แนวทางการพัฒนาและยกระดับสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (ระดับ Eco-Excellence) กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 1
Publisher
Issued Date
2024
Issued Date (B.E.)
2567
Available Date
Copyright Date
Resource Type
Series
Edition
Language
tha
eng
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
4 แผ่น
ISBN
ISSN
eISSN
DOI
Other identifier(s)
Identifier(s)
Access Rights
Access Status
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Physical Location
Bibliographic Citation
Citation
ธนา สุวศิน (2024). แนวทางการพัฒนาและยกระดับสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (ระดับ Eco-Excellence) กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 1. Retrieved from: https://repository.nida.ac.th/handle/123456789/7116.
Title
แนวทางการพัฒนาและยกระดับสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (ระดับ Eco-Excellence) กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 1
Alternative Title(s)
Guidelines for improve eco-industrial town (eco-excellence level) : A case study of TFD Industrial Estate 1
Author(s)
Advisor(s)
Editor(s)
item.page.dc.contrubutor.advisor
Advisor's email
Contributor(s)
Contributor(s)
Abstract
การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงในมิติด้านต่าง ๆ ในการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 1 และแนวทางการพัฒนาและยกระดับเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 1 สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระดับ Eco-Excellence ตามคู่มือเกณฑ์การตรวจประเมินเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยใช้แบบประเมินและการสัมภาษณ์แบบซึ่งหน้าเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล กลุ่มตัวอย่างคือ บริษัทภายในนิคมฯ จำนวน 10 บริษัทและผู้บริหารรวมถึงพนักงานสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 1 และชุมชนโดยรอบ จำนวน 8 คน แล้วนำมาวิเคราะห์ช่องว่างการพัฒนา (Gap Analysis) เพื่อให้ทราบแนวทางการพัฒนาและยกระดับ ผลการศึกษาพบว่าการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 1 ในมิติ 1) มิติสิ่งแวดล้อม 2) มิติสังคม 3) มิติการบริหารจัดการ เป็นจุดแข็งมีความโดดเด่นในการพัฒนาโดย 1) มิติสิ่งแวดล้อมพบว่าโรงงานสามารถดำเนินการวางแผน วิเคราะห์ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดการใช้วัตถุดิบ น้ำ พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 2) มิติสังคมด้านวัสดุเหลือใช้พบว่าโรงงานผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมนำส่งข้อมูลตามระบบการจัดการของเสียออกนอกโรงงานครบถ้วนตามระบบกรมโรงงานอุตสาหกรรม ด้าน Happy Workplace นิคมฯ และโรงงานมีการดำเนินงานครบทั้ง 8 ประการและด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและด้านความรับผิดชอบต่อสังคมพบช่องว่างโดยมีโรงงานในนิคมฯ ยังไม่ได้รับการรับรอง CSR-DIW หรือ ISO 26000 3) มิติบริหารจัดการพบว่านิคมฯ มีการจัดประชุมและเผยแพร่ผลการดำเนินงานเฝ้าระวังคุณภาพทางสิ่งแวดล้อม (EIA Monitoring) สู่ชุมชนและหน่วยงานภายนอกให้รับทราบทุก 6 เดือน ด้านการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ระดับ 4 พบว่าปัจจุบันโรงงานในนิคมฯ ยังไม่มีโรงงานที่ผ่านการตรวจประเมินรับรอง อย่างไรก็ตามในมิติ 4) มิติกายภาพ 5) มิติเศรษฐกิจ ยังพบช่องรวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการตอบแบบสอบถามและการขาดการร่วมดำเนินงานระหว่างโรงงานและนิคมฯ โดย 4) มิติกายภาพด้านขนส่งพบว่ามีโรงงานเพียง 1 โรงงานที่ตอบแบบประเมิน และ 5) มิติเศรษฐกิจด้านการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนพบว่านิคมฯและโรงงานยังขาดความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนหรือกลุ่มอาชีพของชุมชนเพราะโรงงานแต่ละโรงงานจะดำเนินการด้าน CSR ด้วยตนเอง
Table of contents
Description
การค้นคว้าอิสระ คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2567