Show simple item record

dc.contributor.advisorวรัชญ์ ครุจิตth
dc.contributor.authorเสาวภาคย์ รัตนพงศ์th
dc.date.accessioned2022-03-03T04:24:31Z
dc.date.available2022-03-03T04:24:31Z
dc.date.issued2020th
dc.identifier.otherb212299th
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5659th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (นิเทศศาสตร์และนวัตกรรม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2563th
dc.description.abstractการวิจัยเชิงคุณภาพเรื่อง “ลักษณะของข่าวปลอมที่เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ในประเทศไทยและแนวทางการรับมือ” มีวัตถุประสงค์การศึกษา 1) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของข่าวปลอมที่เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ในประเทศไทย โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาสารเชิงคุณภาพ (Qualitative Content Analysis) เก็บตัวอย่างข่าวปลอมที่ตรวจสอบแล้วว่าเป็นเท็จ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 - 31 มกราคม พ.ศ. 2563 จากเฟซบุ๊กศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม 87 ข่าว และเฟซบุ๊กศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ 48 ข่าว รวมทั้งสิ้น 135 ข่าว 2) เพื่อศึกษาแนวทางการรับมือปัญหาข่าวปลอมที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกตัวแทนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 3 ท่าน  ผลการศึกษาลักษณะของข่าวปลอมที่เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ในประเทศไทย พบว่ามีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่  1) ลักษณะแหล่งที่มาของข่าวปลอม ได้แก่ ข่าวปลอมจากสื่อกระแสหลัก ข่าวปลอมจากเว็บไซต์ทั่วไป ข่าวปลอมจากแฟนเพจเฟซบุ๊กทั่วไปและข่าวปลอมจากไลน์ 2) ลักษณะรูปแบบของข่าวปลอม ได้แก่ ข้อความ บทความ ข่าว รูปภาพ คลิปวิดีโอและลิงก์ 3) ลักษณะของข่าวปลอม ประกอบไปด้วย 5 ส่วนย่อย ได้แก่ (1) ลักษณะประเด็นที่นำมาเสนอเป็นข่าวปลอม ได้แก่ เรื่องเพศ เรื่องแปลก เรื่องศาสนาและการเมือง เรื่องกฎหมาย เรื่องสุขภาพ เรื่องเตือนภัยใกล้ตัวและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงเสียชีวิต (2) ลักษณะการใช้ภาษาในข่าวปลอม ได้แก่ การใช้คำเกินจริงเพื่อทำให้ข่าวดูเป็นเรื่องใหญ่ การใช้เครื่องหมายพิเศษ เพื่อเน้นข้อความและสื่ออารมณ์ การขอร้องให้ผู้อ่านแชร์ต่อ การใช้ภาษาพูด เพื่อสร้างความสนิทสนม การสะกดคำผิด พิมพ์ตก รูปแบบการพิมพ์ไม่มีมาตรฐานและการใช้ตัวอักษรต่างประเทศทำให้ยากต่อการตรวจสอบ (3) ลักษณะพาดหัวข่าวปลอม พบ 3 ลักษณะ ได้แก่ การใช้ภาษาเพื่อกระตุ้นอารมณ์ การสร้างคุณค่าทำให้ข่าวมีความสำคัญและการสร้างจุดเด่นให้กับพาดหัวข่าว (4) ลักษณะเนื้อหาข่าวปลอม ได้แก่ การสร้างความน่าเชื่อถือ โดยมีการอ้างอิงแหล่งที่มาให้กับเนื้อหา ทำให้ข้อมูลดูน่าเชื่อถือ ข่าวจริงแต่เป็นข่าวเก่า ข่าวไม่มีการระบุวัน เดือน ปี การนำเสนอข้อมูลเพียงบางส่วนทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิด โฆษณาหลอกขายสินค้าและอวดอ้างสรรพคุณที่เกินจริงและข่าวที่ผิดพลาด (5) บริบทของข่าวปลอม ได้แก่ การจัดหน้าที่ผิดปกติ ข่าวปลอมจะมีรูปแบบการจัดหน้าที่ไม่เป็นระเบียบ ไม่มีย่อหน้าและเว้นวรรค ทำให้ยากต่ออ่าน การสร้างเว็บไซต์ปลอมโดยแอบอ้างสัญลักษณ์ของหน่วยงานที่มีชื่อเสียงและการดัดแปลงเอกสารทางราชการ ผลการศึกษาแนวทางในการรับมือกับข่าวปลอม พบว่า ทุกภาคส่วนจะต้องประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหา โดยบทบาทขององค์กรสื่อ ต้องรักษาความน่าเชื่อถือในฐานะสื่อกระแสหลัก เน้นให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชนในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและทำหน้าที่มากกว่าการสะท้อนภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสื่อออนไลน์ รวมถึงกระตุ้นการสร้างเนื้อหาเชิงวิเคราะห์มากขึ้น บทบาทภาครัฐต้องคอยอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลให้แก่ประชาขนอย่างรวดเร็ว คอยดูแลให้เกิดความปลอดภัยด้านการสื่อสาร จัดตั้งนโนบายการตรวจสอบข่าวปลอมให้มีประสิทธิภาพ มีความถูกต้อง เป็นกลางและเกิดความน่าเชื่อถือ ตลอดจนสนับสนุนให้ประชาชนมีทักษะการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรู้เท่าทันสื่อ ในส่วนบทบาทภาคการศึกษาต้องจัดตั้งนโยบายให้มีความชัดเจน เปิดกว้างให้เด็กสามารถตั้งคำถาม ตลอดจนพัฒนาหลักสูตรการรู้เท่าทันข่าวสารในโลกออนไลน์และกระตุ้นให้เยาวชนเกิดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์มากขึ้น รวมถึงเจ้าของแพลตฟอร์มควรใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจสอบข่าวปลอมและกรองข้อมูลเท็จ เพื่อทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการสื่อสารที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การตรวจสอบข่าวปลอมไม่ควรผูกขาดที่ใครหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ประชาชนต้องร่วมกันตรวจสอบข่าวสารที่ได้รับ ไม่นิ่งเฉยหากพบเจอข้อมูลเท็จ ควรแสดงความคิดเห็น บอกต่อเพื่อทำให้ข้อมูลเท็จไม่ไหลเวียนอยู่ในระบบ รวมถึงต้องมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้รับอยู่เสมอและไม่รีบร้อนในการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งทักษะเหล่านี้จะเป็นทักษะที่สำคัญและเป็นแนวทางที่ยั่งยืนในการลดปัญหาข่าวปลอมในประเทศไทยth
dc.description.abstractThe objective of this qualitative research "Characteristics of Fake News in Thailand and the approach to counter them". There are two objectives of this research: 1) To analysis Characteristics of Fake News in Thailand by using qualitative content analysis. The sampling was collected from proving information from two sources: The Facebook Fan Page 'Anti-fake News Centre'  (collected 87 news) and The Facebook Fan page ‘SureAndshare’ (collected 48 news), 135 news in total, from 1 January 2019 to 31 January 2020. 2) To discover the suitable solution to handle with fake news problem in Thailand. The three persons in-depth interviews with the expert representative, academician, and journalist.  Analysis of the characteristic of fake news found that fake news have three sections including 1) The characteristic of sources such as mainstream media, website, Facebook fan page, and Line 2) The characteristics of the content formats are included in an article, messages, news, photography, video clip, and link 3) The characteristic of fake news, there are five subsections including  (1) The characteristics of the issues presented as fake news including sexuality, strange things, religion and politics, legal issues, health issues, imminent alarm issues, and some issues related to famous deaths. (2) The characteristic of languages in fake news: using exaggerate words, using a special mark, using wording for entreat readers to continue spreading fake news, using colloquialism. substandard typing as well as using foreign alphabet which difficult to examine. (3) The characteristics of fake news headlines found three types: the use of language to stimulate emotions and feelings, creating a value of headlines, also making a news headline standing out. (4) The characteristics of fake news content: building credibility from fake content by fake information related to the content to make information much more credible, old true news, unspecified news, partial presenting information to make readers misunderstanding, some tricky advertisement product sales and exaggerated the properties, and incorrect news. (5) The context of fake news: the fake news will have irregular page alignment and disorganizing form, creating fake websites and impersonating symbol from a famous institute, also modifying a government document. The results of fake news solution study discovered that all sectors must cooperate in solving problems. The role of media organisation should maintain credibility in mainstream media, emphasise facts and knowledge to the population in various situations rapidly, keep acting more than reflecting on the events in online media. Besides, the government roles should facilitate the faster checking related to agency information for all population, establish policies to effectively checking fake news information with reliable, accurate, and impartial as well as encouraging people to have investigation fact skills and see through all media. The role of education sector should establish clear policies and be open mind for children to ask a question and foster them having skills to distinguish between fact and opinion, having a wide range of solve problem process, and all-around evaluating the received information. The platform owners should use technology to investigate fake news and false information, to create more creative communication environment. Lastly, to investigate fake news should not monopolies by anyone is the most important thing, all public need to work together and always keep checking information, does not remain silent if found any false information. Should be made a comment and continue mentioning to make false information away from circulating system. Meanwhile, having media awareness skills, consider skills, and always keep checking the accuracy of received information. Using discretionary to consider the received information from online media and not be faster to forward unsure information. These skills will be an important and sustainable approach to reducing the problem of fake news in Thailand.th
dc.description.provenanceMade available in DSpace on 2022-03-03T04:24:31Z (GMT). No. of bitstreams: 2 6111811008.pdf: 5289087 bytes, checksum: 2d5b202f61cce1c15e72411d67a72293 (MD5) license.txt: 202 bytes, checksum: b73cf3ce748735a79944aa8bb026b893 (MD5) Previous issue date: 13th
dc.format.extent197 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subjectสื่อออนไลน์th
dc.subjecte-Thesisth
dc.subject.otherข่าวปลอม -- ไทยth
dc.subject.otherFake newsth
dc.subject.otherสื่อสังคมออนไลน์th
dc.subject.otherสื่ออิเล็กทรอนิกส์th
dc.titleการศึกษาลักษณะของข่าวปลอมที่เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ในประเทศไทย และแนวทางการรับมือth
dc.title.alternativeCharacteristics of fake news in Thailand and the approach to counter themth
dc.typeTextth
mods.genreวิทยานิพนธ์th
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.nameศิลปศาสตรมหาบัณฑิตth
thesis.degree.levelMaster'sth
thesis.degree.disciplineนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.departmentคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการth
dc.identifier.doi10.14457/NIDA.the.2020.52


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record