ข้อพิจารณาเกี่ยวกับที่มาหน้าที่และอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
| dc.contributor.advisor | ฌานิทธิ์ สันตะพันธุ์ | |
| dc.contributor.author | รัชฏาภรณ์ สุภาพ | |
| dc.date.accessioned | 2023-05-19T02:42:38Z | |
| dc.date.available | 2023-05-19T02:42:38Z | |
| dc.date.issued | 2018 | |
| dc.date.issuedBE | 2561 | th |
| dc.description | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2561 | th |
| dc.description.abstract | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา แนวคิด ทฤษฎี และปัญหาของที่มา หน้าที่และ อำนาจของวุฒิสภาของประเทศไทย เปรียบเทียบกับที่มา หน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาประเทศ อเมริกา ประเทศฝรั่งเศส และประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางที่เหมาะสมใน การวางระบบวุฒิสภา ที่มา หน้าที่และอ านาจของวุฒิสภาส าหรับประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้ วุฒิสภาแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา โดยช่วงเวลาแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 250 คน มาจาก การสรรหา ซึ่งไม่ได้มีที่มาที่เกี่ยวเนื่องกับประชาชน และช่วงที่สอง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้งกันเองของบุคคลตามสาขาอาชีพ แม้จะทำให้มีการกระจาย ผลประโยชน์ไปยังส่วนต่าง ๆ ไม่ทำให้อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่อาจสะท้อนและ ครอบคลุมถึงประชาชนทุกคนทั่วพื้นที่ของประเทศได้ โดยสมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจในการกลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบรัฐบาล และในฐานะรัฐสภา โดยวุฒิสภาชุดแรกมีอำนาจในการให้ความ เห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งวุฒิสภาดังกล่าวไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนแต่กลับมีอำนาจเทียบเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีที่มาจากประชาชน จากปัญหาดังกล่าว ผู้เขียนเห็นว่าบทบาทของวุฒิสภาประเทศไทย ควรมีฐานะเป็นผู้แทนของ กลุ่มผลประโยชน์หรือทางอาชีพ และเป็นผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้วุฒิสภาส่วน หนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม โดยให้ผู้นำท้องถิ่นใน แต่ละจังหวัด มาเลือกสมาชิกวุฒิสภาจากตัวแทนผู้นำท้องถิ่นจังหวัดละ 1 คน ส่วนสมาชิกวุฒิสภาอีก ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์หรืออาชีพ ให้มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มบุคคลตาม สาขาอาชีพ โดยสมาชิกวุฒิสภาควรมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดิม แต่ควรเพิ่มอำนาจในการริเริ่มเสนอ กฎหมายแก่วุฒิสภา ไม่ควรให้อำนาจและหน้าที่แก่วุฒิสภา ในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้ รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี | th |
| dc.format.extent | 170 แผ่น | th |
| dc.format.mimetype | application/pdf | th |
| dc.identifier.doi | 10.14457/NIDA.the.2018.145 | |
| dc.identifier.other | b207779 | th |
| dc.identifier.uri | https://repository.nida.ac.th/handle/662723737/6448 | |
| dc.language.iso | tha | th |
| dc.publisher | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ | th |
| dc.rights | ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0) | th |
| dc.subject.other | วุฒิสภา -- ไทย | th |
| dc.subject.other | วุฒิสภา -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ | th |
| dc.subject.other | วุฒิสภา -- บทบาทและหน้าที่ | th |
| dc.title | ข้อพิจารณาเกี่ยวกับที่มาหน้าที่และอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 | th |
| dc.title.alternative | Legal consideration on the senator’s authrorities in constitution of the Kingdom of Thailand (B.E.2560 (2017)) | th |
| dc.type | text--thesis--master thesis | th |
| mods.genre | Thesis | th |
| mods.physicalLocation | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา | th |
| thesis.degree.department | คณะนิติศาสตร์ | th |
| thesis.degree.grantor | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ | th |
| thesis.degree.level | Masters | th |
| thesis.degree.name | นิติศาสตรมหาบัณฑิต | th |

