การปรับปรุงการสอบสวนคดีค้ามนุษย์ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559

dc.contributor.advisorธนัทเทพ เธียรประสิทธิ์th
dc.contributor.authorไกรสร มีแสงth
dc.date.accessioned2022-02-28T07:46:34Z
dc.date.available2022-02-28T07:46:34Z
dc.date.issued2020th
dc.date.issuedBE2563th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (น.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2563th
dc.description.abstractพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 ได้กำหนดให้นำระบบไต่สวนมาใช้ในการพิจารณาคดีของศาล รวมทั้งกำหนดให้ศาลนำสำนวนการสอบสวนของพนักงานอัยการโจทก์มาใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาคดีด้วย ซึ่งถือเป็นการยกฐานะของสำนวนการสอบสวนคดีค้ามนุษย์ให้มีความสำคัญถึงขนาดที่ศาลต้องใช้เป็นหลักหรือแนวทางในการพิจารณาคดี แต่เนื่องจากกระบวนการในชั้นสอบสวนฟ้องร้องคดีค้ามนุษย์ยังคงอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเช่นเดียวกับคดีอาญาทั่วไป โดยมีพนักงานสอบสวนเป็นผู้ผูกขาดอำนาจสอบสวนไว้แต่เพียงผู้เดียว อันเป็นการจัดวางโครงสร้างการดำเนินคดีอาญาในชั้นสอบสวนฟ้องร้องที่แตกต่างไปจากระบบสากลที่กำหนดให้พนักงานอัยการเป็นผู้รับผิดชอบทั้งการสอบสวนและการฟ้องคดีซึ่งถือเป็นกระบวนการเดียวกันที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ โดยในปัจจุบันพนักงานสอบสวนที่มีบทบาทหลักในการสอบสวนคดีค้ามนุษย์ คือ พนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจ และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมืองแทบทั้งสิ้น ด้วยสาเหตุดังกล่าวมานี้ จึงอาจทำให้กระบวนการสอบสวนคดีค้ามนุษย์ของประเทศไทยขาดประสิทธิภาพ ในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศฝรั่งเศส ถือว่าการสอบสวนฟ้องร้องเป็นกระบวนการเดียวกัน ไม่สามารถแบ่งแยกออกจากกันได้ โดยกระบวนการในชั้นสอบสวนอยู่ในความรับผิดชอบ หรือควบคุม หรือกำกับดูแลของพนักงานอัยการตั้งแต่เริ่มต้นคดีจนกระทั่งเสร็จสิ้นการสอบสวน ดังนั้น การกำหนดให้พนักงานอัยการซึ่งเป็นองค์กรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านกฎหมายและมีหลักประกันความเป็นอิสระที่สูงกว่าพนักงานสอบสวนได้เข้ามาร่วมทำการสอบสวนตั้งแต่เริ่มต้นคดีจนกระทั่งเสร็จสิ้นการสอบสวน ย่อมทำให้เกิดกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลการสอบสวนที่มีประสิทธิภาพ ได้สำนวนการสอบสวนที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือที่ศาลสามารถใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาพิพากษาคดีได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม อันเป็นการสอดคล้องกับบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 ต่อไปth
dc.description.abstractThe Procedures for Human Trafficking Cases Act, B.E. 2559 (2016) stipulates that the inquisitorial system used in the court consideration, requiring the court to use the investigation idiom of the plaintiff prosecutor to be used as a guideline for the trial. This elevates the status of human trafficking investigation cases to be so important that the court must use it as the main or approach in the trial. However, since the process of the investigation of human trafficking cases is still subject to the Criminal Procedure Code as other general criminal cases, with the inquisitor being the monopolist on the investigation power. This is a structure of criminal proceedings at the prosecution level that is different from the international system that requires prosecutors to be responsible for both investigations and prosecutions, which are the same process that cannot be separated. At present, the inquisitors that play the main role in the investigation of human trafficking cases are the Royal Thai Police and the Department of Special, which are organizations under the executive level or political control. As mentioned above, it may cause the process of the investigation of human trafficking cases in Thailand is ineffective. In foreign countries such as the United States and France, consider the prosecution process is the same process, cannot be separated from each other. The investigation process is under the responsibility, control, or supervision of the prosecutor from the start of the case until the completion of the investigation. Therefore, the prosecutor, who is an organization with higher legal knowledge and guarantees of independence than the inquisitor, to join the investigation from the beginning of the case until the completion of the investigation causes a mechanism for checks and balances. The powerful investigation, get quality investigation idioms, and reliable that courts can be used as a guideline for judicial proceedings accurately and fairly, which is consistent with the provision and intention of the Procedures for Human Trafficking Cases Act, B.E. 2559 (2016)th
dc.format.extent123 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.doi10.14457/NIDA.the.2020.103
dc.identifier.otherb212285th
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5596th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subjecte-Thesisth
dc.subject.otherการค้ามนุษย์ -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ -- ไทยth
dc.subject.otherวิธีพิจารณาความอาญา -- ไทยth
dc.subject.otherการสืบสวนคดีอาญาth
dc.titleการปรับปรุงการสอบสวนคดีค้ามนุษย์ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559th
dc.title.alternativeReforming the investigation of human trafficking cases in accordance with Thailand’s Procedures for Human Trafficking Cases Act, B.E. 2559th
dc.typetext--thesis--master thesisth
mods.genreThesisth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.departmentคณะนิติศาสตร์th
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelMastersth
thesis.degree.nameนิติศาสตรมหาบัณฑิตth
Files
Original bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
b212285.pdf
Size:
2.91 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
License bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
202 B
Format:
Plain Text
Description:
Collections