ประสิทธิผลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
| dc.contributor.advisor | พลอย สืบวิเศษ | th |
| dc.contributor.author | ฉัตรชัย ศิริสมบูรณ์ลาภ | th |
| dc.date.accessioned | 2019-10-30T08:42:22Z | |
| dc.date.available | 2019-10-30T08:42:22Z | |
| dc.date.issued | 2014 | th |
| dc.date.issuedBE | 2557 | th |
| dc.description | วิทยานิพนธ์ (รป.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2557 | th |
| dc.description.abstract | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 4 ประการ คือ (1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ทา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือองค์ประกอบที่ทำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การของกรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรม (2) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การของกรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรม ในช่วงก่อนและหลังการปฏิรูประบบราชการ พ.ศ. 2545 (3) เพื่อศึกษามิติโครงสร้างองค์การด้านความซับซ้อน ความเป็นทางการ และการรวมอำนาจ หลังจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และ (4) เพื่อเสนอประสิทธิผลที่เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในด้านการบริหารงาน และด้าน การปฏิบัติงานของบุคลากรของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม | th |
| dc.description.abstract | ระเบียบวิธีที่ใช้ในการศึกษา คือ การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยจากเอกสาร (Documentary Research) โดยใช้การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview) จากผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และการสังเกตการณ์(Observation) ในการเก็บรวบรวมข้อมูล | th |
| dc.description.abstract | ผลการศึกษา พบว่า 1. ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือองค์ประกอบที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม พบว่า ปัจจัยสภาพแวดล้อมทางการเมืองและสังคม ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจ ไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ | th |
| dc.description.abstract | 2. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม พบว่าโครงสร้างองค์การทั้งก่อนการปฏิรูประบบราชการและหลังการปฏิรูประบบราชการ พ.ศ. 2545 เป็นโครงสร้างองค์การตามหน้าที่หรือตามสายการบังคับบัญชาที่มีการแบ่งอานาจหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งในขณะนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมกำลังจัดตั้งหน่วยงานระดับกองขึ้นมา คือ กองส่งเสริมกิจการฮัจย์ | th |
| dc.description.abstract | 3. มิติโครงสร้างองค์การหลังจากเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ พบว่า (1) ด้านความซับซ้อน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม แบ่งโครงสร้างการบริหารตามแนวนอน (HorizontalDifferentiation) และโครงสร้างการบริหารตามแนวตั้ง (Vertical Differentiation) รวมทั้งมีความซับซ้อนในการบริหารงาน และนโยบาย (2) ด้านความเป็นทางการ พบว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มีความเป็นทางการสูง รวมทั้งใช้การติดต่อสื่อสารทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการและ (3) ด้านการรวมอำ นาจ พบว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ใช้อำ นาจการตัดสินใจแบบรวมอำ นาจและกระจายอำ นาจควบคู่กัน | th |
| dc.description.abstract | 4. ประสิทธิผลที่เกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ พบว่า (1) ด้านการบริหารงาน พบว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มีการบริหารงานที่มีความซ้าซ้อนกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และ (2) ด้านการปฏิบัติงานของบุคลากร พบว่า การปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า บุคลากรมีไม่เพียงพอต่อภารกิจงานที่มากขึ้น รวมทั้งขาดหน่วยงานที่จะเข้ามาให้การสนับสนุนภารกิจงานในอนาคต โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 | th |
| dc.description.abstract | ข้อเสนอแนะจากการศึกษา พบว่า 1. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย พบว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ควรจะทบทวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์การให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และปรับปรุงกลไกการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพโดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อกำ หนดทิศทางของโครงสร้างองค์การ รวมทั้งควรประสานงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาโครงสร้างองค์การให้มีประสิทธิภาพ | th |
| dc.description.abstract | 2. ข้อเสนอแนะเชิงการบริหาร พบว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ควรใช้รูปแบบโครงสร้างองค์การแบบเมตริกซ์ (Matrix Organization) เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงในการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานได้เป็นอย่างดี และควรเพิ่มกลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศในสำนักงานเลขานุการกรม เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลด้านศาสนาอย่างเป็นระบบ รวมทั้งกลุ่มงานด้านอาเซียน เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนี้ควรนำเรื่องของวัฒนธรรมองค์การและค่านิยมมาพิจารณาในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การให้เกิดประสิทธิภาพ | th |
| dc.format.extent | 188 | th |
| dc.format.mimetype | application/pdf | th |
| dc.identifier.doi | 10.14457/NIDA.the.2014.153 | |
| dc.identifier.other | b191042 | th |
| dc.identifier.uri | http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/4644 | th |
| dc.language.iso | tha | th |
| dc.publisher | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ | th |
| dc.rights | ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0) | th |
| dc.subject.other | กรมการศาสนา | th |
| dc.subject.other | กรมการศาสนา -- การจัดส่วนราชการ | th |
| dc.title | ประสิทธิผลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม | th |
| dc.title.alternative | Effectiveness on the change structure in the Department of Religious Affairs, Ministry of Culture | th |
| dc.type | text--thesis--master thesis | th |
| mods.genre | Thesis | th |
| mods.physicalLocation | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา | th |
| thesis.degree.department | คณะรัฐประศาสนศาสตร์ | th |
| thesis.degree.level | Masters | th |
| thesis.degree.name | รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต | th |

