โครงสร้างอำนาจของชุมชน : ศึกษากรณีชุมชนชาวอโศก
Publisher
Issued Date
1993
Issued Date (B.E.)
2536
Available Date
Copyright Date
Resource Type
Series
Edition
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
11, 137 แผ่น
ISBN
ISSN
eISSN
Other identifier(s)
Identifier(s)
Access Rights
Access Status
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Physical Location
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา
Bibliographic Citation
Citation
ธัญญา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (1993). โครงสร้างอำนาจของชุมชน : ศึกษากรณีชุมชนชาวอโศก. Retrieved from: http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/1743.
Title
โครงสร้างอำนาจของชุมชน : ศึกษากรณีชุมชนชาวอโศก
Alternative Title(s)
Community power structure : a case study of Asoke community
Author(s)
Advisor(s)
Editor(s)
item.page.dc.contrubutor.advisor
Advisor's email
Contributor(s)
Contributor(s)
Abstract
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาโครงสร้างการปกครองในชุมชนชาวอโศก ซึ่งก่อกำเนิดมาจากกลุ่มผู้เลื่อมใสศรัทธาในแนวการสอนพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนาของพระโพธิรักษ์ แห่งสำนักสันติอโศก จนกระทั่งมีการรวมตัวกันจัดตั้งชุมชนที่มีลักษณะเฉพาะ มีการปกครองโดยใช้พระธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว มีการประพฤติปฏิบัติที่ "ทวนกระแส" ค่านิยมโลก เน้นความมัธยัสถ์ ขยัน เสียสละ ไม่สะสม มุ่งสร้างสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ โดยทำการศึกษาตามรูปแบบโครงสร้างอำนาจของชุมชนแบบสังคมมวลชน หรือ Popular Rule Model ซึ่งเน้นเรื่องการอยู่ร่วมกันในชุมชนที่ยึดโยงกันด้วยวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม มีความเท่าเทียมกัน มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย กลมกลืนกับธรรมชาติ มีสำนึกของการเป็นเจ้าของชุมชนและเห็นความสำคัญของการเข้าร่วมในกิจกรรมของชุมชน ยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่และมีการกระจายอำนาจออกจากส่วนกลาง ฯลฯ.
จากการศึกษาทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นสังคมอโศก กฎระเบียบ วัฒนธรรม ประเพณี รวมทั้งได้ทำการออกแบบสอบถามสมาชิกชาวอโศกกว่า 400 ราย ผลปรากฏดังนี้
1. การปกครองในสังคมอโศกแยกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายสงฆ์ และฝ่ายฆราวาส มีการจัดโครงสร้างภายในสังคมอย่างเป็นระบบและสอดประสานกัน ทั้งฝ่ายศาสนา ฝ่ายการปกครอง ฝ่ายการพาณิชย์ ฝ่ายการศึกษา และฝ่ายนันทนาการ.
2. สมาชิกชาวอโศกมีลักษณะสังคมมวลชนสูง โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ ร้อยละ 88.5 ของผู้ตอบแบบสอบถามได้คะแนนอยู่ในระดับสูง.
3. ในการจำแนกชาวอโศกตามความแตกต่างของเพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ ภูมิลำเนา รายได้ ที่พักอาศัย ระยะเวลาที่มาปฏิบัติธรรม และจำนวนสมาชิกที่ร่วมปฏิบัติธรรมว่ามีความสัมพันธ์กับการมีลักษณะสังคมมวลชนต่างกันหรือไม่ และจากการศึกษาพบว่า มีความแตกต่างในบางกลุ่มและในประเด็นย่อยเท่านั้น คือ
3.1 ลักษณะการไม่จำกัดตนเอง พบว่าชาวอโศกที่มีภูมิลำเนาจาก กทม. มีความจำกัดตนเองมากกว่าชาวอโศกที่มาจากภูมิลำเนาอื่น ๆ.
3.2 ลักษณะการใช้ชีวิตเรียบง่าย พบว่ามีอยู่ในกลุ่มการศึกษาระดับปริญญาตรีมากกว่ากลุ่มการศึกษาอื่น ๆ3.3 กลุ่มมีการยอมรับในเรื่องการกระจายอำนาจ พบว่ากลุ่มที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาและกลุ่มผู้มีรายได้ระหว่าง 3,001-6,000 บาท มีการกระจายอำนาจต่ำสุด
- กลุ่มเกษตรกรและรับจ้างมีความเป็นเจ้าของชุมชน (อโศก) น้อยที่สุด
- กลุ่มที่ปฏิบัติธรรมมาเป็นเวลาต่ำกว่า 5 ปี มีสำนึกของการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนน้อยที่สุด
นอกจากนั้นชาวอโศกจะมีความคล้ายคลึงกันแทบทุกประการ.
จากการศึกษาทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นสังคมอโศก กฎระเบียบ วัฒนธรรม ประเพณี รวมทั้งได้ทำการออกแบบสอบถามสมาชิกชาวอโศกกว่า 400 ราย ผลปรากฏดังนี้
1. การปกครองในสังคมอโศกแยกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายสงฆ์ และฝ่ายฆราวาส มีการจัดโครงสร้างภายในสังคมอย่างเป็นระบบและสอดประสานกัน ทั้งฝ่ายศาสนา ฝ่ายการปกครอง ฝ่ายการพาณิชย์ ฝ่ายการศึกษา และฝ่ายนันทนาการ.
2. สมาชิกชาวอโศกมีลักษณะสังคมมวลชนสูง โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ ร้อยละ 88.5 ของผู้ตอบแบบสอบถามได้คะแนนอยู่ในระดับสูง.
3. ในการจำแนกชาวอโศกตามความแตกต่างของเพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ ภูมิลำเนา รายได้ ที่พักอาศัย ระยะเวลาที่มาปฏิบัติธรรม และจำนวนสมาชิกที่ร่วมปฏิบัติธรรมว่ามีความสัมพันธ์กับการมีลักษณะสังคมมวลชนต่างกันหรือไม่ และจากการศึกษาพบว่า มีความแตกต่างในบางกลุ่มและในประเด็นย่อยเท่านั้น คือ
3.1 ลักษณะการไม่จำกัดตนเอง พบว่าชาวอโศกที่มีภูมิลำเนาจาก กทม. มีความจำกัดตนเองมากกว่าชาวอโศกที่มาจากภูมิลำเนาอื่น ๆ.
3.2 ลักษณะการใช้ชีวิตเรียบง่าย พบว่ามีอยู่ในกลุ่มการศึกษาระดับปริญญาตรีมากกว่ากลุ่มการศึกษาอื่น ๆ3.3 กลุ่มมีการยอมรับในเรื่องการกระจายอำนาจ พบว่ากลุ่มที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาและกลุ่มผู้มีรายได้ระหว่าง 3,001-6,000 บาท มีการกระจายอำนาจต่ำสุด
- กลุ่มเกษตรกรและรับจ้างมีความเป็นเจ้าของชุมชน (อโศก) น้อยที่สุด
- กลุ่มที่ปฏิบัติธรรมมาเป็นเวลาต่ำกว่า 5 ปี มีสำนึกของการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนน้อยที่สุด
นอกจากนั้นชาวอโศกจะมีความคล้ายคลึงกันแทบทุกประการ.
Table of contents
Description
วิทยานิพนธ์ (พบ.ม. (พัฒนาสังคม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2536.

