มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมสารเคมีในการเกษตร

dc.contributor.advisorกฤษฎากร ว่องวุฒิกุลth
dc.contributor.authorวระเดช ภาวัตเวคินth
dc.date.accessioned2023-12-12T07:17:18Z
dc.date.available2023-12-12T07:17:18Z
dc.date.issued2023th
dc.date.issuedBE2566th
dc.description.abstractดุษฎีนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา คือ เพื่อศึกษาถึงความหมาย แนวความคิด และพัฒนาการของกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมสารเคมีในการเกษตร เพื่อศึกษาถึงมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสารเคมีในการเกษตร เพื่อศึกษาถึงปัญหาทางกฎหมายในการควบคุมสารเคมีในการเกษตร ที่มีผลกระทบต่อด้านต่าง ๆ เพื่อเสนอแนะแนวทางด้านกฎหมายในการควบคุมสารเคมีในการเกษตร อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ต่อไป  การวิจัยครั้งนี้ผู้ศึกษาใช้วิธีการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทย กับสหภาพยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย และประเทศญี่ปุ่น ในประเด็นต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย โดยผู้ศึกษามีข้อค้นพบดังนี้ การขึ้นทะเบียน กฎหมายไทยมีความสอดคล้องกับสหภาพยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย และประเทศญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย โดยกำหนดให้มี “ตัวแทนในการจัดการสารเคมี” และควรกำหนดให้มี “การใช้ข้อมูลร่วมกัน” ในการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายของประเทศไทย รวมทั้งควรปรับปรุงแก้ไข อายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ควรมีอายุ 3 ปี นอกจากนี้มาตรการในการต่ออายุใบอนุญาตนั้น ควรปรับปรุงมาตรการในการต่ออายุใบอนุญาตจะต้องมีมาตรฐานที่เท่ากันหรือมากกว่าตอนยื่นคำขออนุญาตขึ้นทะเบียน  การผลิต หรือนำเข้า กฎหมายไทยมีความสอดคล้องกับสหภาพยุโรป และประเทศออสเตรเลีย แต่ไม่สอดคล้องกับประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้ศึกษาเห็นว่า กฎหมายไทยควรปรับปรุงแก้ไข โดยกำหนดให้วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 และวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 จะต้องขออนุญาตก่อนทำการผลิต หรือนำเข้า และผู้ควบคุมการผลิต ควรปรับปรุงแก้ไขให้ผู้ควบคุมการผลิตต้องเข้ารับการอบรมในทุก ๆ 5 ปี ตามหลักสูตรที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด การควบคุมฉลาก กฎหมายไทยมีความสอดคล้องกับสหภาพยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย และประเทศญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย โดยควรกำหนดให้วัตถุอันตรายชนิดที่ 1 จะต้องมีการติดฉลาก นอกจากนี้ ข้อความในฉลากควรจะต้องมีการระบุ “ปริมาณการใช้ในแต่ละครั้ง” รวมทั้ง ควรกำหนดขนาดของฉลาก (กว้างคูณยาว) ทั้งนี้ โดยพิจารณาตามขนาดที่บรจุ การจำหน่าย กฎหมายไทยมีความสอดคล้องกับสหภาพยุโรป และประเทศออสเตรเลีย แต่ไม่สอดคล้องกับประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้ศึกษาเห็นควรว่า กฎหมายไทยควรปรับปรุงแก้ไข แยกขั้นตอนการขออนุญาตจำหน่ายออกจากขั้นตอนอื่น และในการออกประกาศนั้น ควรกำหนดให้การยื่นขออนุญาตจำหน่ายในระดับจังหวัด ควรยื่นคำขอต่อสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาต ควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจลงนาม และควรกำหนดให้ผู้ควบคุมการจำหน่าย จะต้องจบปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และจะต้องจัดให้ผู้ควบคุมการจำหน่ายต้องเข้ารับการอบรมในทุก 5 ปี ตามหลักสูตรที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด การใช้ กฎหมายไทยมีความสอดคล้องกับสหภาพยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย และประเทศญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย โดยควรจะต้องปรับปรุงปริมาณสารพิษตกค้าง (MRL) ในผลผลิตทางการเกษตรทุก 1 ปี และในกรณีที่ประเทศคู่ค้ากับประเทศไทย ไม่มีการปลูกผัก หรือผลไม้บางชนิด ควรปรับปรุงค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (MRL) ของประเทศไทยให้มีค่าต่ำที่สุด และจะต้องเจรจากับประเทศคู่ค้า เพื่อพิจารณาปรับปรุงค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (MRL) ของประเทศคู่ค้าให้สอดคล้องกับประเทศไทย  การเพิกถอน ตามกฎหมายไทยมีความสอดคล้องกับสหภาพยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย และประเทศญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย โดยควรบัญญัติเพิ่มเติมการอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนไว้ด้วย และควรเพิ่มเติม ให้มีการผลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงความเป็นอันตรายแก่บุคคล สัตว์พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม โดยไม่มีวิธีปกติตามควรที่จะป้องกันได้ เพื่อประกอบการพิจารณาth
dc.description.abstractThe objective of this research is: (1) to study the meaning, concepts, and development of laws related to the control of chemical substances in agriculture (2) to study legal measures related to the control of chemical substances in agriculture, and (3) to study legal issues related to the control of chemical substances in agriculture that have various impacts. As a result, these to propose legal recommendation for the control of chemical substances in agriculture in the future. In this research, the researcher employed documentary research method to compare Thailand with the European Union, the United States, Canada, Australia, and Japan on various issues according to the objectives of the research. The researcher made the following findings:  The law related to registration of chemical substance in Thailand are in line with those of the European Union, the United States, Canada, Australia, and Japan. However, Thailand should make improvements to its laws by requiring the appointment of a "chemicals management representative" and implementing "shared data" in the registration of hazardous substances in Thailand. In addition, the validity period of registration certificates for hazardous substances should be set at 3 years and the criteria for renewing registration certificates should be standardized or even more stringent than when submitting the initial application. In terms of production or importation, laws in Thailand are aligned with those of the European Union and Australia, but not aligned with the laws of the United States, Canada, and Japan. The researcher suggests that Thai laws should be revised to require permits for the production or importation of Type 2 and Type 3 hazardous substances, and that the controllers of production should be required to undergo training every 5 years according to the curriculum specified by the Department of Agriculture. In relation to Labeling, laws in Thailand are aligned with the European Union, the United States, Canada, Australia, and Japan. However, Thailand should amend its laws to require hazardous substances of Type 1 to be labeled, and the label should include information on "quantity for each use". Additionally, the size of the label should be specified in terms of width and length, taking into consideration the packaging size. In terms of the distribution of chemical substance, regulations in Thailand are aligned with the European Union and Australia, but not with the United States, Canada, and Japan. The researcher suggests that Thai laws should be revised to separate the process of applying for distribution permits from other processes, and that the application for distribution permits should be submitted at the provincial level to the Department of Agricultural Research and Development, Ministry of Agriculture and Cooperatives. The person authorized to sign the permit should be the provincial governor, and the controller of distribution should hold a bachelor's degree in an agricultural-related field and undergo training every 5 years as prescribed by the Department of Agricultural Research and Development. In terms of use, the Thai laws is consistent with the European Union, the United States, Canada, Australia, and Japan. However, Thailand should improve and amend its laws by annually adjusting the Maximum Residue Limits (MRL) of agricultural products, and in cases where Thailand's trading partners do not cultivate certain vegetables or fruits, Thailand should aim to have the lowest Maximum Residue Limits (MRL). Negotiations should be conducted with trading partners to align their Maximum Residue Limits (MRL) with Thailand's. For the withdrawal of chemical substances, the Thai law is consistent with the European Union, the United States, Canada, Australia, and Japan. However, Thailand should improve and amend its laws by enacting additional provisions for withdrawal orders and should further require scientific confirmation of the danger to human beings, animals, plants, property, or the environment without normal preventive measures. This should be considered as part of the decision-making process.th
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/6731th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subjectLegal Measuresen
dc.subjectมาตรการทางกฎหมายth
dc.subjectChemical Substancesen
dc.subjectสารเคมีth
dc.subjectAgricultureen
dc.subjectการเกษตรth
dc.titleมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมสารเคมีในการเกษตรth
dc.title.alternativeLegal measures for controlling chemical substances in agricultureth
dc.typetext--thesis--doctoral thesisth
mods.genreDissertationth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelDoctoralth
Files
Original bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
5911931007.pdf
Size:
2.39 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
License bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
202 B
Format:
Plain Text
Description: