ปุ่น วิชชุไตรภพบุญชณัฎฐา กรัชกายพันธ์บุญชณัฎฐากรัชกายพันธ์2022-02-082022-02-082016b194164https://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5477วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2559ประโยชน์สาธารณะ เป็นนิติสมบัติของกฎหมายมหาชน เป็นคุณธรรมทางกฎหมายมหาชน บรรดากฎหมายที่อยู่ภายในปริมณฑลของกฎหมายมหาชนจึงพึงมีประโยชน์สาธารณะเป็นฐานแห่ง นิติวิธี แต่โดยที่ประโยชน์สาธารณะมีลักษณะเป็นนามธรรม ยากต่อการพิจารณาขอบเขตได้อย่าง ชัดเจน จึงเป็นปัญหาในทางวิธีคิด วิธีใช้และวิธีตีความอยู่เสมอ ดังปรากฏในข้อเท็จจริงบางกรณีเมื่อ องค์กรฝ่ายรัฐผู้มีอำนาจและหน้าที่ได้ดำเนินภารกิจให้ตอบสนองเจตนารมณ์ของหลักการประโยชน์ สาธารณะ แต่ปรากฏความเสียหายขึ้นแก่ประชาชน เกิดข้อพิจารณาประโยชน์สาธารณะที่ขัดกัน กล่าวคือ เมื่อดำเนินการประโยชน์สาธารณะอย่างหนึ่งได้สำเร็จ จะส่งผลกระทบต่อประโยชน์ สาธารณะอีกอย่างหนึ่ง รวมถึงปัญหาในทางวิธีคิดทางกฎหมายมหาชนในการกำหนดความเป็น ประโยชน์สาธารณะของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ อันจะส่งผลต่อความชัดเจนในการปฏิบัติการ ขององค์กรฝ่ายรัฐในฐานะฝ่ายบริหาร วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ จึงมุ่งศึกษาการแก้ไขปัญหานิติวิธีทาง กฎหมายมหาชนของไทย ในด้านของหลักการประโยชน์สาธารณะ โดยพิจารณาเทียบเคียงกับ สังฆะ ในฐานะเป็นชุมชนของภิกษุ ที่มีความมุ่งหมายคล้ายคลึงกัน คือการดำรงอยู่เพื่อประโยชน์ของชนหมู่ มากและพัฒนาชุมชนนี้ผ่านการฝึกฝน จากการศึกษา พบวิธีการในการแก้ไขข้อบกพร่องโดยอาศัยนิติวิธีทางกฎหมายมหาชน ซึ่ง ประกอบด้วยนิติวิธีหลักที่เป็นฐานคิดสำคัญของกฎหมายมหาชน และนิติวิธีประกอบที่เป็นส่วนช่วยให้ การคิด การใช้ การตีความสามารถเข้าถึงนิติวิธีหลักได้โดยรวดเร็ว การนำหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนาเข้ามาสนับสนุนหลักการประโยชน์สาธารณะ จะใช้พุทธวิธีผ่านนิติวิธีประกอบ อันเป็น กระบวนการคิด การใช้ และการตีความด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์กฎหมาย สังคมวิทยากฎหมาย และกฎหมายเปรียบเทียบ โดยพิจารณาหลักธรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ หลักการบัญญัติพระวินัย หลักธรรมที่สนับสนุนการปฏิบัติการให้บรรลุเจตนารมณ์ของประโยชน์สาธารณะ ได้แก่ หลักจุดหมาย 3 ขั้น และหลักจุดหมาย 3 ด้าน เป็นต้น ซึ่งพบว่าหลักธรรมแต่ละประการมีความสอดคล้องกับ หลักการทางกฎหมาย ทั้งสามารถอำนวยให้การคิด การใช้ การตีความ มีความกระจ่างชัดเจนมาก ยิ่งขึ้น ส่วนข้อพิจารณาประการสำคัญคือ เหตุผลที่พึงนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการ สนับสนุนการคิด การใช้ และการตีความหลักการประโยชน์สาธารณะในกฎหมายมหาชนของไทยนั้นด้วยเป็นที่ชัดเจนว่าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามีความสอดคล้องกับสังคมวิทยาของประเทศไทย ทั้งความเป็นมาในทางประวัติศาสตร์ ที่มีความเกื้อกูลกันอยู่เสมอ ทั้งเป็นหลักการที่มีอยู่แล้วตาม ธรรมชาติ จึงเป็นหลักการที่ไม่ทำให้มนุษย์หลงผิดลงไปในทางเสื่อม หากแต่สามารถฝึกฝนพัฒนาได้ อันจะยังให้ประโยชน์สาธารณะไม่เป็นประโยชน์ที่เบียดเบียนปัจเจกบุคคล ขณะที่ปัจเจกบุคคลที่ เอื้ออำนวยให้ประโยชน์สาธารณะดำเนินไปได้อย่างเหมาะสม อนึ่ง ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะด้านการพิจารณาในทางกฎหมาย รัฐมักมองศาสนาเป็นองค์กรที่มี บทบาททางความเชื่อในสังคม หากแต่เมื่อพิจารณาเข้าไปจะพบบทบาทของศาสนาในฐานะหลักการ อันเป็นแนวคิดหรือเรียกว่า คำสอน ที่มุ่งหมายให้ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้ปฏิบัติตาม หากในทางกฎหมาย ได้นำเอาหลักการทางศาสนามาสนับสนุน ทั้งในทางหลักการคิด การใช้ และการตีความ ตามความ เหมาะสม จะพบว่าหลักการทางศาสนาสามารถผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายได้เป็นอย่างดี ทั้ง จะช่วยส่งเสริมให้กฎหมายกลายเป็นเครื่องฝึกให้ประชาชนประพฤติปฏิบัติตัวตรงตามเจตนารมณ์ได้ โดยเฉพาะในด้านหลักการประโยชน์สาธารณะที่เป็นคุณธรรมทางกฎหมายมหาชน จะไม่เกิดการ เบียดเบียนแก่ปัจเจกชน จะดำรงได้ซึ่งประโยชน์มหาชน จะเกิดเป็นดุลยภาพระหว่างประโยชน์ทั้งสอง เมื่อไม่เกิดเหตุดังกล่าวตั้งแต่ขั้นตอนของการปฏิบัติการเพื่อสนองตอบต่อประโยชน์สาธารณะ ความเสียหายของทั้งสองฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐและฝ่ายประชาชนย่อมไม่เกิดขึ้น สังคมของรัฐก็ย่อมดำรงอยู่ได้โดย ปกติสุขในที่สุด117 แผ่นapplication/pdfthaผลประโยชน์สาธารณะพุทธศาสนา -- คำสั่งสอนการใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสนับสนุนหลักการประโยชน์สาธารณะในกฎหมายมหาชนของไทยApplying buddhist dhamma doctrines to support the public interest for public law in Thaitext--thesis--master thesis10.14457/NIDA.the.2016.231