ความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบประกันสุขภาพของภาครัฐในประเทศไทย

dc.contributor.advisorประสพโชค มั่งสวัสดิ์th
dc.contributor.authorณวัฒน์ แก้วนพรัตน์th
dc.date.accessioned2019-10-30T08:57:01Z
dc.date.available2019-10-30T08:57:01Z
dc.date.issued2014th
dc.date.issuedBE2557th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2557th
dc.description.abstractประเทศไทยมีสิทธิในการรักษาพยาบาลจากภาครัฐที่ให้ความคุ้มครองกับประชาชนอยู่ 3ระบบ คือ 1. ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ 2. ระบบประกันสังคม และ 3. ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เนื่องจาก 3 ระบบนี้มีหน่วยงานต้นสังกัดที่คอยดูแลและให้ความคุ้มครองกับประชาชนที่แตกต่างกัน การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาหาความเหลื่อมล้ำา ที่เกิดจากความแตกต่างกันระหว่างสิทธิรักษาพยาบาล โดยวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำ ทั้งในเชิงข้อกำหนดและกฎระเบียบ และความเหลื่อมล้ำ ในเชิงคุณภาพของการให้บริการth
dc.description.abstractการศึกษานี้ใช้วิธีวิเคราะห์และเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากหน่วยงานต้นสังกัดของทั้ง 3 สิทธิรักษาพยาบาลสาหรับกรณีการวิเคราะห์ความเหลื่อมล้าในเชิงข้อกำหนดและกฎระเบียบ ส่วนกรณีการวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำ เชิงคุณภาพของการให้บริการนั้น การศึกษานี้ใช้แนวทางในการวิเคราะห์ปัญหาจากการใช้สิทธิรักษาพยาบาลที่ผู้รับบริการพบเจอของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับการวิเคราะห์ผ่านการให้คะแนนตอบสนองความพึงพอใจจากการรับบริการรักษาพยาบาลตามหลักแนวคิดขององค์การอนามัยโลก โดยใช้กลุ่มตัวอย่างของผู้ใช้สิทธิรักษาพยาบาลทั้ง 3 สิทธิในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล และวิเคราะห์ผ่านสถิติทดสอบสมมติฐาน ความแตกต่างระหว่างสิทธิรักษาพยาบาล ร่วมกับการใช้แบบจา ลองโพรบิตแบบเรียงลำดับเพื่อหาตัวแปรอื่น ๆ ที่มีผลต่อความพึงพอใจในการรับบริการรักษาพยาบาลของผู้รับบริการที่นอกเหนือจากปัจจัยด้านกลุ่มสิทธิรักษาพยาบาลของภาครัฐ นอกจากนี้การศึกษานี้ยังใช้ข้อมูลที่ได้จากการสารวจแพทย์ที่ให้บริการรักษาพยาบาลในเขตกรุงเทพ ฯ เพื่อวิเคราะห์ระดับปัญหาในการให้บริการผู้ป่วยในแต่ละสิทธิรักษาพยาบาล ตั้งแต่การคัดกรองกลุ่มโรคไปจนถึงการดำเนินการรักษาว่ามีปัญหาแตกต่างกันอย่างไรบ้างth
dc.description.abstractผลการวิเคราะห์ความเหลื่อมล้า ในเชิงข้อกำหนดและกฎระเบียบ พบว่า สิทธิรักษาพยาบาล ข้าราชการได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด จึงส่งผลให้ได้สิทธิประโยชน์ในการรักษาดีที่สุดใน 3 สิทธิรักษาพยาบาล ได้แก่ ความครอบคลุมของกลุ่มโรคที่คุ้มครอง จำนวนอุปกรณ์และอวัยวะเทียม โอกาสในการได้รับยาราคาแพง รวมถึงการรักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการรักษาโรคทั่ว ๆไป ในขณะที่สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ร่วมจ่ายค่ารักษา 30 บาท กลับดีกว่าสิทธิประกันสังคมที่ผู้ประกันตนต้องร่วมจ่ายค่าเบี้ยประกันให้กับตนเองในทุกด้านที่กล่าวมาth
dc.description.abstractขณะที่ความเหลื่อมล้ำในเชิงคุณภาพของการให้บริการนั้น พบว่า ผู้ใช้สิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการมีระดับความพึงพอใจในบริการทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลสูงที่สุด ส่วนผู้ใช้บริการในสิทธิประกันสังคมและสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากลับมีระดับคะแนนความพึงพอใจจากการให้บริการในระดับที่เท่ากัน และพบว่ามีปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากปัจจัยทางด้านสิทธิรักษาพยาบาลที่ส่งผลต่อระดับความพึงพอใจในการรับบริการรักษาพยาบาลได้แก่ เขตที่พักอาศัย สังกัดของสถานพยาบาลที่ไปใช้บริการ ค่ารักษาพยาบาลที่ต้องชำระเอง จำนวนสมาชิกในครัวเรือน และระดับการศึกษาสูงสุดที่ผู้รับบริการสำเร็จth
dc.description.abstractในการสำรวจระดับปัญหาในการให้บริการของแพทย์ว่าผลของความเหลื่อมล้ำเชิงข้อกาหนดและกฎระเบียบในเรื่องข้อจากัดด้านงบประมาณและนโยบายของแต่ละสิทธิรักษาพยาบาลได้ส่งผลต่อการรักษาในแต่ละขั้นตอนการรักษาอย่างไรบ้าง พบว่าสิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการเป็นสิทธิการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด รองลงมาคือสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในขณะที่สิทธิประกันสังคมเป็นสิทธิรักษาพยาบาลที่ดีน้อยที่สุด และแพทย์ให้ข้อเสนอแนะว่าหากสานักงานประกันสังคมแยกสิทธิในการรักษาพยาบาลออกจากสิทธิประโยชน์ในด้านอื่น ๆ มาให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติบริหารจัดการแทน ก็จะสร้างประสิทธิภาพในการให้บริการรักษาพยาบาลที่ดีกว่าth
dc.description.abstractส่วนแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำนั้น ผู้วิจัยพิจารณาแล้วเห็นว่าควรกา หนดให้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่คนไทยทุกคนควรจะได้รับ ในขณะที่สิทธิประกันสังคมมีวิธีการจ่ายเงินให้กับสถานพยาบาลแบบเดียวกับสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและต้องร่วมจ่ายเงินสมทบให้กับตนเองนั้น จึงควรได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และในอนาคตหากค่าจ้างของข้าราชการยังไม่สามารถสูงเท่ากับลูกจ้างในภาคเอกชน จึงสมควรให้สิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการยังคงเป็นสิทธิรักษาพยาบาลที่ดี ที่สุด อย่างไรก็ตามการได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดนี้ก็การสร้างภาระทางการคลังที่สูงตามไปด้วยจึงต้องลดสิทธิประโยชน์ที่ไม่จา เป็ นบางอย่างลง โดยทั้ง 3 สิทธิรักษาพยาบาลจะต้องร่วมจ่ายค่าบริการรักษาพยาบาลเพื่อลดภาระทางการคลังของรัฐบาลในอนาคตth
dc.format.extent301th
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.otherb191067th
dc.identifier.urihttp://repository.nida.ac.th/handle/662723737/4648th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subject.otherประกันสุขภาพth
dc.subject.otherประกันสังคมth
dc.subject.otherสวัสดิการข้าราชการth
dc.titleความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบประกันสุขภาพของภาครัฐในประเทศไทยth
dc.title.alternativeThe disparity of National Health Insurance Schemes in Thailandth
dc.typetext--thesis--master thesis
mods.genreThesis
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.departmentคณะพัฒนาการเศรษฐกิจth
thesis.degree.disciplineพัฒนาการเศรษฐกิจth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelMastersth
thesis.degree.nameเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิตth
Files
Original bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
b191067.pdf
Size:
6.02 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
full text
License bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Item-specific license agreed upon to submission
Description:
Collections