วราภรณ์ วนาพิทักษ์ธัญธิดา รัตนวิเชียร2022-06-022022-06-022017b201160https://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5862วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2560วิทยานิพนธ์เรื่องการสืบพยานบุคคลคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิเคราะหฺ์ความเหมาะสมและปัญหาการสืบพยานบุคคลคดีอาญาในลักษณะการประชุมทาง จอภาพ โดยศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศสิงคโปร์ซึ่งจะนําไปสู่บทสรุป และข้อเสนอแนะในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึน รวมถึงการปรับปรุง พัฒนา ให้การสืบพยานบุคคลคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพมีความเหมาะสมและมีความ น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นผลจากการศึกษา วิเคราะห์ความเหมาะสมและปัญหาการสืบพยานบุคคลคดีอาญาในลักษณะ การประชุมทางจอภาพ พบว่า การสืบพยานบุคคลคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพยังคงมี ปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือของพยาน ดังนี้ตามความในมาตรา 230/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญาและข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยการสืบพยานในลักษณะการประชุมทาง จอภาพ พ.ศ.2556 ไม่มีการกําหนดประเภทของคดีไว้ซึ่งมีความแตกต่างจากหลักเกณฑ์และวิธีการ สืบพยานของต่างประเทศ และการกําหนดผู้เป็นสักขีพยานและสถานที่ในการสืบพยานบุคคล คดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ ในปัจจุบันนั้นส่งผลต่อการสืบพยานบุคคลคดีอาญาใน ลักษณะการประชุมทางจอภาพกล่าวคือมีความน่าเชื่อถือไม่เท่ากับการสืบพยานต่อหน้าจําเลยในห้อง พิจารณาคดีดังนั้น จึงควรเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้มีการกําหนดประเภทคดีที่ สามารถสืบพยานคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ การกําหนดให้ผู้พิพากษาเป็นสักขีพยาน เพื่อควบคุมดูแลให้การพิจารณาเป็นไปตามระเบียบของประธานศาลฎีกา และกําหนดให้สามารถ สืบพยานคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ ที่ห้องพิจารณาของศาลเท่าน้ัน เพื่อให้การสืบพยาน บุคคลคดีอาญามีความน่าเชื่อถือ และเป็นพยานที่มีน้ําหนักเพียงพอเทียบเท่ากับการสืบพยานในห้อง พิจารณาคดีของศาล185 แผ่นapplication/pdfthaผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)พยานหลักฐานคดีอาญาการสืบสวนคดีอาญาปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการสืบพยานบุคคลคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพLegal problems regarding examining witnesses in criminal cases by video conferencetext--thesis--master thesis10.14457/NIDA.the.2017.180