ธรรมาภิบาลในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาเทศบาลในอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
Publisher
Issued Date
2015
Issued Date (B.E.)
2558
Available Date
Copyright Date
Resource Type
Series
Edition
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
188 แผ่น
ISBN
ISSN
eISSN
Other identifier(s)
b191039
Identifier(s)
Access Rights
Access Status
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Physical Location
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา
Bibliographic Citation
Citation
นฤมล สุยะราช (2015). ธรรมาภิบาลในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาเทศบาลในอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี. Retrieved from: http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/4667.
Title
ธรรมาภิบาลในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาเทศบาลในอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
Alternative Title(s)
Good governance in local administration : a case study of Municipalities in Thanyaburi, Pathumthani Province
Author(s)
Advisor(s)
Editor(s)
item.page.dc.contrubutor.advisor
Advisor's email
Contributor(s)
Contributor(s)
Abstract
การศึกษาวิจัยครั้งนีมี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาถึงทัศนคติของนายกเทศมนตรี และ
ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาลที่มีต่อการนาหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในเทศบาล 2) ศึกษาถึงวิธีปฏิบัติ
ของเทศบาลในการนาหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารงานของเทศบาล และ 3) ศึกษาถึงปัญหา
และอุปสรรคในการนาหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในเทศบาล โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่ศึกษา
ในเทศบาลทัง้ 4 แห่งของอาเภอธัญบุรี ประกอบด้วย เทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองสนนั่ รักษ์
เทศบาลเมืองบึงยี่โถ และเทศบาลตาบลธัญบุรี วิธีการศึกษาใช้วิธีการสัมภาษณ์จากนายกเทศมนตรี
ปลัดเทศบาลและรองปลัดเทศบาล รวมถึงการศึกษาจากเอกสาร
ผลการศึกษาพบว่า ในทัศนคติของนายกเทศมนตรี และปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล เป็นการมองหลักนิติธรรมเฉพาะในมิติของการทาตามที่กฎหมายบัญ ญัติไว้เท่านั้น ส่วนหลักคุณธรรมเป็นการมองเฉพาะในมิติของคุณธรรมตามหลักศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม เท่านั้น ยังไม่เป็ นการนาหลักคุณธรรมทางด้านวิชาการมาใช้เป็นแค่เพียงการใช้ การบริหารงาน บุคคลโดยหลักคุณธรรม โดยมีการนาเครื่องมือต่าง ๆ นวัตกรรมใหม่มาใช้ในการบริหารงานบุคคล ซึ่งนับว่าเป็นการนาเรื่องของนวัตกรรม เทคโนโลยีมาช่วยผลักดันในการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ให้เกิดขึน้ ในเทศบาลไม่มากก็น้อย ส่วนหลักความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ตามที่กฎหมายได้กาหนดไว้ โดยมีช่องทางที่ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย ส่วนหลักความมีส่วนร่วม เทศบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอยู่ในระดับ 1 และ 2 กล่าวคือ ระดับหนึ่งเป็นระดับการให้ข้อมูล ได้แก่ การแจกข่าว การทาหนังสือพิมพ์ให้ข้อมูล เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ระดับที่สองเป็นการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน ได้แก่ การสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการริเริ่มทำโครงการต่าง ๆ การบรรยายให้ประชาชนฟัง เกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ แล้วขอความคิดเห็นจากผู้ฟัง รวมไปถึงการร่วมปรึกษาหารือ เทศบาล ส่วนใหญ่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมถึงระดับนี้ส่วนหลักสานึกรับผิดชอบ
ตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้ โดยการดาเนินงานของเทศบาลต้องรับผิดชอบต่อประชาชน เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ประชาชนต้องมาก่อน แต่สิ่งที่ทุก เทศบาล ยังขาดแคลนคืองบประมาณ ส่งผลให้ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ได้อย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหลักความคุ้มค่า ผู้บริหารท้องถิ่นมองว่าเทศบาลมีการใช้ ทรัพยากรทางการบริหารอย่างคุ้มค่าแล้ว แต่ในความเป็นจริงนัน้ ยังปรากฏเหตุการณ์ที่สะท้อนว่า เทศบาลยังไม่ได้มีการนาหลักความคุ้มค่าไปปรับใช้อย่างแท้จริง เช่น การนาของหลวงไปใช้เป็น ของส่วนตัว โครงการที่ไม่สามารถวัดความคุ้มค่าของงาน โดยเฉพาะการวัดความคุ้มค่าจากการใช้ งบประมาณ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดทาโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นโครงการที่ส่งผล กระทบต่อนายกเทศมนตรีในเรื่องของความนิยม หรือฐานคะแนนเสียงในท้องถิ่น โดยอาจกล่าวได้ ว่า การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลในทัศนคติของนายกเทศมนตรี ได้แก่ ความนิยมและ คะแนนเสียงจากประชาชน ส่วนการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลในทัศนคติของปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล ได้แก่ รางวัลความสาเร็จต่างๆ ที่เป็นผลมาจากการบริหารงาน รวมถึงการเป็น คนโปรดของนายกเทศมนตรีซึ่ง เป็นผู้ที่สามารถทางานร่วมกับนายกเทศมนตรีได้เป็นอย่างดี วิธีปฏิบัติของเทศบาลในการนาหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารงานของเทศบาล โดยทั่วไป ได้แก่ การดำเนินงานทุกด้านของเทศบาลต้องอาศัยกฎหมายแม่บท ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เป็นกรอบใหญ่ในการดาเนินการ อยู่ในลักษณะของ Top-Down มากกว่า Bottom-Up เทศบาล มีการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบผ่านช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่ บอร์ดประชาสัมพันธ์ ของสานักงานเทศบาล เว็บไซต์ แผ่นพับ วารสาร และการประกาศเสียงตามสายของผู้นาชุมชน ทั้งนี้เทศบาลได้เปิ ดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะเป็นแบบแผนและไม่เป็นแบบแผน นอกจากนี้ทศบาลยังมีมาตรการในการใช้ทรัพยากรภายในองค์กรอย่างประหยัด โดยมีความพยายาม ในการปรับปรุงกระบวนการทางานเพื่อลดขัน้ ตอน เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผู้บริหารท้องถิ่นส่วนใหญ่มองว่าปัญหาและอุปสรรคที่สาคัญในการนาหลักธรรมาภิบาล มาใช้ในการบริหารงาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับคน กระบวนการ และผลลัพธ์ กล่าวคือ คนเป็นเรื่อง การยอมรับจากผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานต้องเป็นคนที่นาหลักธรรมาภิบาลไปสู่การปฏิบัติ ลงมือทำส่วนกระบวนการ เป็นเรื่องของหลักขัน้ ตอนการปฏิบัติที่มีความละเอียด ต้องคำนึงถึง หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ส่วนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้น ในบางครั้งมักจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สาเหตุจาก ข้อจากัดต่างๆ ซึ่งในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญคือ การพูดคุยชีแจ้งให้เห็นความสาคัญ และการสร้างจิตสานึกให้เกิดขึ้น
ส่วนผลกระทบทางบวกจากการนาหลักธรรมาภิบาลไปใช้ พบว่า 1) ผลกระทบต่อการให้ บริการสาธารณะแก่ประชาชน ประชาชนได้รับผลประโยชน์ตรงตามที่ต้องการ มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 2) ผลกระทบต่อองค์กร ทาให้เทศบาลเป็ นองค์กรที่มีภาพลักษณ์ดีขึน้ น่าเชื่อถือขึน้ การดาเนินงานในเทศบาลในภาพรวมมีประสิทธิภาพประสิทธิผลเพิ่มขึน้ เพิ่มคุณค่า ให้กับเทศบาลในระยะยาว และ 3) ผลกระทบต่อตัวของผู้บริหารท้องถิ่นคือ ทาให้มีความภาคภูมิใจ ในตนเอง เป็นที่ยอมรับจากท้องถิ่น และเป็นการปูทางของนายกเทศมนตรีสาหรับการเลือกตั้งใน ครั้งต่อไป
ข้อเสนอแนะจากการศึกษา คือ 1) หน่วยงานภาครัฐควรมีการทบทวนแก้ไขกฎระเบียบ ที่ไม่มีความจำเป็นและปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพสังคมในปัจจุบัน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ แต่ละท้องถิ่นได้มีการนาหลักธรรมาภิบาลไปบริหารจัดการด้วยตนเองให้เหมาะสมกับ สภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น 2) ผู้บริหารท้องถิ่นทั้งนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาลในฐานะที่เป็นผู้นาระดับสูงของเทศบาล ต้องมีความจริงจังและจริงใจในการนา หลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารงานเทศบาลอย่างแท้จริง 3) เทศบาลต้องมีการเสริมสร้าง ความรู้ ความเข้าใจ และสร้างจิตสานึกให้พนักงานเทศบาลในทุกส่วนตระหนักถึงความสาคัญของ การนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการดำเนินงาน
ผลการศึกษาพบว่า ในทัศนคติของนายกเทศมนตรี และปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล เป็นการมองหลักนิติธรรมเฉพาะในมิติของการทาตามที่กฎหมายบัญ ญัติไว้เท่านั้น ส่วนหลักคุณธรรมเป็นการมองเฉพาะในมิติของคุณธรรมตามหลักศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม เท่านั้น ยังไม่เป็ นการนาหลักคุณธรรมทางด้านวิชาการมาใช้เป็นแค่เพียงการใช้ การบริหารงาน บุคคลโดยหลักคุณธรรม โดยมีการนาเครื่องมือต่าง ๆ นวัตกรรมใหม่มาใช้ในการบริหารงานบุคคล ซึ่งนับว่าเป็นการนาเรื่องของนวัตกรรม เทคโนโลยีมาช่วยผลักดันในการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ให้เกิดขึน้ ในเทศบาลไม่มากก็น้อย ส่วนหลักความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ตามที่กฎหมายได้กาหนดไว้ โดยมีช่องทางที่ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย ส่วนหลักความมีส่วนร่วม เทศบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอยู่ในระดับ 1 และ 2 กล่าวคือ ระดับหนึ่งเป็นระดับการให้ข้อมูล ได้แก่ การแจกข่าว การทาหนังสือพิมพ์ให้ข้อมูล เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ระดับที่สองเป็นการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน ได้แก่ การสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการริเริ่มทำโครงการต่าง ๆ การบรรยายให้ประชาชนฟัง เกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ แล้วขอความคิดเห็นจากผู้ฟัง รวมไปถึงการร่วมปรึกษาหารือ เทศบาล ส่วนใหญ่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมถึงระดับนี้ส่วนหลักสานึกรับผิดชอบ
ตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้ โดยการดาเนินงานของเทศบาลต้องรับผิดชอบต่อประชาชน เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ประชาชนต้องมาก่อน แต่สิ่งที่ทุก เทศบาล ยังขาดแคลนคืองบประมาณ ส่งผลให้ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ได้อย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหลักความคุ้มค่า ผู้บริหารท้องถิ่นมองว่าเทศบาลมีการใช้ ทรัพยากรทางการบริหารอย่างคุ้มค่าแล้ว แต่ในความเป็นจริงนัน้ ยังปรากฏเหตุการณ์ที่สะท้อนว่า เทศบาลยังไม่ได้มีการนาหลักความคุ้มค่าไปปรับใช้อย่างแท้จริง เช่น การนาของหลวงไปใช้เป็น ของส่วนตัว โครงการที่ไม่สามารถวัดความคุ้มค่าของงาน โดยเฉพาะการวัดความคุ้มค่าจากการใช้ งบประมาณ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดทาโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นโครงการที่ส่งผล กระทบต่อนายกเทศมนตรีในเรื่องของความนิยม หรือฐานคะแนนเสียงในท้องถิ่น โดยอาจกล่าวได้ ว่า การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลในทัศนคติของนายกเทศมนตรี ได้แก่ ความนิยมและ คะแนนเสียงจากประชาชน ส่วนการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลในทัศนคติของปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล ได้แก่ รางวัลความสาเร็จต่างๆ ที่เป็นผลมาจากการบริหารงาน รวมถึงการเป็น คนโปรดของนายกเทศมนตรีซึ่ง เป็นผู้ที่สามารถทางานร่วมกับนายกเทศมนตรีได้เป็นอย่างดี วิธีปฏิบัติของเทศบาลในการนาหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารงานของเทศบาล โดยทั่วไป ได้แก่ การดำเนินงานทุกด้านของเทศบาลต้องอาศัยกฎหมายแม่บท ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เป็นกรอบใหญ่ในการดาเนินการ อยู่ในลักษณะของ Top-Down มากกว่า Bottom-Up เทศบาล มีการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบผ่านช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่ บอร์ดประชาสัมพันธ์ ของสานักงานเทศบาล เว็บไซต์ แผ่นพับ วารสาร และการประกาศเสียงตามสายของผู้นาชุมชน ทั้งนี้เทศบาลได้เปิ ดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะเป็นแบบแผนและไม่เป็นแบบแผน นอกจากนี้ทศบาลยังมีมาตรการในการใช้ทรัพยากรภายในองค์กรอย่างประหยัด โดยมีความพยายาม ในการปรับปรุงกระบวนการทางานเพื่อลดขัน้ ตอน เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผู้บริหารท้องถิ่นส่วนใหญ่มองว่าปัญหาและอุปสรรคที่สาคัญในการนาหลักธรรมาภิบาล มาใช้ในการบริหารงาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับคน กระบวนการ และผลลัพธ์ กล่าวคือ คนเป็นเรื่อง การยอมรับจากผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานต้องเป็นคนที่นาหลักธรรมาภิบาลไปสู่การปฏิบัติ ลงมือทำส่วนกระบวนการ เป็นเรื่องของหลักขัน้ ตอนการปฏิบัติที่มีความละเอียด ต้องคำนึงถึง หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ส่วนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้น ในบางครั้งมักจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สาเหตุจาก ข้อจากัดต่างๆ ซึ่งในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญคือ การพูดคุยชีแจ้งให้เห็นความสาคัญ และการสร้างจิตสานึกให้เกิดขึ้น
ส่วนผลกระทบทางบวกจากการนาหลักธรรมาภิบาลไปใช้ พบว่า 1) ผลกระทบต่อการให้ บริการสาธารณะแก่ประชาชน ประชาชนได้รับผลประโยชน์ตรงตามที่ต้องการ มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 2) ผลกระทบต่อองค์กร ทาให้เทศบาลเป็ นองค์กรที่มีภาพลักษณ์ดีขึน้ น่าเชื่อถือขึน้ การดาเนินงานในเทศบาลในภาพรวมมีประสิทธิภาพประสิทธิผลเพิ่มขึน้ เพิ่มคุณค่า ให้กับเทศบาลในระยะยาว และ 3) ผลกระทบต่อตัวของผู้บริหารท้องถิ่นคือ ทาให้มีความภาคภูมิใจ ในตนเอง เป็นที่ยอมรับจากท้องถิ่น และเป็นการปูทางของนายกเทศมนตรีสาหรับการเลือกตั้งใน ครั้งต่อไป
ข้อเสนอแนะจากการศึกษา คือ 1) หน่วยงานภาครัฐควรมีการทบทวนแก้ไขกฎระเบียบ ที่ไม่มีความจำเป็นและปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพสังคมในปัจจุบัน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ แต่ละท้องถิ่นได้มีการนาหลักธรรมาภิบาลไปบริหารจัดการด้วยตนเองให้เหมาะสมกับ สภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น 2) ผู้บริหารท้องถิ่นทั้งนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาลในฐานะที่เป็นผู้นาระดับสูงของเทศบาล ต้องมีความจริงจังและจริงใจในการนา หลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารงานเทศบาลอย่างแท้จริง 3) เทศบาลต้องมีการเสริมสร้าง ความรู้ ความเข้าใจ และสร้างจิตสานึกให้พนักงานเทศบาลในทุกส่วนตระหนักถึงความสาคัญของ การนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการดำเนินงาน
Table of contents
Description
วิทยานิพนธ์ (รป.ม.)--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2558

