• English
    • ไทย
  • English 
    • English
    • ไทย
  • Login
View Item 
  •   Wisdom Repository Home
  • คณะและวิทยาลัย
  • คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร
  • GSSDE: Theses
  • View Item
  •   Wisdom Repository Home
  • คณะและวิทยาลัย
  • คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร
  • GSSDE: Theses
  • View Item
JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

Browse

All of Wisdom RepositoryCommunities & CollectionsBy Issue DateAuthorsTitlesSubjectsBy Submit DateResource TypesThis CollectionBy Issue DateAuthorsTitlesSubjectsBy Submit DateResource Types

My Account

Login

การเฝ้าระวังทางโภชนาการ : ศึกษากรณีการให้แม่เป็นผู้วัดสัดส่วนของบุตร

by กลาง ศรีทองกุล

Title:

การเฝ้าระวังทางโภชนาการ : ศึกษากรณีการให้แม่เป็นผู้วัดสัดส่วนของบุตร

Other title(s):

Nutrition surveillance : a case study of anthropometric measurement by mothers of children

Author(s):

กลาง ศรีทองกุล

Advisor:

พีระสิทธิ์ คำนวณศิลป์, อาจารย์ที่ปรึกษา

Degree name:

พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต

Degree level:

ปริญญาโท

Degree discipline:

การวิเคราะห์ทางสังคม

Degree department:

คณะพัฒนาสังคม

Degree grantor:

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

Issued date:

1993

Publisher:

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

Abstract:

การดำเนินงานเฝ้าระวังทางโภชนาการ โดยแม่เป็นผู้วัดร่างกายบุตรอายุ0-5 ปี ด้วยตนเอง เป็นรูปแบบการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐาน โดยแม่มีส่วนร่วมในงานโภชนาการ จำนวนแม่ที่ดำเนินการ 174 คน มีวิธีดำเนินการโดยการอบรมแม่ให้มีความรู้อย่างดี เรื่องการเลี้ยงดูบุตรและการเฝ้าระวังทางโภชนาการเป็นเวลา 3 วัน ทำการอบรมที่โรงเรียนในหมู่บ้าน และที่บ้านของกรรมการหมู่บ้านฝ่ายสาธารณสุข ให้แม่รู้จักใช้เครื่องมือในการเฝ้าระวัง และตลอดระยะเวลาดำเนินงาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะวางแผนออกติดตามแม่ แนะนำในการปฏิบัติให้เกิดความถูกต้องและเป็นไปตามที่กำหนด คือ การวัดร่างกายลูก จะวัดส่วนสูง วัดรอบแขนซ้าย และรอบอก ต้องอาศัยความละเอียดและถูกต้องในการอ่านสเกล การมีความชำนาญในการใช้เครื่องมือคาดคะเนสัดส่วนร่างกายเป็นน้ำหนัก การคำนวณอายุของลูก และการบันทึกน้ำหนักลงบัตรบันทึกและอ่านผลภาวะทางโภชนาการ.
ผลการดำเนินการศึกษาทดลอง จากการเก็บข้อมูลก่อนและหลังการทดลอง เมื่อทดสอบความแตกต่างทางสถิติด้วยวิธีไคสแควร์ ปรากฏว่าอัตราส่วนของแม่ที่มีความรู้เรื่องการเฝ้าระวังทางโภชนาการสามารถบอกความหมายของการชั่งน้ำหนัก (หรือการวัดสัดส่วนของร่างกาย) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเช่นเดียวกันอัตราส่วนของแม่ที่สามารถวัดสัดส่วนร่างกายของลูกและลงบัตรบันทึกการเจริญเติบโต พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.001 และแม่สามารถอ่านแปรผลสภาวะโภชนาการของบุตรจากบัตรบันทึกการเจริญเติบโตได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้แสดงว่าแม่สามารถใช้เครื่องมือคะเนน้ำหนักของลูกจากผลการวัดร่างกาย นอกจากนี้ผลกระทบที่ออกมามีแนวโน้มที่จะลดอัตราการขาดสารอาหารระดับ 1-2-3 ให้น้อยลงได้ด้วย.
ในการศึกษาทดลองครั้งนี้ เป็นผลดีในการปฏิบัติงานสาธารณสุข ในแง่ที่ว่าเป็นการกระจายความครอบคลุมเด็กในการเฝ้าระวังทางโภชนาการที่สำคัญ แม่จะได้รับความรู้ในเรื่องโภชนาการ การเลี้ยงลูกถูกต้อง มีแนวโน้มทำให้สภาวะการขาดสารอาหารลดลง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้มีเวลาปฏิบัติงานอื่นได้มากขึ้น แทนที่จะมาชั่งน้ำหนักเด็ก
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสถานีอนามัยจะเป็นผู้ออกเยี่ยมแนะนำเป็นประจำ นอกจากจะได้ผลทางเฝ้าระวังโภชนาการแล้ว ยังสามารถแนะนำด้านภูมิคุ้มกันโรคของเด็ก การดูแลด้านสาธารณสุขอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย.

Description:

วิทยานิพนธ์ (พบ.ม.(พัฒนาสังคม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2536.

Subject(s):

โภชนาการ -- การสำรวจ

Keyword(s):

ไทย
เด็ก

Resource type:

วิทยานิพนธ์

Extent:

11, 118 แผ่น

Type:

Text

File type:

application/pdf

Language:

tha

Rights:

ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)

URI:

http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/1728
Show full item record

Files in this item (EXCERPT)

Thumbnail
View
  • nida-ths-b4883ab.pdf ( 61.86 KB )

ทรัพยากรสารสนเทศทั้งหมดในคลังปัญญา ใช้เพื่อประโยชน์ทางการเรียนการสอนและการค้นคว้าเท่านั้น และต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มาทุกครั้งที่นำไปใช้ ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และทำสำเนาต่อ รวมถึงไม่ให้อนุญาตนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการค้า ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น



Files in this item (CONTENT)

Thumbnail
View
  • nida-ths-b4883.pdf ( 1,713.29 KB )

ทรัพยากรสารสนเทศทั้งหมดในคลังปัญญา ใช้เพื่อประโยชน์ทางการเรียนการสอนและการค้นคว้าเท่านั้น และต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มาทุกครั้งที่นำไปใช้ ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และทำสำเนาต่อ รวมถึงไม่ให้อนุญาตนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการค้า ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น



This item appears in the following Collection(s)

  • GSSDE: Theses [559]

Except where otherwise noted, content on this site is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International license.

Copyright © National Institute of Development Administration | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
Library and Information Center | สำนักบรรณสารการพัฒนา
Email: NIDAWR@nida.ac.th    Chat: Facebook Messenger    Facebook: NIDAWisdomRepository
 

 

Except where otherwise noted, content on this site is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International license.

Copyright © National Institute of Development Administration | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
Library and Information Center | สำนักบรรณสารการพัฒนา
Email: NIDAWR@nida.ac.th    Chat: Facebook Messenger    Facebook: NIDAWisdomRepository
 

 

‹›×