การผลิตกำลังคนระดับมัธยมศึกษาเพื่อสนองความต้องการทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
Publisher
Issued Date
1966
Issued Date (B.E.)
2509
Available Date
Copyright Date
Resource Type
Series
Edition
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
178 หน้า.
ISBN
ISSN
eISSN
Other identifier(s)
Identifier(s)
Access Rights
Access Status
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Physical Location
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา
Bibliographic Citation
Citation
โสภณ ปภาพจน์ (1966). การผลิตกำลังคนระดับมัธยมศึกษาเพื่อสนองความต้องการทางเศรษฐกิจของประเทศไทย. Retrieved from: http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/1063.
Title
การผลิตกำลังคนระดับมัธยมศึกษาเพื่อสนองความต้องการทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
Alternative Title(s)
Author(s)
Advisor(s)
Editor(s)
item.page.dc.contrubutor.advisor
Advisor's email
Contributor(s)
Contributor(s)
Abstract
แม้จะเป็นที่ประจักษ์ว่ามีความต้องการกำลังคนระดับมัธยมศึกษาอยู่มากก็ตามแต่ปรากฏว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษา ม.ศ. 3 และ ม.ศ. 5 ยังหางานทำไม่ได้เป็นจำนวนมาก ผู้เขียนจึงเกิดความสนใจทำการศึกษาเรื่องนี้เพื่อจะได้ทราบปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนากำลังคนระดับมัธยมศึกษา.
จากการศึกษาปรากฏว่า นอกจากปริมาณนักเรียนที่ผลิตได้ในปัจจุบันจะไม่พอแก่ความต้องการทางเศรษฐกิจแล้ว นักเรียนที่ผลิตออกมายังมีคุณภาพไม่เหมาะสม กล่าวคือ หลักสูตรเน้นไปทางด้านเรียนต่อมหาวิทยาลัยมาก และการสอนในระดับ ม.ศ. 1,2,3, ก็เป็นการสอนวิชาสามัญนักเรียน นักเรียนไม่มีโอกาสที่จะเลือกเรียนวิชาชีพเพื่อเป็นพื้นฐานประกอบอาชีพอย่างเพียงพอ นอกจากนั้นโรงเรียนส่วนใหญ่ยังขาดวัตถุอุปกรณ์ที่จะให้ครูใช้ในการสาธิต และให้นักเรียนฝีกในการเรียนวิชาต่าง ๆ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ และศิลปปฏิบัติซึ่งถือว่าเป็นวิชาสำคัญขั้นมูลฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่วนวิธีการสอนในปัจจุบันก็ยังเน้นเพื่อให้นักเรียนสอบไล่ได้เป็นสำคัญโดยครูมักจะสอนหนักไปทางทฤษฎี ขาดการฝึกทักษะในการปฏิบัติงาน และการวัดผลก็ยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ไม่อาจวัดผลได้โดยสมบูรณ์เพราะข้อสอบมิได้ปรับเข้ามาตรฐานเดียวกัน จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องหลักสูตรการสอน อุปกรณ์การสอน วิธีสอนและการวัดผล คุณภาพของครู การบริหารโรงเรียน และการแนะแนว ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่จะได้บุคคลที่มีพื้นฐานการศึกษาเหมาะสมกับความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในตอนท้ายของวิทยานิพนธ์ผู้เขียนได้เสนอแนะข้อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ดังกล่าวไว้ 8 ประการสำคัญ ๆ คือ.-
1. ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปริมาณของนักเรียน กล่าวคือ ทางโรงเรียนจะต้องหาทางลดอัตราการออกของนักเรียนระหว่าง ม.ศ. 3-5 ให้เหลือร้อยละ 10.
2. หลักสูตรควรจะให้มีการปรับปรุง และลดวิชาที่เหมือนกันระหว่างหลักสูตรสายสามัญและสายอาชีพ.
3. จัดหาวัสดุอุปกรณ์การสอนให้พอกับความต้องการโดยใช้เงินงบประมาณบำรุงการศึกษา หรือความช่วยเหลือจากต่างประเทศ และควรจัดให้มีห้องสมุด
4. วิธีการสอนควรให้มีการวิเคราะห์ปัญหาด้านการวิพากษ์วิจารณ์ ให้นักเรียนค้นคว้าด้วยตนเอง ให้มีการฝึกอบรมครู หาครูอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพและปริมาณพอ
5. เกี่ยวกับตัวครู ควรควบคุมบรรจุครูที่มีวุฒิ ยกระดับมาตรฐานของครู รายได้ของครูและอัตราส่วนระหว่างครูต่อนักเรียนควรเป็น 1 : 25.
6. เกี่ยวกับการวัดผล กระทรวงศึกษาธิการควรจัดทำข้อทดสอบแบบปรนัยปรับให้เข้ามาตรฐานทั่วประเทศ
7. เกี่ยวกับการจัดรูปโรงเรียน ควรส่งเสริมและขยายสายเตรียมอาชีพให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และควรจัดโรงเรียนมัธยมแบบประสมที่มีทั้งสายสามัญ สายทั่วไป และสายอาชีพบางสาขา รวมอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน หลักสูตรของโรงเรียนแบบประสม ควรสนับสนุนทั้งวิชาให้เรียนก่อนที่จะเรียนวิชาชีพ และวิชาเลือก
จากการศึกษาปรากฏว่า นอกจากปริมาณนักเรียนที่ผลิตได้ในปัจจุบันจะไม่พอแก่ความต้องการทางเศรษฐกิจแล้ว นักเรียนที่ผลิตออกมายังมีคุณภาพไม่เหมาะสม กล่าวคือ หลักสูตรเน้นไปทางด้านเรียนต่อมหาวิทยาลัยมาก และการสอนในระดับ ม.ศ. 1,2,3, ก็เป็นการสอนวิชาสามัญนักเรียน นักเรียนไม่มีโอกาสที่จะเลือกเรียนวิชาชีพเพื่อเป็นพื้นฐานประกอบอาชีพอย่างเพียงพอ นอกจากนั้นโรงเรียนส่วนใหญ่ยังขาดวัตถุอุปกรณ์ที่จะให้ครูใช้ในการสาธิต และให้นักเรียนฝีกในการเรียนวิชาต่าง ๆ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ และศิลปปฏิบัติซึ่งถือว่าเป็นวิชาสำคัญขั้นมูลฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่วนวิธีการสอนในปัจจุบันก็ยังเน้นเพื่อให้นักเรียนสอบไล่ได้เป็นสำคัญโดยครูมักจะสอนหนักไปทางทฤษฎี ขาดการฝึกทักษะในการปฏิบัติงาน และการวัดผลก็ยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ไม่อาจวัดผลได้โดยสมบูรณ์เพราะข้อสอบมิได้ปรับเข้ามาตรฐานเดียวกัน จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องหลักสูตรการสอน อุปกรณ์การสอน วิธีสอนและการวัดผล คุณภาพของครู การบริหารโรงเรียน และการแนะแนว ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่จะได้บุคคลที่มีพื้นฐานการศึกษาเหมาะสมกับความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในตอนท้ายของวิทยานิพนธ์ผู้เขียนได้เสนอแนะข้อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ดังกล่าวไว้ 8 ประการสำคัญ ๆ คือ.-
1. ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปริมาณของนักเรียน กล่าวคือ ทางโรงเรียนจะต้องหาทางลดอัตราการออกของนักเรียนระหว่าง ม.ศ. 3-5 ให้เหลือร้อยละ 10.
2. หลักสูตรควรจะให้มีการปรับปรุง และลดวิชาที่เหมือนกันระหว่างหลักสูตรสายสามัญและสายอาชีพ.
3. จัดหาวัสดุอุปกรณ์การสอนให้พอกับความต้องการโดยใช้เงินงบประมาณบำรุงการศึกษา หรือความช่วยเหลือจากต่างประเทศ และควรจัดให้มีห้องสมุด
4. วิธีการสอนควรให้มีการวิเคราะห์ปัญหาด้านการวิพากษ์วิจารณ์ ให้นักเรียนค้นคว้าด้วยตนเอง ให้มีการฝึกอบรมครู หาครูอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพและปริมาณพอ
5. เกี่ยวกับตัวครู ควรควบคุมบรรจุครูที่มีวุฒิ ยกระดับมาตรฐานของครู รายได้ของครูและอัตราส่วนระหว่างครูต่อนักเรียนควรเป็น 1 : 25.
6. เกี่ยวกับการวัดผล กระทรวงศึกษาธิการควรจัดทำข้อทดสอบแบบปรนัยปรับให้เข้ามาตรฐานทั่วประเทศ
7. เกี่ยวกับการจัดรูปโรงเรียน ควรส่งเสริมและขยายสายเตรียมอาชีพให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และควรจัดโรงเรียนมัธยมแบบประสมที่มีทั้งสายสามัญ สายทั่วไป และสายอาชีพบางสาขา รวมอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน หลักสูตรของโรงเรียนแบบประสม ควรสนับสนุนทั้งวิชาให้เรียนก่อนที่จะเรียนวิชาชีพ และวิชาเลือก
Table of contents
Description
วิทยานิพนธ์ (รป.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2509.

