Show simple item record

dc.contributor.advisorวิสาขา ภู่จินดาth
dc.contributor.authorพัชรี ศรีรอดth
dc.date.accessioned2020-06-09T02:45:20Z
dc.date.available2020-06-09T02:45:20Z
dc.date.issued2019th
dc.identifier.otherb207937th
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5000th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (วท.ม. (การจัดการสิ่งแวดล้อม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2562th
dc.description.abstractการศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และเสนอแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืนของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากรายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกขององค์กรของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 16 ภาค ในปีงบประมาณ 2559 (เดือนตุลาคม 2558 ถึงเดือนกันยายน 2559) แบบสอบถามข้อมูลและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 (สระบุรี) ในปีงบประมาณ 2560-2561 ซึ่งมีการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นค่าคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ที่เกิดจากกิจกรรมการดำเนินงานต่าง ๆ ขององค์กร และก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำหรับการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสำนักงานทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นกับบุคลากรของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค จำนวน 229 คน โดยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา เช่น จำนวน ร้อยละ และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ t-test, F-test และ correlation ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค ในปีงบประมาณ 2559 เท่ากับ 1,412.09 tonCO2e ต่อปี แบ่งออกเป็นประเภทที่ 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงของสำนักงาน เท่ากับ 558.13 tonCO2e ต่อปี ประเภทที่ 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานของสำนักงาน เท่ากับ 676.06 tonCO2e ต่อปี และประเภทที่รายงานแยกเพิ่มเติม เท่ากับ177.90 tonCO2e ต่อปี โดยประเภทที่ 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานของสำนักงาน ได้แก่ กิจกรรมการใช้ไฟฟ้าของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 47.88 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เมื่อแสดงค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทที่ 1 ประเภทที่ 2 และประเภทที่รายงานแยกเพิ่มเติม นอกจากนี้เมื่อคิดเทียบต่อบุคลากรมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 2.70 tonCO2e ต่อคนต่อปี ปัจจัยที่มีผลต่อการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค คือ ระดับการศึกษาสูงสุดและสังกัดของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค ทัศนคติเกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสำนักงานมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสำนักงาน และปัจจัยด้านความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสำนักงานมีความสัมพันธ์กับทัศนคติเกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสำนักงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืนของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์สำหรับอาคาร การเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบทำความเย็นเป็นระบบประหยัดพลังงาน การวางแผนก่อนออกเดินทางไปราชการทุกครั้ง การขับรถสำนักงานด้วยความเร็วที่ประหยัดน้ำมัน การมีมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าของสำนักงาน การเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นชนิดที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนของฟุตพริ้นท์ขององค์กร โดยการให้ความรู้เป็นการสร้างทัศนคติที่ดีทำให้บุคลากรของสำนักงานมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้ และผู้บริหารของสำนักงานควรให้ความสำคัญในการดำเนินงาน มีนโยบายและกรอบการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจนth
dc.description.abstractThe objectives of this research are to analyze and assess Carbon footprint of organization, to investigate factors affecting the Carbon footprint reduction and to suggest sustainability reduction of greenhouse gas emissions for Regional Environmental Office. Information from the Report of the emissions and absorption of greenhouse gases for Regional Environmental Office in fiscal year 2559 from October 2558 to September 2559 was analyzed. Questionnaire was used as a tool to collect data and assess Carbon Footprint of Organization for Regional Environmental Office 7 (Saraburi) in fiscal year 2560-2561. Carbon footprint of each activities in the office was calculated in term of the carbon dioxide equivalent (CO2e), which contribute to greenhouse gas emissions, based on Greenhouse Gas Management Organization. (Public Organization). The questionnaire was used to collect information from staff of the Regional Environmental Office personnel totaling of 229 people. Descriptive statistics i.e. frequency and percentage and inferential statistics i.e, t-test, F-test and correlation were used to analyze data from questionnaire. The results showed that the amount of greenhouse gas emissions of Regional Environmental Office is 1,412.09 tonCO2e per year, which can be divided into 3 type: type 1, the emissions direct (Direct Emission) is 558.13 tonCO2e per year, type 2 emissions indirectly from the energy (Energy Indirect Emission) is 676.06 tonCO2e per year, and the additional report type is 177.90 tonCO2e per year. Type 2 emissions indirectly from the energy (Energy Indirect Emission) is the use of electricity in the Regional Environmental Office generated the highest greenhouse gas emission at 47.88 percent of the emissions on the type 1, type 2 and additional report type more compared to the personnel on the greenhouse gas emissions equivalent to 2.70 tonCO2e per year. Factors affecting the greenhouse gas emission include highest education level of personnel and Regional Environmental Office. In addition, attitude on the carbon footprint for organization statistically affected to the Carbon footprint reduction behavior and knowledge on the carbon footprint of the organization statistically affected to the attitude on the carbon footprint for organization at statistical level of 0.05. Measures of Sustainability Reduction of Greenhouse Gas Emissions for Regional Environmental Office involve introducing new technology to reduce greenhouse gases, such as installing solar energy in buildings, changing electrical equipment and cooling systems into energy saving system, planning for transportation every time, driving office cars at an economical speed, having measures to reduce electricity use of the office, changing air conditioners by using low-emissions refrigerants, training on Carbon Footprint reduction for Organization Office administrators and having policy and management frameworks that are relevant to reduce greenhouse gases.th
dc.description.provenanceMade available in DSpace on 2020-06-09T02:45:20Z (GMT). No. of bitstreams: 2 6010921016.pdf: 5558765 bytes, checksum: 1bf2eacb4ca173d7847256a353bd1334 (MD5) license.txt: 115 bytes, checksum: 2047cfd32b272b6ffc853575a013e11b (MD5) Previous issue date: 9th
dc.format.extent189 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subjecte-Thesisth
dc.subjectคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรth
dc.subjectการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกth
dc.subjectสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคth
dc.subject.otherคาร์บอนฟุตพริ้นท์th
dc.subject.otherก๊าซเรือนกระจก -- การลดปริมาณth
dc.titleการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืนของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคth
dc.title.alternativeCarbon footprint for organization and sustainability reduction of greenhouse gas emissions for regional environmental officeth
dc.typeTextth
mods.genreวิทยานิพนธ์th
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.nameวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตth
thesis.degree.levelMaster'sth
thesis.degree.disciplineการจัดการสิ่งแวดล้อมth
thesis.degree.disciplineคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อมth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record