Performance evaluation of migrants' working management policy between 2019-2020

dc.contributor.advisorChindalak Vadhanasindhuth
dc.contributor.authorHathaichanok Tongsrangth
dc.date.accessioned2023-09-07T02:43:00Z
dc.date.available2023-09-07T02:43:00Z
dc.date.issued2022th
dc.date.issuedBE2565th
dc.descriptionThesis (D.P.A.)--National Institute of Development Administration, 2022th
dc.description.abstractThis study aims to 1) evaluate the migrants’ working management policy between 2019-2020, 2) study factors affecting performance of the migrants’ working management policy between 2019-2020, 3) develop an effective migrants’ working management model, and 4) suggest an effective migrants’ working management policy. The research is a mixed methods research combining qualitative research and quantitative research. The key informants included 20 implementors of relevant agencies selected by purposive sampling, and the data were analyzed by content analysis. The sample consisted of 400 employers employing migrant workers with Cambodian, Laotian, and Burmese nationalities in Bangkok and was randomly selected by Taro Yamane’s formula. The statistics used in the research were frequency, percentage, mean, and standard deviation. Results of the study showed that, in the performance of migrants’ working management policy between 2019-2020, 151,508 migrant workers had been granted their work permits from a name list of 197,280 workers submitted by their employers. Factors affecting the policy performance included policy, leadership of the organization, strategic planning, resource adequacy, digitalization, implementors, coordination and collaboration, public relations, clients/stakeholders, laws and regulations, and service processes. The effective migrants’ working management model consists of 4 main components. The first component is the organizational plan, which includes the policy, leadership of the organization, strategic planning, resource adequacy, digitalization, implementors, coordination and collaboration, public relations, clients/stakeholders, and laws and regulations. Another component is the service utilization plan, including service processes. The third one is outputs. The fourth component is outcomes. The model has been evaluated and approved by experts. All of the experts agreed that the composition of the model is appropriate. Model descriptions are congruent. The model is consistent with the national context. It is possible to implement as well as being useful for migrants’ working management in Thailand. The recommendations for an effective migrants’ working management policy are as follows: 1. The migrants’ working management policy, which has been approved by the Cabinet, will be effective only when the announcement of the Ministry of Interior and the Ministry of Labour is issued. Therefore, for each policy promulgation, the announcement of the Ministry of Interior and the Ministry of Labour must be made at the same time in order to prevent any gaps in the operation, because a policy is not a law. It is only an operational guideline. 2. The migrants’ working management policy should manage only a group of migrant workers in the nation who have been allowed to work and have an identity document from their country of origin. If those migrant workers do not renew their work permit within the specified period, or cannot find a new employer within the period specified by law, they will become illegal migrant workers. Thus, the registration of migrant workers should be opened specifically for those groups to prevent them from leaving the legal employment system. 3. Migrants’ working management should integrate a shared migrant worker database. There must be a main agency, such as the Office of the National Security Council (NSC), Internal Security Operations Command (ISOC), and Ministry of Digital Economy and Society to help link the information between each agency. 4. A shared, databased technology should be used for collecting migrant workers’ data, such as health examination, permission to stay in the Kingdom, work permit, preparing/updating history records and issuing an identity card for non-Thai persons. Relevant agencies should be able to check information from the shared database, and employers/enterprises should be able to track information from this system as well.th
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวปี 2562-2563 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานของนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว ปี 2562-2563 3) เพื่อสร้างตัวแบบการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวที่มีประสิทธิผล และ 4) เพื่อเสนอแนะนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวที่มีประสิทธิผล วิธีการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เสริมด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 ราย คัดเลือกโดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ทำงาน ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน สุ่มกลุ่มตัวอย่าง ด้วยสูตรของ Taro Yamane สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ผลการดำเนินงานของนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว ปี 2562-2563 มีแรงงานต่างด้าวได้รับการต่ออายุใบอนุญาตทำงานจำนวนทั้งสิ้น 151,508 ราย จากจำนวนแรงงานต่างด้าวซึ่งนายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อ (Name List) แจ้งความต้องการจ้างทั้งหมด 197,280 ราย สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานของนโยบาย ได้แก่ นโยบาย การนำองค์กร การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ความเพียงพอของทรัพยากร ความเป็นดิจิทัล บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน การประสานงานและความร่วมมือ การประชาสัมพันธ์ ผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กฎหมายและระเบียบ และกระบวนการให้บริการ ตัวแบบการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวที่มีประสิทธิผล ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรกคือ แผนองค์การ (Organization Plan) ซึ่งประกอบด้วย นโยบาย การนำองค์กร การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ความเพียงพอของทรัพยากร ความเป็นดิจิทัล บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน การประสานงานและความร่วมมือ การประชาสัมพันธ์ ผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กฎหมายและระเบียบ ส่วนที่สองคือ แผนการให้บริการ (Service Utilization Plan) ซึ่งได้แก่ กระบวนการให้บริการ ส่วนที่สามคือ ผลผลิต (Outputs) และส่วนที่สี่คือ ผลลัพธ์ (Outcomes) ทั้งนี้ ตัวแบบดังกล่าวเป็นตัวแบบที่ผ่านการประเมินและรับรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านมีความเห็นตรงกันว่า องค์ประกอบของตัวแบบมีความเหมาะสม การอธิบายตัวแบบมีความเชื่อมโยงกัน ตัวแบบมีความสอดคล้องกับบริบทของประเทศ และมีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ รวมถึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงสำหรับการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวของประเทศไทย ข้อเสนอแนะนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวที่มีประสิทธิผล ได้แก่ 1. นโยบายการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว ซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จะมีผลก็ต่อเมื่อประกาศกระทรวงมหาดไทยและประกาศกระทรวงแรงงานซึ่งออกตามมติคณะรัฐมนตรีนั้นๆ มีผลบังคับใช้ ดังนั้น ในการประกาศใช้นโยบายในแต่ละครั้ง จะต้องออกประกาศกระทรวงมหาดไทยและประกาศกระทรวงแรงงานในเวลาที่ใกล้เคียงกับการประกาศใช้นโยบาย เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างของการดำเนินการ เพราะนโยบายไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นเพียงแนวทางการดำเนินการ 2. นโยบายการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว ควรจะเป็นการบริหารจัดการเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยได้รับการอนุญาตทำงาน และมีเอกสารประจำตัวจากประเทศต้นทางแล้ว โดยการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว หากแรงงานต่างด้าวดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการต่อใบอนุญาตทำงานภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่สามารถหานายจ้างรายใหม่ได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะส่งผลให้แรงงานต่างด้าวกลายเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ควรเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว เป็นการเฉพาะสำหรับกลุ่มแรงงานต่างด้าวดังกล่าว เพื่อไม่ให้แรงงานต่างด้าวออกไปจากระบบการจ้างงานที่ถูกกฎหมาย 3. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ควรมีการบูรณาการฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าวร่วมกัน โดยจะต้องมีหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานหลัก เช่น สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้ามาช่วยในการดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน 4. ควรนำเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบฐานข้อมูลที่ทุกหน่วยงานใช้ร่วมกันได้ (Shared Database) มาใช้ในเก็บข้อมูลแรงงานต่างด้าว ทั้งข้อมูลการตรวจสุขภาพ การขออยู่ต่อในราชอาณาจักร การขอรับใบอนุญาตทำงาน การจัดทำหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติและออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ใช้ร่วมกันได้ และควรจะให้นายจ้าง/สถานประกอบการ สามารถติดตามข้อมูลจากระบบดังกล่าวได้ด้วยth
dc.format.extent240 leavesth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.otherb21548th
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/6573th
dc.language.isoength
dc.publisherNational Institute of Development Administrationth
dc.rightsThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.th
dc.subjectMigrant workerth
dc.subjecte-Thesisth
dc.subjectPerformance evaluationth
dc.subjectManagement policyth
dc.subject.otherPerformance -- Measurementth
dc.subject.otherMigrant laborth
dc.titlePerformance evaluation of migrants' working management policy between 2019-2020th
dc.typetext--thesis--doctoral thesisth
mods.genreDissertationth
mods.physicalLocationNational Institute of Development Administration. Library and Information Centerth
thesis.degree.departmentSchool of Public Administrationth
thesis.degree.grantorNational Institute of Development Administrationth
thesis.degree.levelDoctoralth
thesis.degree.nameDoctor of Public Administrationth
Files
Original bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
b21548.pdf
Size:
2.24 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
License bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
202 B
Format:
Plain Text
Description: