ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรอง  กรณีศึกษา:จังหวัดนครศรีธรรมราช

dc.contributor.advisorไพฑูรย์ มนต์พานทองth
dc.contributor.authorสุวิทย์ พิศแลงามth
dc.date.accessioned2023-12-12T07:14:29Z
dc.date.available2023-12-12T07:14:29Z
dc.date.issued2024th
dc.date.issuedBE2567th
dc.description.abstractวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราชโดยมีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมในการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อศึกษาองค์ประกอบการท่องเที่ยวที่มีอิทธิพลต่อความจงรักภักดีต่อจุดหมายปลายทาง 3) เพื่อประเมินศักยภาพการจัดการการท่องเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราช และ 4) เพื่อเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Research Methodology) ซึ่งเป็นการผสมผสานรูปแบบการวิจัยระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมและพักค้างคืนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ. 2566 จำนวน 304 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ (Multiple Regression Analysis) สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยงานละ 1 คน และตัวแทนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 4 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์แบบแก่นสาระ (Thematic Analysis) ผลการศึกษาพฤติกรรมในการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราชพบว่า พฤติกรรมก่อนเดินทางผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยว 1 - 2 ครั้ง/ปี โดย มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว/พักผ่อนหย่อนใจ เดินทางมาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) จำนวน 3 - 4 วัน เคยเดินทางมาเที่ยวแล้ว 1 - 2 ครั้ง ค้นหาข้อมูลก่อนเดินทางผ่านเว็บไซต์ทางการ (Official Website) ค้นหาจาก Google Maps รองลงมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สื่อสังคมออนไลน์ค้นหาจาก Facebook และจากคำชักชวนจากเพื่อน ญาติ หรือครอบครัว โดยมีเพื่อนเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทาง และเหตุผลที่ในการตัดสินใจมาจากคำชักชวนของครอบครัว/เพื่อน โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีการซื้อ/จองซื้อโดยตรงกับชุมชน/แหล่งท่องเที่ยว ด้านพฤติกรรมระหว่างเดินทางท่องเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราชกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สนใจสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ โดยกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่สนใจ คือกิจกรรมเที่ยวหมู่บ้านคีรีวงชมวิถีชุมชนในพื้นที่ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีผู้ร่วมเดินทางเป็นญาติ/ครอบครัว ส่วนใหญ่ใช้บริการสถานที่พักประเภทโรงแรม/รีสอร์ท โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีใช้จ่ายไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน (ต่อคน) ต่ำกว่า 3,000 บาท/วัน และใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นยานพาหนะที่ใช้เดินทางไปยังเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราชและใช้ในการท่องเที่ยว ด้านพฤติกรรมหลังเดินทางท่องเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความต้องการกลับมาเที่ยวซ้ำแน่นอน และมีความต้องการบอกต่อให้ผู้อื่นหรือคนรู้จักพร้อมทั้งมีความเต็มใจจะจ่ายมากขึ้นและมีความต้องการปกป้องในกรณีที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีข่าวด้านลบ สำหรับผลการศึกษาองค์ประกอบการท่องเที่ยวที่มีอิทธิพลต่อความจงรักภักดีต่อจุดหมายปลายทาง พบว่า จากการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ ตัวแปรที่สามารถนำไปใช้ในการพยากรณ์ความจงรักภักดีต่อจุดหมายปลายทาง ได้แก่ องค์ประกอบการท่องเที่ยว ด้านความดึงดูดใจของแหล่งท่องเที่ยว ด้านความสามารถในการเข้าถึงของแหล่งท่องเที่ยว ด้านความจริงแท้ และด้านการยอมรับของคนในพื้นที่ และผลการศึกษาศักยภาพการจัดการการท่องเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าศักยภาพที่ต้องพัฒนาได้แก่ 1) ด้านเจ้าบ้าน 2) ด้านความร่วมมือ 3) ด้านการพัฒนา 4) ด้านแหล่งท่องเที่ยว จากผลการศึกษาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรอง จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนี้ แนวทางที่ 1 พัฒนาความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและมีเป้าหมายในการพัฒนาร่วมกัน แนวทางที่ 2 พัฒนาการทำการตลาดออนไลน์เพื่อส่งเสริมธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยว แนวทางที่ 3 ภาครัฐให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างจริงจังและตรงจุด แนวทางที่ 4 พัฒนามาตรฐานและศักยภาพผู้ให้บริการ และแนวทางที่ 5 ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นและเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการท่องเที่ยวth
dc.description.abstractThis research aims to study “Policy Recommendations for Secondary City Tourism Development A Case Study of Nakhon Si Thammarat Province”. The objectives are 1) to study the decision-making behavior of Thai tourists traveling to secondary cities, Nakhon Si Thammarat Province 2) to study tourism elements that influence destination loyalty 3) to evaluate the potential of secondary city tourism management in Nakhon Si Thammarat Province, and 4) to offer policy recommendations for Secondary City Tourism Development A Case Study of Nakhon Si Thammarat Province. The study used a mixed research methodology, which is a combination of quantitative research and qualitative research. The quantitative research consisted of a sample group of Thai tourists traveling to secondary cities, Nakhon Si Thammarat Province from 304 people who have experience in doing activities and staying overnight in Nakhon Si Thammarat Province in 2023 and used the purposive sampling method. The tool used to collect data was a questionnaire. Statistics used in data analysis included Frequency, Percentage, Mean, and Deviation. Standard Deviation and correlation analysis by finding Multiple Regression Analysis. For qualitative research, there are key informants are representatives of stakeholders from the government sector, the private sector, communities involved in tourism in Nakhon Si Thammarat Province, 1 person per sector, and representatives of Thai tourists traveling to visit secondary cities, Nakhon Si Thammarat Province for 4 people. The tool used in the study was the In-depth Interview. Data analysis used Thematic Analysis. The study's results on the decision-making behavior of Thai tourists traveling to secondary cities in Nakhon Si Thammarat Province revealed that, before traveling, the majority of respondents visited secondary cities 1-2 times per year for tourism or recreation purposes. They typically arrive during the weekend (Saturday-Sunday) for 3-4 days. Google Maps and the Tourism Authority of Thailand (TAT) were the primary sources of information, with social media and recommendations from friends, relatives, or family also influencing travel decisions. Friends were the primary influencers, and family and friends’ persuasion influenced many decisions. Most respondents purchased or reserved directly from communities or tourist attractions. During their visit to secondary cities, the majority of respondents showed interest in tourist attractions related to arts and culture, traditions, and local ways of life, such as floating markets and various festivals. Kiriwong Village was particularly popular. Many respondents traveled with relatives or family and chose hotel or resort accommodations. Most spent less than 3,000 baht per person per day, and personal cars were the preferred mode of transportation. After visiting secondary cities in Nakhon Si Thammarat Province, most respondents expressed a desire to return and visit again. They also indicated a willingness to share their experiences with others and pay more for such trips. Additionally, they felt the need to protect the destination's image in case of negative news. The results of the study of tourism elements that influence destination loyalty were found from multiple regression analyses. Variables that can be used to predict destination loyalty include tourism elements 1) Attractiveness of tourist attractions 2 Accessibility of tourist attractions 3) Authenticity, and 4) Acceptance of local people. Regarding the study of the potential of tourism management in secondary cities in Nakhon Si Thammarat Province. It was found that the potential must be developed in managing tourism are 1) Host 2) Cooperation 3) Development 4) Tourist attraction According to the results, the researcher presents policy recommendations for secondary cities in Nakhon Si Thammarat Province. As follows: Guideline 1: Develop cooperation among stakeholders and establish common development goals. Guideline 2: Implement online marketing strategies to promote businesses and tourist attractions. Guideline 3: Encourage government support for targeted tourism development efforts. Guidelines 4: Enhance the standards and potential of service providers, and Guidelines 5: Promote local wisdom and increase the value of tourism products.th
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/6711th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subjectSecondary Citiesen
dc.subjectเมืองรองth
dc.subjectNakhon Si Thammarat Provinceen
dc.subjectจังหวัดนครศรีธรรมราชth
dc.subjectTourism Management Policyen
dc.subjectนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวth
dc.subjectPolicy Suggestionsen
dc.subjectข้อเสนอแนะเชิงนโยบายth
dc.titleข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรอง  กรณีศึกษา:จังหวัดนครศรีธรรมราชth
dc.title.alternativePolicy recommendations for secondary city tourism development. A case study of nakhon si thammarat provinceth
dc.typetext--thesis--master thesisth
mods.genreThesisth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelMastersth
Files
Original bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
6211772010.pdf
Size:
11.33 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
License bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
202 B
Format:
Plain Text
Description: