แนวทางการพัฒนาการสื่อสารทางการตลาดของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

dc.contributor.advisorแสงแข บุญศิริth
dc.contributor.authorวรรณภา แตกปัญญาth
dc.date.accessioned2022-02-04T07:55:59Z
dc.date.available2022-02-04T07:55:59Z
dc.date.issued2016th
dc.date.issuedBE2559th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การจัดการการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2559th
dc.description.abstractการวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาการสื่อสารทางการตลาดของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 5 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับสื่อการสื่อสารทางการตลาดของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของอําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 2) เพื่อศึกษาการรับรู้การสื่อสาร ทางการตลาดของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของอําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 3) เพื่อศึกษาความต้องการการสื่อสารทางการตลาดของนักท่องเที่ยวที่เดินทาง มาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของอําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 4) เพื่อการเปรียบเทียบ การรับรู้การสื่อสารทางการตลาดและความต้องการการสื่อสารทางการตลาดของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของอําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมาจําแนกตาม ปัจจัยทางประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน 5) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการสื่อสารทางการตลาด ของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา จากผลการศึกษาพบว่า นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมการเปิดรับข้อมูลข่าวสารจากการสื่อสาร ทางการตลาดด้านการโฆษณามากที่สุด และนักท่องเที่ยวเปิดรับข้อมูลข่าวสารจากการสื่อสารทาง ตลาดด้านการตลาดทางตรงน้อยที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่มีการเปิดรับข้อมูลในทุกวันช่วงเวลา 18.01- 24.00 น. และพบว่าการสื่อสารทางการตลาดด้านการโฆษณาและด้านการใช้เครือข่ายการสื่อสาร ทางอิเล็กทรอนิกส์มีความถี่ในการเปิดรับข้อมูลข่าวสารมากที่สุดมากกว่า 6 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยผลการศึกษาพบว่า การรับรู้การสื่อสารทางการตลาดที่มีการรับรู้มากที่สุด ได้แก่ ด้านการสื่อสารแบบ ปากต่อปาก ด้านการตลาดเชิงกิจกรรม และด้านการใช้เครือข่ายการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการการสื่อสารทางการตลาดที่พบว่า การสื่อสารทางการตลาดที่มีความต้องการมากที่สุด ได้แก่ ด้านการสื่อสารแบบปากต่อปาก ด้านการใช้เครือข่ายการสื่อสารทาง อิเล็กทรอนิกส์ และด้านการตลาดเชิงกิจกรรม จึงทําการเปรียบเทียบความแตกต่างระหวางการรับรู้ การสื่อสารทางการตลาดและความต้องการการสื่อสารทางการตลาดของนักท่องเที่ยว พบว่า ค่าเฉลี่ยความแตกต่างกันมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ด้านการใช้เครือข่ายการสื่อสารทาง อิเล็กทรอนิกส์ ด้านการประชาสัมพันธ์ และด้านการส่งเสริมการขาย และเมื่อทําการทดสอบความ แตกต่างของปัจจัยทางประชากรศาสตร์กับการรับรู้ การสื่อสารทางการตลาดและความต้องการการสื่อสารทางการตลาด พบว่า นักท่องเที่ยวที่มีอายุ อาชีพ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน สถานภาพ และ ภูมิลําเนาที่แตกต่างกนมีการรับรู้การสื่อสารทางการตลาดที่แตกต่างกัน และนักท่องเที่ยวที่มีเพศ อายุ อาชีพ ระดับการศึกษา และภูมิลําเนาที่แตกต่างกันมีความต้องการการสื่อสารทางการตลาดที่แตกต่างกัน โดยแนวทางการพัฒนาการสื่อสารทางการตลาดของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ควรพัฒนาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวและการบริการ และ พัฒนาสื่อประเภทต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งควรมีกระบวนการการติดตามและประเมินผล การใช้สื่อการสื่อสารทางการตลาดอย่างต่อเนื่องth
dc.format.extent231 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.doi10.14457/NIDA.the.2016.245
dc.identifier.otherb193211th
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5453th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subject.otherการสื่อสารทางการตลาด -- ไทยth
dc.subject.otherการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ -- ไทย -- นครราชสีมาth
dc.titleแนวทางการพัฒนาการสื่อสารทางการตลาดของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมาth
dc.title.alternativeGuidelines to develop marketing communications for heritage tourism in Phimai District, Nakhon Ratchasima Provinceth
dc.typetext--thesis--master thesisth
mods.genreThesisth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.departmentคณะการจัดการการท่องเที่ยวth
thesis.degree.disciplineการจัดการการท่องเที่ยวแบบบูรณาการth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelMastersth
thesis.degree.nameศิลปศาสตรมหาบัณฑิตth

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
b193211.pdf
Size:
1.99 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
fulltext

Collections