การประเมินผลกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา : กรณีศึกษา สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาในจังหวัดสมุทรสงคราม

dc.contributor.advisorสุวิชา เป้าอารีย์, อาจารย์ที่ปรึกษาth
dc.contributor.authorกนกวรา พวงประวงค์th
dc.date.accessioned2014-05-05T09:27:13Z
dc.date.available2014-05-05T09:27:13Z
dc.date.issued2011th
dc.date.issuedBE2554th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การบริหารการพัฒนาสังคม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2011th
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ประเมินผลกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาใน ด้านจจัยนำเข้า กระบวนการดำเนินงาน ผลผลิต และผลลัพธ์ โดยมีสถานศึกษาระดับ อาชีวศึกษาในจังหวัดสมุทรสงครามเป็นกรณีศึกษา ค้นหาญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงการดำเนินงานด้านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา วิธีการประเมินผลในครั้งนี้ได้นำรูปแบบการประเมิน ได้แก่ การประเมินเชิงระบบ (InputOutput Model) ของKatz and Kahn และรูปแบบการประเมิน IPOO มาดัดแปลงและ ประยุกต์ใช้ในการประเมินผล โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากบุคคลผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนักเรียนนักศึกษาในระดับอาชีวศึกษาที่เป็นผู้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงิน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษารายใหม่ในปีการศึกษา 2554 โดยแบ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถาม (Questionnaire)จ านวน 362 คน และการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสนทนา กลุ่ม Focus Group) สถานศึกษาละ 3 คนรวมจำนวน9 คน กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาและ อาจารย์ผู้ปฏิบัติงานด้านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์แบบ เจาะลึก (InDepth Interview) สถานศึกษาละ 2 คน แบ่งเป็น ผู้บริหารสถานศึกษาแห่งละ 1 คน และอาจารย์ผู้ปฏิบัติงานด้านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแห่งละ คน รวมจำนวน 6 คน ซึ่งในการประเมินผลครั้งนี้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) ได้แก่ ค่าความถี่(Frequency) ค่าร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย(Mean) และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน(Standard Deviation) ผลการศึกษา พบว่า 1. ผลการดำเนินงานในภาพรวม ได้แก่ 1.1 การประเมินปจจัยนำเข้า ปรากฏผลว่า นักเรียนนักศึกษา ผู้บริหาร สถานศึกษา และอาจารย์ผู้ปฏิบัติงาน มีความเห็นสอดคล้องกันว่าปัจจัยนำเข้ามีความเพียงพอและเหมาะสมดีในระดับหนึ่ง โดยในด้านความ จำเป็นและคุณค่าของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อ การศึกษาเป็นด้านที่มีการดำเนินงานได้ดีที่สุด (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.24) 1.2 การประเมินกระบวนการดำเนินงาน ปรากฏผลว่า นักเรียนนักศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และอาจารย์ผู้ปฏิบัติงานมีความเห็นสอดคล้องกันว่า กระบวนการ ดำเนินงานเป็นระบบดีในระดับหนึ่ง โดยในด้านการให้บริการเป็นด้านที่มีการดำเนินงานได้ดี ที่สุด (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.12) 1.3 การประเมินผลผลิต ปรากฏผลว่า นักเรียนนักศึกษามีความเห็นว่าผลผลิต จากการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21) ส่วนผู้บริหารสถานศึกษา และอาจารย์ผู้ปฏิบัติงานมีความเห็นสอดคล้องกันว่า การดำเนินงานสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ใน ระดับหนึ่งเท่านั้น 1.4 การประเมินผลลัพธ์ ปรากฏผลว่า นักเรียนนักศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และอาจารย์ผู้ปฏิบัติงานมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ผลลัพธ์จากการดำเนินงานสร้างความ พึงพอใจและสร้างเสริมจิตสำนึกในการใช้จ่ายเงินและจิตสำนึกต่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อ การศึกษาให้แก่นักเรียนนักศึกษาในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21) 2. ปัญหาหรืออุปสรรคที่สำคัญในการดำเนินงาน ได้แก่ (1) ความไม่เพียงพอของ งบประมาณที่ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจัดสรรให้แก่สถานศึกษา รวมไปจนถึงความ ไม่เพียงพอของค่าครองชีพของนักเรียนนักศึกษา (2) ความกระชั้นชิดของระยะเวลาในการ ประสานงานทางด้านข่าวสารและคำสั่งระหว่างกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม และสถานศึกษา (3) ความไม่เพียงพอของจำนวน บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของสถานศึกษา (4) การขาดความรู้ ความเข้าใจเรื่องหลักเกณฑ์และขั้นตอนต่างๆ ในการกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อ การศึกษาของนักเรียนนักศึกษา และ (5) ความล่าช้าของระบบอินเทอร์เน็ตภายในสถานศึกษา 3. ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ได้แก่ 3.1 รัฐบาลควรมีการเพิ่มงบประมาณให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มากขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการในการกู้ยืมเงินที่แท้จริงของนักเรียนนักศึกษา ทุกคน และควรเพิ่มวงเงินกู้ให้มีความเหมาะสมกับค่าครองชีพในปจจุบันมากขึ้น 3.2 ควรมีการติดต่อประสานงานที่เป็นระบบและเอื้อต่อการปฏิบัติงานระหว่าง กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม และ สถานศึกษา 3.3 ควรมีการจัดสรรบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในแต่ละสถานศึกษาให้มีจำนวน เพียงพอและเหมาะสมกับการดำเนินงานth
dc.format.extent14, 246 แผ่น ; 30 ซม.th
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.doi10.14457/NIDA.the.2011.49
dc.identifier.urihttp://repository.nida.ac.th/handle/662723737/2084th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subject.lccLB 2340.4 .T5 ก15 2011th
dc.subject.otherกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา -- ไทย -- สมุทรสงคราม --การประเมินth
dc.titleการประเมินผลกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา : กรณีศึกษา สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาในจังหวัดสมุทรสงครามth
dc.title.alternativeThe evaluation of student loan fund : a case study of vocational education institutions in Samutsongkhram Provinceth
dc.typetext--thesis--master thesisth
mods.genreThesisth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.departmentคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมth
thesis.degree.disciplineการบริหารการพัฒนาสังคมth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelMastersth
thesis.degree.nameศิลปศาสตรมหาบัณฑิตth
Files
Original bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
nida-ths-b175246.pdf
Size:
9.97 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
Full Text
Collections