะกลุ่มอาจารย์แบบภาวะผู้นำไม่มีความสัมพันธ์กับความภาคภูมิใจในภาควิชา แต่กลายเป็นตัวแปรอิสระตัวอื่น คือ คุณสมบัติของผู้นำ มีความสัมพันธ์กับความภาคภูมิใจของภาควิชาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ P .05.th
dc.description.abstractเมื่อทำการควบคุมโดยทำให้กลุ่มเจ้าหน้าที่ประจำภาควิชาคงที่ปรากฏว่า คุณสมบัติของผู้นำ และสภาพแวดล้อมของภาควิชามีความสัมพันธ์กับความภาคภูมิใจของภาควิชาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ P .05 มิใช่ภาวะผู้นำแบบใด ๆ.th
dc.description.abstractเมื่อทำการควบคุมเฉพาะกลุ่มหัวหน้าภาควิชาสายสังคมศาสตร์ พบว่า ภาวะผู้นำแบบมุ่งทีมงานเท่านั้น มีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลขององค์การ หรือความภาคภูมิใจในภาควิชา.th
dc.description.abstractเมื่อทำการควบคุมเฉพาะกลุ่มหัวหน้าภาควิชาสายวิทยาศาสตร์พบว่าไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างตัวแปรอิสระ และตัวแปรตามที่ศึกษา กรณีนี้ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมth
dc.description.abstractเมื่อทำการควบคุมเฉพาะกลุ่มอาจารย์สายสังคมศาสตร์ พบว่าไม่มีภาวะผู้นำแบบใดสัมพันธ์กับความภาคภูมิใจของภาควิชา แต่กลับเป็นตัวแปรการสื่อข้อความที่มีความสัมพันธ์กับตัวแปรตามอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ P .05.th
dc.description.abstractเมื่อทำการควบคุมเฉพาะกลุ่มอาจารย์สายวิทยาศาสตร์ปรากฏว่าไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตามอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ P .05 ซึ่งกรณีนี้ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมโดยการเพิ่มจำนวนตัวอย่างให้มากขึ้นth
dc.format.extent223 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.subjectหัวหน้าภาควิชาth
dc.subjectองค์การth
dc.subjectการบริหารth
dc.subjectสถาบันอุดมศึกษาth
dc.subject.lccHD 57.7 อ17th
dc.subject.otherผู้นำth
dc.subject.otherอาจารย์มหาวิทยาลัย -- ไทยth
dc.titleการทดสอบทฤษฎีภาวะผู้นำในองค์การระบบเปิด : กรณีภาควิชามหาวิทยาลัยของรัฐ / โดย อวยชัย ชะบาth
dc.typeTextth
dcterms.accessRightsสงวนสิทธิ์ในการเข้าถึงเอกสารฉบับเต็มเฉพาะ นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เท่านั้นth
dc.rights.holderสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
mods.genreDissertationth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาen
thesis.degree.nameพัฒนบริหารศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตen
thesis.degree.levelปริญญาเอกth
thesis.degree.disciplineการบริหารการพัฒนาth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.departmentคณะรัฐประศาสนศาสตร์th


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record