Show simple item record

dc.contributor.advisorณัฐฐา วินิจนัยภาคth
dc.contributor.authorตรีวนันท์ เนื่องอุไทth
dc.date.accessioned2019-01-28T07:49:55Z
dc.date.available2019-01-28T07:49:55Z
dc.date.issued2014th
dc.identifier.otherb192183th
dc.identifier.urihttp://repository.nida.ac.th/handle/662723737/4121th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (รอ.ม.) -- สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2557th
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดําเนินนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมี คุณภาพ โดยศึกษาจากโรงเรียนที่สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 1 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน และผู้ปกครอง หลังการดําเนินนโยบายฯ และศึกษา ความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียน เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินนโยบายฯ และ เสนอแนะวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมth
dc.description.abstractวิธีการประเมินนโยบายฯ ใช้การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามสํารวจจากนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จํานวน 450 คน และใช้การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้การสัมภาษณ์แบบ สนทนากลุ่มกับกลุ่มประชากรที่เป็นผู้ปกครองนักเรียนจํานวน 24 คน และผู้บริหารโรงเรียนจํานวน 24 คน ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการวิเคราะห์โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test และ Anovath
dc.description.abstractผลการศึกษาth
dc.description.abstract1) ลักษณะทั่วไปของประชากรเชิงปริมาณ พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ที่ศึกษาใน โรงเรียนสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 1 ที่ตอบแบบสอบถาม เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชายส่วนใหญ่มีผู้ปกครองจบวุฒิการศึกษาสูงสุดระดับประถมศึกษา ผู้ตอบ แบบสอบถามมีลักษณะที่อยู่อาศัยเป็นบ้านของตัวเองมากที่สุด ส่วนใหญ่มีจํานวนพี่น้อง 2-3 คน ส่วน ใหญ่มีบิดาและมารดาประกอบอาชีพลูกจ้างและรับจ้าง และส่วนใหญ่ได้รับเงินค่าขนมวันละ 11 - 20บาทth
dc.description.abstract2) การประเมินผลความพึงพอใจของประชากรเชิงปริมาณ พบว่ามีความพึงพอใจต่อการดําเนิน นโยบายฯ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 127 และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่ามีค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1.15 - 1.13 ซึ่งเป็นค่าคะแนนที่อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดย มีความพึงพอใจสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หัวข้อการดําเนินนโยบายมีผsti แนวทางการศึกษาต่อ การ ดําเนินนโยบายมีผลต่อคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพของการดําเนินงานth
dc.description.abstract3) ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรกับความคิดเห็น พบว่าเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม ระดับชั้น การศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถาม จานวนพี่น้องของผู้ตอบแบบสอบถาม ระดับชั้นการศึกษาสูงสุดของ ผู้ปกครอง อาชีพของบิดา และอาชีพของมารดาของผู้ตอบแบบสอบถาม มีผฆเอ่อความพึงพอใจและ ความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามในเรื่องความพึงพอใจต่อนโยบายฯ โดยภาพรวม เรื่องความ เพียงพอของงบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรในTารดําเนินนโยบายฯ เรื่องการประชาสัมพันก็ข้อมูล ข่าวสาร เรื่องการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและนักเรียนในแต่ละกระบวนการ เรื่องการลดภาระค่าใช้จ่าย เรื่องการดําเนินนโยบายฯ มีผลต่อแนวทางการศึกษาต่อ และเรื่องการดําเนินนโยบายฯ มีผลต่อคุณภาพ การศึกษา อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05th
dc.description.abstract4) ปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินนโยบายฯ พบว่า มีปัญหาในการสื่อสารรายละเอียด ของนโยบายฯ ให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าใจในตอนแรก นอกจากนี้ยังมียังมีข้อจํากัดในการ ด้าเนินนโยบายฯ ที่กําหนดให้ใช้จ่ายได้เพียงบางอย่างเท่านั้น ทั้งๆ ที่แต่ละโรงเรียนมีความพร้อม สภาพแวดล้อม และบริบทที่แตกต่างกัน ทําให้การใช้จ่ายงบประมาณไม่ประสบความสําเร็จ เท่าที่ควรth
dc.description.abstract5) ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม นักเรียนส่วนใหญ่ต้องการให้เปลี่ยนระบบหนังสือยืมเรียนเป็นการซื้อหนังสือเรียนแบบ 100% ให้ทุกภาคเรียน เพื่อใช้สําหรับเตรียมตัวศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และอยากให้มีงบประมาณค่าอาหาร กลางวัน ค่าครองชีพ และค่าเดินทางให้กับนักเรียนที่มีฐานะยากจน นอกจากนี้ยังต้องการให้มี งบประมาณในการปรับปรุงอาคารสถานที่ ห้องสมุด และที่ออุปกรณ์กีฬาเพิ่มด้วยth
dc.description.abstractผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องการให้เพิ่มงบประมาณให้เพียงพอในการใช้จ่ายจริง และให้เพิ่ม กิจกรรมในการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมให้กับนักเรียนให้มากขึ้น และอยมาให้มีงบประมาณ ในการจัดสอนเสริมและจัดรถรับส่งนักเรียนในการเดินทางไปโรงเรียนด้วยth
dc.description.abstractผู้บริหารโรงเรียนส่วนใหญ่ต้องการให้มีงบประมาณสําหรับการแก้ไขปัญหาตามบริบทที่ สอดคล้องกับโรงเรียนของตัวเองมากกว่าที่จะเป็นการกําหนดตายตัวเพราะจะทําให้ไม่สามารถ แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด โดยเฉพาะงบประมาณในการจ้างครูเพิ่มเพราะในปัจจุบันจํานวนครูมีน้อยและต้องสอนในรายวิชาที่ตนเองไม่ถนัด ทําให้คุณภาพการจัดการเรียนการสอนยิ่งน้อยลง และควร มีการพิจารณาเรื่องหลักสูตรด้วย เพราะในปัจจุบันมีหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตรมาก เกินไปจนทําให้เด็กเกิดความสับสนและครูมีความกดดัน นอกจากนี้ควรเปลี่ยนการวัดผลจากการ ใช้เครื่องมีขเดียวกันทั่วประเทศ มาเป็นการวัดผลก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน จะเป็น วิธีการที่มีความยุติธรรมมากกว่า เพราะนักเรียนในแต่ละพื้นที่มีความพร้อมแตก ต่างกันth
dc.description.provenanceSubmitted by นักศึกษาฝึกงานมราชภัฎยะลา_2562 (บุษกร แก้วพิทักษ์คุณ) (budsak.a@nida.ac.th) on 2019-01-28T07:49:55Z No. of bitstreams: 1 b192183.pdf: 27276419 bytes, checksum: 88344872f8f3fc005633b2145e0a172d (MD5)th
dc.description.provenanceMade available in DSpace on 2019-01-28T07:49:55Z (GMT). No. of bitstreams: 1 b192183.pdf: 27276419 bytes, checksum: 88344872f8f3fc005633b2145e0a172d (MD5) Previous issue date: 2014th
dc.format.extent308 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subject.otherนโยบายการศึกษาth
dc.titleการประเมินผลนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ : กรณีศึกษา โรงเรียนที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 1th
dc.title.alternativeThe evaluation of free education policy for 15 year : a case study at the schools in Nakhon Si Thammarat education service area office 1th
dc.typeTextth
mods.genreวิทยานิพนธ์th
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.nameการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิตth
thesis.degree.levelMaster'sth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.departmentคณะรัฐประศาสนศาสตร์th


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record