การพัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ยในคดีผู้บริโภคในไทย:  ศึกษาคดีผู้บริโภคประเภทกู้ยืมเงิน

dc.contributor.advisorธีทัต ชวิศจินดาth
dc.contributor.authorไพเนตร ธนาบริบูรณ์th
dc.date.accessioned2023-12-12T07:17:18Z
dc.date.available2023-12-12T07:17:18Z
dc.date.issued2024th
dc.date.issuedBE2567th
dc.description.abstractวิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงสำรวจข้อความคิดเชิงนิติศาสตร์เกี่ยวกับปัญหาการระงับข้อพิพาททางเลือกด้วยการไกล่เกลี่ยในคดีกู้ยืมเงินแบบไม่มีหลักประกันในฐานะคดีผู้บริโภค โดยผู้ศึกษาได้กำหนดโจทย์วิจัยว่า แนวทางการพัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ยคดีผู้บริโภคประเภทการกู้ยืมเงินสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกันของประเทศไทยควรเป็นอย่างไร โดยวัตถุประสงค์หลักของการศึกษา คือ วิเคราะห์ปัญหากฎหมาย ระบบการบริหารจัดการการไกล่เกลี่ย และผลกระทบจากการปรับใช้กฎหมายและกฎเกณฑ์การไกล่เกลี่ยต่อคดีผู้บริโภคประเภทคดีกู้ยืมเงินสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกันของไทย โดยในการออกแบบการศึกษา ผู้ศึกษาได้กำหนดวิธีการวิจัยโดยใช้รูปแบบการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิจัยเอกสาร การศึกษาและวิเคราะห์ข้อความคิดและการวิเคราะห์กฎหมายเปรียบเทียบจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศญี่ปุ่น ประกอบกับการรวบรวมข้อมูลประเภทข้อเท็จจริง สถิติ ประสบการณ์และปัญหาจากการปฏิบัติงานของผู้เขียน เพื่อจัดทำแนวทางการพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยในคดีผู้บริโภคประเภทการกู้ยืมเงินแบบไม่มีหลักประกันของประเทศไทย จากการศึกษาลักษณะของคดีกู้ยืมเงินในฐานะคดีผู้บริโภคและระบบการไกล่เกลี่ยของไทยในปัจจุบันพบว่า ลักษณะแห่งหนี้ในคดีกู้ยืมเงินแบบไม่มีหลักประกันในคดีผู้บริโภคนั้น มีลักษณะที่แตกต่างจากคดีผู้บริโภคทั่วไป และไม่สามารถนำระบบการไกล่เกลี่ยตามกฎหมายไทยปัจจุบันมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 20 ตรี, บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 10(1)(1/11) และมาตรา 20 (1) และบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 มาตรา 69(1) เป็นระบบการไกล่เกลี่ยเชิงรับและเป็นทางการ (passive and formal approach) เมื่อนำระบบดังกล่าวมาปรับใช้กับคดีผู้บริโภคประเภทการกู้ยืมเงินพบว่า ระบบดังกล่าวมีข้อจำกัดหลายประการ ไม่อาจบรรลุวัตถุประสงค์ในการลดปริมาณคดีที่เข้าสู่ศาลได้ เพราะไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกหนี้ผู้บริโภคที่โดยทั่วไป ลูกหนี้จะหลีกเลี่ยงหลบหนีการถูกเร่งรัดชำระหนี้ ทำให้ลูกหนี้ไม่ยื่นคำร้องแสดงความประสงค์เพื่อเริ่มการไกล่เกลี่ยตามที่เป็นอยู่ ส่งผลให้กลไกการไกล่เกลี่ยไม่เกิดประสิทธิภาพth
dc.description.abstractThis dissertation is a study of the law pertaining to the issue of alternative dispute resolution through mediation in unsecured loan cases as consumer cases. The study investigates how to develop a mediation procedure guideline for unsecured personal loan cases in Thailand. The purpose of this study is to examine legal issues, the mediation management system, and the impact of the adoption of laws and mediation rules on consumer cases involving unsecured personal loan disputes in Thailand. The researcher applied document analysis, which formed the basis of the research methodology, which was qualitative in nature and used a content legal analysis of conceptual texts and a comparative legal study from the United States, the United Kingdom, and Japan, along with facts, statistics, and experiences from the researcher's prior work, to analyze the direction for the development of a mediation system for unsecured consumer loan cases in Thailand. The examination of unsecured loan cases as consumer cases and the current mediation system in Thailand has revealed that the nature of obligations in such cases differs from that of typical consumer cases. In addition, the mediation system in Thailand, as outlined in the Civil Procedure Code (Section 20 tri), the Consumer Protection Act B.E. 2522 (Section 10 (1) (1/1) and Section 20 (1)), and the Conciliation Act of 2019 (Section 69 (1)), is characterized as "a passive and formal approach" in nature. Upon implementing this approach in cases regarding consumer loans, it was discovered that certain restrictions exist.  The goal of reducing the court's caseload remains unachievable because consumer debtors typically avoid debt acceleration, which is in opposition to the goal. Thus, debtors refrain from submitting requests to begin mediation. When examining the legal issues that arise when consumer debtors breach contracts, it was determined that the debtors are neither certified nor protected under the consumer rights law. In addition, mediation channels prior to filing outside of court pursuant to Section 10 (1) (1/1) of the Consumer Protection Right Act cannot certify consumer loan cases because consumer loan cases have more specific characteristics than general consumer cases. In addition, it was determined, based on the current rules and regulations governing the qualifications of mediators, that there are differences between the provisions of qualifications for mediators and intermediaries as conciliators in several agencies that only define work experiences that are generally beneficial to dispute resolution. Consequently, mediators in cases involving unsecured consumer loans lack an understanding of the specific nature of such obligations, impeding effective dispute management and damage assessments. In addition, the comparative study of concepts regarding mediation in cases involving loans revealed that In the United States, the Self-Determination principle and autonomous consent have been applied as mediation's guiding principles, whereas in the United Kingdom, prior to filing a civil complaint, all disputes must be resolved through mutual mediation, with self-mediation serving as the primary requirement. And in Japan, the principles of reconciliation and avoidance of confrontation are combined to reduce conflicts and conciliate between two parties in a Japanese manner. This dissertation proposes 1) the modification and development of passive mediation principles into proactive mediation principles (Pre-active/Proactive Approach) by integrating the concept of human rights with the concept of mediation (win-win) and Buddhist philosophy to develop a new way of thinking, objectives, and concepts of mediation, dubbed "Mediation for the People," seeks to solve problems and reduce consumer debt to free consumers from poverty and meet the real needs of the owners of problems.  2) Proposes to adjust the qualifications of mediators or conciliators under the rules by adding qualifications about expertise under the related revisal rules in another area, and 3) to develop specific mediation management mechanisms by adding specific channels for consumer loan cases by submitting them to the Court of Justice or other relevant agencies such as the Office of the Consumer Protection Board, establishing policies, and developing proactive dispute resolution. This dissertation proposes to disseminate and advocate for the principle of relief (Subsidiary/Debt Forgiveness) so that consumer debtors are released from debt according to the debt repayment plan as soon as possible in accordance with the principle of mediation with the concept of human rights in mind and the mediation with self-justice concept by self-abandoning some of their demands in addition to the original foundational principles. ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาปัญหากฎหมายสารบัญญัติกรณีลูกหนี้ผู้บริโภคผิดสัญญา พบว่า ลูกหนี้ไม่ได้รับการรับรองหรือคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค อีกทั้งช่องทางการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องนอกศาล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 10 (1)(1/1)  ไม่อาจรองรับคดีผู้บริโภคประเภทการกู้ยืมเงินได้ เนื่องจากคดีกู้ยืมเงินในฐานะคดีผู้บริโภคมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากคดีผู้บริโภคทั่วไป นอกจากนี้ เมื่อพิจารณากฎเกณฑ์และกฎระเบียบเรื่องคุณสมบัติของผู้ไกล่เกลี่ยตามที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พบว่า มีความแตกต่างของบทบัญญัติว่าด้วยคุณสมบัติคนกลางผู้ประนอมยอมความและคุณสมบัติคนกลางผู้ไกล่เกลี่ยตามหน่วยงานต่าง ๆ โดยกำหนดเพียงประสบการณ์การทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททั่วไป ทำให้ผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยในคดีกู้ยืมเงินแบบไม่มีหลักประกันในฐานะคดีผู้บริโภคขาดความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของหนี้ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการข้อพิพาทและการประเมินค่าเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ จากการศึกษาข้อความคิดว่าด้วยการไกล่เกลี่ยในคดีกู้ยืมเงินของต่างประเทศ ยังพบว่า กรณีของสหรัฐอเมริกามีการปรับใช้หลักการตัดสินด้วยตนเอง (Self Determination) และหลักความสมัครใจยินยอมเป็นหลักการสำคัญในการไกล่เกลี่ย ส่วนกรณีสหราชอาณาจักร มีการกำหนดให้คู่พิพาทยุติข้อพิพาทโดยการไกล่เกลี่ยเป็นหลักสำคัญก่อนยื่นฟ้องคดีแพ่ง กรณีประเทศญี่ปุ่นมีการนำหลักความปรองดอง และการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าตามวิถีแบบญี่ปุ่นมาประกอบกันเพื่อลดความขัดแย้งและประนีประนอมยอมความกันระหว่างคู่พิพาท วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอให้มี 1) การปรับเปลี่ยนและพัฒนากฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยจากเดิมที่มีลักษณะเป็นการไกล่เกลี่ยเชิงรับเป็นการไกล่เกลี่ยเชิงรุก (Pre-active/Proactive Approach) โดยการยอมรับแนวคิดสิทธิมนุษยชน ผสมผสานกับแนวคิดการไกล่เกลี่ยเฉลี่ยประโยชน์ (win-win) และแนวคิดพุทธปรัชญา เพื่อสร้างวิธีคิด วัตถุประสงค์ และแนวคิดการไกล่เกลี่ยใหม่ คือ “การไกล่เกลี่ยเพื่อประชาชน” โดยมุ่งแก้ไขปัญหาและลดหนี้สินของลูกหนี้ผู้บริโภคให้พ้นกับดักความยากจน และตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของเจ้าของปัญหา 2) เสนอปรับแก้คุณสมบัติของผู้ไกล่เกลี่ยหรือผู้ประนอมข้อพิพาทตามกฎหมาย โดยเพิ่มคุณสมบัติเกี่ยวกับความชำนาญเฉพาะด้านเอาไว้อีกประการหนึ่ง และ 3) พัฒนากลไกการบริหารจัดการการไกล่เกลี่ยเฉพาะ โดยเพิ่มช่องทางเฉพาะกรณีสำหรับคดีผู้บริโภคประกู้ยืมเงิน โดยเสนอให้ศาลยุติธรรม โดยประธานศาลฎีกา หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดนโยบาย และดำเนินการสร้างช่องทางระงับข้อพิพาทเชิงรุกแก่คดีดังกล่าวเป็นแบบจำลอง ในเชิงกลไกป้องกัน วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้เสนอให้มีการเผยแพร่และรณรงค์หลักการช่วยเหลือผ่อนปรน (Subsidiary/Debt Forgiveness) เพื่อให้ลูกหนี้ผู้บริโภคหลุดพ้นจากหนี้ตามแผนการชำระหนี้โดยเร็วตามหลักการไกล่เกลี่ยด้วยแนวคิดการคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และการไกล่เกลี่ยยุติธรรมในตัวเองโดยลดละเลิกความต้องการบางส่วนลงด้วยตนเอง ตามระบบรากฐานโครงสร้างเดิมที่เป็นอยู่ตามวิถีพุทธ เพื่อให้เกิดการพัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ยคดีผู้บริโภคที่ยั่งยืนต่อไปth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/6729th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subjectprocess developmenten
dc.subjectการพัฒนากระบวนการth
dc.subjectalternative dispute resolutionen
dc.subjectการระงับข้อพิพาททางเลือกth
dc.subjectmediationen
dc.subjectการไกล่เกลี่ยth
dc.subjectconsumer case of loanen
dc.subjectคดีผู้บริโภคประเภทกู้ยืมเงินth
dc.titleการพัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ยในคดีผู้บริโภคในไทย:  ศึกษาคดีผู้บริโภคประเภทกู้ยืมเงินth
dc.title.alternativeA development of mediation process of consumers Cases in thailand studying consumers cases of loanth
dc.typetext--thesis--doctoral thesisth
mods.genreDissertationth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelDoctoralth
Files
Original bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
5911931001.pdf
Size:
2.42 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
License bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
202 B
Format:
Plain Text
Description: