ปรากฎการณ์และบริบทของชุมชนหมู่บ้านโคกโก่ง จังหวัดกาฬสินธุ์
Publisher
Issued Date
2016
Issued Date (B.E.)
2559
Available Date
Copyright Date
Resource Type
Series
Edition
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
153 แผ่น
ISBN
ISSN
eISSN
Other identifier(s)
b194331
Identifier(s)
Access Rights
Access Status
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Physical Location
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา
Bibliographic Citation
Citation
ปิยะนุช บุญเย็น (2016). ปรากฎการณ์และบริบทของชุมชนหมู่บ้านโคกโก่ง จังหวัดกาฬสินธุ์. Retrieved from: https://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5304.
Title
ปรากฎการณ์และบริบทของชุมชนหมู่บ้านโคกโก่ง จังหวัดกาฬสินธุ์
Alternative Title(s)
The phenomenon and context of the Kok Khong Village, Kalasin
Author(s)
Advisor(s)
Editor(s)
item.page.dc.contrubutor.advisor
Advisor's email
Contributor(s)
Contributor(s)
Abstract
การศึกษาวิจัย เรื่อง ปรากฏการณ์และบริบทของชุมชนหมู่บ้านโคกโก่ง จงหวัดกาฬสินธุ์
เป็นงานวิจยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภูมิหลังการพัฒนา
ชุมชนหมู่บ้านโคกโก่ง จ.กาฬสินธุ์ 2) ศึกษาภูมิทัศนวัฒนธรรมของชุมชนหมู่บ้านโคกโก่ง
จ.กาฬสินธุ์ และ 3) อธิบายปรากฏการณ์และบริบทของชุมชนหมู่บ้านโคกโก่ง จ.กาฬสินธุ์ด้วย
แนวคิดการจัดการท่องเที่ยวในปัจจุบัน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือการทบทวน
วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) มีกลุ่มตัวอย่าง
ผู้ให้ข้อมูล 3 กลุ่ม ได้แก่ ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และนักท่องเที่ยวกลุ่มกิจกรรมเฉพาะจากกรุงเทพฯ
(ทอดผ้าป่า) และใช้แบบสำรวจภูมิทัศน์วัฒนธรรมวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content
Analysis) และพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive) โดยพิจารณาบริบทและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้วยแนวคิดการจัดการการท่องเที่ยวเพื่อคนหาผลสัมฤทธ์ิทางการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจากการจัดการ
การท่องเที่ยวของชุมชน สามารถสรุปผลการวิจยได้ ดังนี้
1) ภูมิหลงการพัฒนาหมู่บ้านโคกโก่ง แบ่งเป็น 2 ด้าน คือ (1) การพัฒนาทางสังคม
หมู่บ้านโคกโก่งมีภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์และติดภูเขา มีวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างผู้ไทและไทยอีสาน ชาวบานโคกโก่งเป็นมิตร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การดำรงชีวิตเรียบง่าย พึ่งพาธรรมชาติ บริโภคอาหารตามฤดูกาล มีอาชีพเกษตรกรการท่องเที่ยว เก็บของป่า ทอผ้าเครื่องจักสานไม้ไผ่ ชุมชนประกอบด้วย บ้าน วัด โรงเรียน การรวมกลุ่มทางสังคม และดวยความสัมพันธ์ที่ใกลชิดทาให้การบริหารจัดการภายในชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและ (2) การพัฒนาทางการท่องเที่ยว ในปี
พ.ศ. 2541 หมู่บ้านโคกโก่งได้รับเลือกจากผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ให้เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมผู้ไทดำเนินการท่องเที่ยวในรูปแบบโฮมสเตย์มีผูใหญ่บ้านเป็นผู้ประสานแบ่งภารกิจตลอดจนผลประโยชน์ให้แก่ชาวบ้านตามความรับผิดชอบมีกลุ่มนักทั ท่องเที่ยวหลักคือกลุ่มศึกษาดูงาน และกลุ่มนักท่องเที่ยวเที่ยวกิจกรรมกลุ่มเฉพาะจากกรุงเทพฯ (ทอดผ้าป่า) ที่เดินทางมาทำบุญ ทอดผ้าป่าในหมู่บ้านโคกโก่งต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีโดยนำเงินนบริจาคไปสร้างสาธารณประโยชน์
และทุนการศึกษาให้เยาวชน ซึ่งชาวบ้านร่วมกันต้อนรับเป็นอย่างดีในฐานะแขกคนสําคัญของ
หมู่บ้าน 2) ภูมิทัศน์วัฒนธรรมของหมู่บ้านโคกโก่งมีทรัพยากรที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยว ได้แก่
(1) สถานที่ต้ังและทรัพยากรธรรมชาติมีภูมิประเทศสวยงาม โอบล้อมด้วยภูเขาและมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่บริเวณใกล้เคียง มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานภายในชุมชนที่สามารถรับรองนักท่องเที่ยวได้และ (2) ทรัพยากรทางวัฒนธรรม ได้แก่ การทอผ้า วัฒนธรรมการแต่งกาย แบบผู้ไท อาหาร บ้านเรือนและวิถีชีวิต
3) ปรากฏการณ์และบริบทของชุมชนหมู่บ้านโคกโก่งจังหวัดกาฬสินธุ์เนื่องด้วยหมู่บ้านโคกโก่งมีต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมรวมถึงการบริหารจัดการภายในชุมชนที่ดีผู้นำที่มีความเข้มแข็ง ช่วยผลักดันและสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน และเมื่อผนวกรวมกับการท่องเที่ยวซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนในการกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือในชุมชนมาก
ยิ่งขึ้น ดังนั้น การบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยมีชาวบ้านโคกโก่งเป็นผู้ขับเคลื่อน นำเสนอความแตกต่างของวัฒนธรรมเป็นจุดขาย สร้างสรรค์กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมมีความสอดคล้องกับแนวทางของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรคท์ที่มุ่งเน้นการต่อยอดทรัพยากรท่องถิ่น
จากการเพิ่มคุณค่าของทรัพยากร หาจุดที่แตกต่าง เปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้มาเยือนได้เรียนรู้เคารพซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาอย่างสร้างสรรคและแบ่งปันชุมชนอย่างเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการนำทรัพยากรทางวัฒนธรรมมาเป็นผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวจะถูกมองว่า
เป็นการลดทอนคุณค่าของวัฒนธรรม แต่ในทางกลับกัน ชุมชนสามารถดำรงวิถีเดิม โดยเลือกนำ
วัฒนธรรมบางส่วนมานำเสนอในเชิงพาณิชย์เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้
เพื่อให้การพัฒนาการท่องเที่ยวของหมู่บ้านโคกโก่งในอนาคตเป็นไปอย่างยั่งยืนหน่วยงานที่
เกี่ยวของจำเป็นจะต้องช่วยชุมชนพัฒนาแนวทางการตลาด การประชาสัมพนธ์ รูปแบบการนำเสนอ
ผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยว ตลอดจนการส่งเสริมให้ชุมชนพัฒนาตนเองบนฐานทรัพยากรอย่างยั่งยืน
อีกทั้งการเชื่อมโยงกับชุมชนผู้ไทในประเทศไทยและในต่างประเทศเพื่อยกระดับการพัฒนาทาง
เศรษฐกิจและสังคมต่อไป
Table of contents
Description
วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การจัดการการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2559

