การวิเคราะห์ความท้าทายในการดำเนินการตามข้อกำหนด Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของบริษัทบรรจุภัณฑ์กระป๋องเหล็กและอะลูมิเนียมแห่งหนึ่ง
Publisher
Issued Date
2025
Issued Date (B.E.)
2568
Available Date
Copyright Date
Resource Type
Series
Edition
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
3 แผ่น
ISBN
ISSN
eISSN
DOI
Other identifier(s)
Identifier(s)
Access Rights
Access Status
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Physical Location
Bibliographic Citation
Citation
จิตตานันท์ แก้วผลึกไชโย (2025). การวิเคราะห์ความท้าทายในการดำเนินการตามข้อกำหนด Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของบริษัทบรรจุภัณฑ์กระป๋องเหล็กและอะลูมิเนียมแห่งหนึ่ง. Retrieved from: https://repository.nida.ac.th/handle/123456789/7425.
Title
การวิเคราะห์ความท้าทายในการดำเนินการตามข้อกำหนด Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของบริษัทบรรจุภัณฑ์กระป๋องเหล็กและอะลูมิเนียมแห่งหนึ่ง
Alternative Title(s)
Author(s)
Advisor(s)
Editor(s)
item.page.dc.contrubutor.advisor
Advisor's email
Contributor(s)
Contributor(s)
Abstract
มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism CBAM) ของสหภาพยุโรป เป็นกลไกด้านการค้าระหว่างประเทศที่มีเป้าหมายลดการรั่วไหลของคาร์บอนและเพิ่มความเข้มแข็งของนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมที่มีการส่งออกไปยังยุโรป รวมถึงอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระป๋องเหล็กและอะลูมิเนียมของไทยซึ่งมีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ ความท้าทายในการดำเนินการตามข้อกำหนด CBAM ของผู้ประกอบการไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่านการศึกษาเชิงกรณี (Case Study) ในโรงงานผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร การเก็บข้อมูลดำเนินการทั้งจากการสัมภาษณ์และการทบทวนเอกสาร พร้อมนำข้อมูลมาวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) โดยเปรียบเทียบสภาพการดำเนินงานจริงกับข้อกำหนด CBAM ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ (1) ระบบข้อมูลและการตรวจวัด–รายงาน–ทวนสอบ (MRV) (2) ต้นทุนและผลกระทบทางการเงิน (3) การปรับใช้เทคโนโลยี (4) ความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน และ (5) กฎระเบียบและการสนับสนุนเชิงนโยบาย
ผลการวิจัยพบว่าองค์กรกรณีศึกษาอยู่ในระดับเริ่มต้นของความพร้อมต่อ CBAM โดยสามารถเริ่มเก็บข้อมูลภายในองค์กรและคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) ได้เบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือของข้อมูลยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากยังไม่มีการทวนสอบจากหน่วยงานภายนอก และยังขาดระบบ MRV ที่เป็นมาตรฐาน นอกจากนี้ ข้อมูลการใช้ไฟฟ้ามีเพียงระดับรายเดือนและไม่มีมิเตอร์แยกตามไลน์ผลิต ส่งผลให้การจัดสรรพลังงานและการคำนวณการปล่อยในระดับผลิตภัณฑ์ยังมีความไม่แน่นอน อีกทั้งวัตถุดิบหลักมาจากซัพพลายเออร์นำเข้า ทำให้การเข้าถึงข้อมูล embedded emissions ของวัตถุดิบต้นน้ำมีความซับซ้อนและเสี่ยงต่อความไม่ครบถ้วนของข้อมูล ผลการประเมินความเสี่ยงของช่องว่างโดยใช้เกณฑ์ Likelihood และ Impact ชี้ให้เห็นว่าช่องว่างสำคัญหลายประเด็นอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงถึงวิกฤต โดยเฉพาะด้านความพร้อมของข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ และการทวนสอบข้อมูล
ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ของงานวิจัยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบ MRV และการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) การเพิ่มความละเอียดของข้อมูลพลังงานผ่านการติดตั้งมิเตอร์ย่อยหรือการจัดสรรพลังงานตามกระบวนการผลิต การสร้างความร่วมมือกับซัพพลายเออร์เพื่อจัดเก็บข้อมูลต้นน้ำที่สอดคล้องกับข้อกำหนด CBAM และการเตรียมความพร้อมด้านการทวนสอบข้อมูล เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของการรายงานและลดความเสี่ยงด้านต้นทุนคาร์บอนในระยะบังคับใช้เต็มรูปแบบ ทั้งนี้ผลการศึกษาสามารถใช้เป็นแนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเตรียมความพร้อมต่อ CBAM และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรป
Table of contents
Description
การค้นคว้าอิสระ คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2568

