สุวัลลีย์ เปี่ยมปิติ, อาจารย์ที่ปรึกษาสุทธิ แสงจันทร์สุทธิแสงจันทร์2014-05-052014-05-051978http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/495วิทยานิพนธ์ (พบ.ม. (สถิติประยุกต์))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2521.วัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อศึกษาทัศนคติและการปฏิบัติตนในเรื่องการวางแผนครอบครัว ศึกษาถึงลักษณะต่าง ๆ ทางด้านประชากร เศรษฐกิจ และสังคมที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเจริญพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่าข้าราชการครูสตรีส่วนใหญ่ร้อยละ 42 มีอายุอยู่ในระดับกลาง คือ 30-39 ปี และกว่า 3 ใน 4 ของตัวอย่างทั้งหมด คือ ร้อยละ 76 จบการศึกษาขั้นปริญญาตรีขึ้นไป ศึกษาในปีการศึกษา 2519 ปรากฏว่า ครูสตรีกำลังคุมกำเนิดในปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 61.50 นิยมใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในกลุ่มอายุปัจจุบันต่ำกว่า 29 ปี และนิยมใช้การทำหมันหญิงในกลุ่มอายุปัจจุบันระหว่าง 30-39 ปี และ 40 ปี ขึ้นไป ครูสตรีที่มีบุตรที่มีชีวิตระหว่าง 1-2 คน และ 3-4 คน มีสภาพการคุมกำเนิดสูง ส่วนทัศนคติต่อการคุมกำเนิดของสามีส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการคุมกำเนิดสูง คิดเป็นร้อยละ 75 จำนวนบุตรเกิดรอดมีความสัมพันธ์กับอายุปัจจุบันของข้าราชการครูสตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คือ จำนวนบุตรเกิดรอดเพิ่มมากขึ้นตามอายุปัจจุบันของข้าราชการครูสตรี ซึ่งเป็นไปในลักษณะปกติ จำนวนบุตรเกิดรอดมีความสัมพันธ์กับอายุแรกสมรส ในกลุ่มอายุปัจจุบันระหว่าง 35-44 ปี คือ อายุแรกสมรสน้อยมีจำนวนบุตรเกิดรอดมาก ในขณะที่ครูสตรีที่มีอายุแรกสมรสมากมีจำนวนบุตรเกิดรอดน้อย ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ จำนวนบุตรเกิดรอดมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาการสมรสของข้าราชการครูสตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คือ จำนวนบุตรเกิดรอดเพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาการสมรสของครูสตรี ซึ่งเป็นไปในลักษณะปกติ จำนวนบุตรเกิดรอดมีความสัมพันธ์กับระดับการศึกษา ในกลุ่มอายุปัจจุบันระหว่าง 25-34 ปี 35-44 ปี และ 45 ปีขึ้นไป คือสตรีที่มีการศึกษาต่ำมีจำนวนบุตรเกิดรอดสูง และสตรีที่มีการศึกษาสูงมีจำนวนบุตรเกิดรอดต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ และจำนวนบุตรเกิดรอดไม่มีความสัมพันธ์กับรายได้ของครอบครัวต่อเดือนของข้าราชการครูสตรี ซึ่งไม่สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้63 หน้า.application/pdfthaครูสตรีข้าราชการครูสตรีHQ 766 ส44การวางแผนครอบครัว -- ไทยการวางแผนครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะเจริญพันธุ์กับคุณลักษณะทางประชากร เศรษฐกิจ และสังคมของข้าราชการครูสตรี กองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานครtext--thesis--master thesis10.14457/NIDA.the.1978.4