กลวิธีการแปลคำว่า "ต้อง" เป็นภาษาญี่ปุ่น และ"なければならない" เป็นภาษาไทย

dc.contributor.advisorเตวิช เสวตไอยารามth
dc.contributor.authorกรรณิกา จิตรโสภาth
dc.date.accessioned2021-09-06T08:16:39Z
dc.date.available2021-09-06T08:16:39Z
dc.date.issued2019th
dc.date.issuedBE2562th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การสื่อสารและวัฒนธรรมญี่ปุ่น))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2562th
dc.description.abstractงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการแปล “ต้อง” และ なければならない ผ่านวรรณกรรมแปลไทย-ญี่ปุ่น จำนวน 5 เรื่องและวรรณกรรมแปลญี่ปุ่น-ไทย จำนวน 5 เรื่อง จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทัศนภาวะหรือมาลา (Modality) (เช่น Nitta, 1991; Masuoka, 2007; พรทิพย์, 2515; ไพทยา, 2540) พบว่า “ต้อง”ประกอบด้วย 4 ความหมาย ได้แก่ (1) หน้าที่และความจำเป็น (2) ความเชื่อแน่และการคาดคะเน (3) การบังคับ ขอร้อง ห้าม แนะนำ ตักเตือน และ (4) ความตั้งใจ ในขณะที่ なければならないประกอบด้วย 5 ความหมาย ได้แก่ (1) หน้าที่และความจำเป็น (2) ความเชื่อแน่และการคาดคะเน (3) การบังคับ ขอร้อง ห้าม แนะนำ ตักเตือน (4) ความตั้งใจ และ (5) การเป็นเช่นนั้นโดยธรรมชาติ หรือผลลัพธ์ จากนั้นผู้วิจัยได้ศึกษากลวิธีการแปลจากงานวิจัยด้านการแปลไวยากรณ์ในภาษาต่าง ๆ และสรุปว่ากลวิธีการแปลมี 2 กลวิธี ได้แก่ (1) กลวิธีการแปลประจำรูป (หรือการแปลแบบตรงตัว) และ (2) กลวิธีการแปลโดยใช้คำอื่น โดยคำอื่นในที่นี้หมายถึงทัศนภาวะอื่นที่ไม่ใช่ “ต้อง” หรือ なければならない และทัศนภาวะแบบไม่ปรากฏรูป ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่พบในวรรณกรรมแปล อันดับแรกผู้วิจัยทบทวนความหมายของ “ต้อง” และกลวิธีการแปล จากนั้นจึงวิเคราะห์กลวิธีการแปล “ต้อง” และ なければならない แยกตามความหมาย จากการทบทวนความหมายของ “ต้อง” พบว่านอกจาก 4 ความหมายที่กล่าวมาข้างต้น “ต้อง” ยังสื่อได้อีก 1 ความหมาย คือ “การเป็นเช่นนั้นโดยธรรมชาติ หรือผลลัพธ์” ทำให้ “ต้อง” มี 5 ความหมายเหมือนกับ なければならない และจากการทบทวนกลวิธีการแปล ผู้วิจัยพบกลวิธีการแปลอีก 1 กลวิธีคือ “กลวิธีการปรับบทแปล” หรือการแปลภาษาต้นฉบับเป็นภาษาปลายทางในรูปประโยคที่มีโครงสร้างไม่ตรงตามภาษาต้นฉบับหรือความหมายในภาษาแปลถูกปรับให้แตกต่างออกไปจากภาษาต้นฉบับ ดังนั้น กลวิธีการแปลที่ใช้ในงานวิจัยนี้จึงมี 3 กลวิธี คือ (1) กลวีการแปลประจำรูป (2) กลวิธีการแปลโดยใช้คำอื่น และ (3) กลวิธีการปรับบทแปล สำหรับกลวิธีการแปลแยกตามความหมาย ผู้วิจัยพบว่า “ต้อง” ในความหมายของ “หน้าที่และความจำเป็น” ถูกแปลด้วย “กลวิธีการแปลประจำรูป” มากที่สุด ส่วนอีก 4 ความหมาย พบการใช้ “กลวิธีการแปลโดยใช้คำอื่น” มากที่สุด โดยคำอื่นที่พบว่ามีการใช้มากที่สุดในแต่ละความหมาย ได้แก่ การใช้ “ทัศนภาวะแบบไม่ปรากฏรูป” ในความหมายของ “ความเชื่อแน่และการคาดคะเน” การใช้ “รูปตั้งใจ” ในความหมายของ “ความตั้งใจ” การใช้ “รูปคำสั่ง” ในความหมายของ “การบังคับ ขอร้อง ห้าม แนะนำ ตักเตือน” และการใช้ “ทัศนภาวะแบบไม่ปรากฏรูป” ในความหมายของ “การเป็นเช่นนั้นโดยธรรมชาติ หรือผลลัพธ์” ผู้วิจัยคาดว่าแนวโน้มนี้เกิดจาก “ความหมายหลักและความหมายรอง” จากจำนวนตัวอย่างของ “ต้อง” และ なければならない ที่พบในวรรณกรรมแปล ผู้วิจัยพบความหมายของ “หน้าที่และความจำเป็น” มากที่สุด กล่าวได้ว่า “หน้าที่และความจำเป็น” เป็น “ความหมายหลัก” ของสองคำนี้ เมื่อ “ต้อง” และ なければならない มีความหมายหลักตรงกัน ส่งผลให้มีการใช้ “กลวิธีการแปลประจำรูป” มากที่สุดในความหมายนี้ ส่วนอีก 4 ความหมาย เนื่องจากเป็น “ความหมายรอง” จึงมีทัศนภาวะอื่นที่ไม่ใช่ “ต้อง” หรือ なければならない ที่รองรับความหมายได้ชัดเจนกว่า ประกอบกับภาษาญี่ปุ่นมี “การพึ่งพาบริบท” มากกว่าภาษาไทย ดังนั้น แม้ประโยคภาษาไทยจะมีการใช้ “ต้อง” แต่ถ้าประโยคภาษาญี่ปุ่นมีบริบทที่เอื้อต่อการสื่อความหมาย เช่น 信じる (แสดงถึงความเชื่อแน่) จะไม่พบการแปลด้วย なければならない แต่พบการใช้ทัศนภาวะแบบไม่ปรากฏรูปแทน ซึ่งจัดอยู่ใน “กลวิธีการแปลโดยใช้คำอื่น” ส่วนการแปล なければならない ผู้วิจัยพบการใช้ “กลวิธีการแปลประจำรูป” มากที่สุดในทุกความหมาย ผู้วิจัยคาดว่าปัจจัยหนึ่งเป็นเพราะ なければならないมี “ความหมายหลัก” ตรงกับ “ต้อง” นอกจากนี้ เมื่อพิจารณา “ความหลากหลายของทัศนภาวะ” ของ 5 ความหมายของ “ต้อง” จะพบว่าภาษาไทยมักใช้คำว่า “ต้อง” หรือกลุ่มคำที่ประกอบด้วยคำว่า “ต้อง” ในการสื่อความหมายเหล่านั้น จึงทำให้พบ “กลวิธีการแปลประจำรูป” มากที่สุดth
dc.description.abstract                This study aims to examine translation techniques to convey the meaning of “Tong” and “Nakereba naranai” through a total of 5 Japanese-Thai and 5 Thai-Japanese translated literatures. From a study about modality (such as Nitta, 1991; Masuoka, 2007, พรทิพย์, 2515; ไพทยา, 2540), the findings suggest that “Tong” consists of 4 possible meanings: (1) Duties and requirements, (2) Strong confidence and anticipation, (3) Obligations, requests, forbiddance, suggestions, warnings, and (4) Determination. On the other hand, “Nakereba naranai” consists of 5 possible meanings: (1) Duties and requirements, (2) Strong confidence and anticipation, (3) Obligations, requests, forbiddance, suggestions, and warnings, and (4) Determination, and (5) Natural outcomes. The researcher then studied translation techniques from syntactic translation researches in several languages and eventually concluded that there are 2 translation techniques: (1) Form-based translation (word-for-word translation) and (2) Equivalence, where equivalence means any other modality that is not “Tong” or “Nakereba naranai”, including formless modality.                 To analyze the data found in the translated literatures, first the researcher reviewed the meaning of “Tong” and translation techniques, then reviewed the translation techniques of “Tong” and “Nakereba naranai” for each meaning. Reviewing the meaning of “Tong”, the researcher found that there is another possible meaning for “Tong” in addition to the 4 meanings mentioned above, which is “natural outcomes.” Consequently, “Tong” appears to have the same 5 meanings as “Nakereba naranai”. During the reviewing of translation techniques, the researcher discovered another technique “Adaptation,” a translation technique where syntactic structures are loosely translated or completely adapted. Therefore, this research employs a total of 3 translation techniques: (1) Form-based translation (word-for-word translation), (2) Equivalence, and (3) Adaptation.                 For translation techniques, considered by meaning, the researcher found that “Tong” that falls in the meaning of “duties and requirements” is mostly translated with “form-based translation technique.” The rest 4 possible meanings were found to be translated with “equivalence technique.” It is found that the most common equivalence used for each meaning includes the use of “formless modalities” in the meaning of “strong confidence and anticipation,” the use of “volitional form” in the meaning of “determination,” the use of “imperative form” in the meaning of “obligations, requests, forbiddance, suggestions, and warnings,” and the use of “formless modalities” in the meaning of “natural outcomes.” The researcher assumed that the mentioned trends are resulted from “denotative and connotative meanings.” From the number of “Tong” and “Nakereba naranai” samples found in translated literatures, the researcher found the meaning of “duties and requirements” at the highest frequency. In other words, “duties and requirements” is the “denotative meaning” of both words. As the two words, “Tong” and “Nakereba naranai”, have the same denotative meaning, “form-based translation technique” is most used to translate them in regards of this meaning. The rest 4 possible meanings are considered “connotative meaning” that can be easily replaced with other more direct modalities that are not “Tong” or “Nakereba naranai”. Moreover, Japanese is much more “context-reliant” than Thai. Thus, even if the use of “Tong” is present in Thai language, when the present context is enough to convey the meaning, such as 信じる (which expresses strong confidence), formless modality is often used instead of “Nakereba naranai”. This falls into “equivalence technique.” For translating “Nakereba naranai”, it was found that every meaning of it was mostly translated with “form-based translation technique”. The researcher assumed that it was because “Tong” and “Nakereba naranai” have the same “denotative meaning.” Besides, when considering the “diversity of modalities” of the 5 possible meanings of “Tong” it was found that Thai language tends to use the word “Tong” or phrases that contain the word “Tong” convey such meaning. Consequently, “form-based translation” was the most common.th
dc.format.extent203 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.doi10.14457/NIDA.the.2019.147
dc.identifier.otherb211009th
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/5244th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subjecte-Thesisth
dc.subjectกลวิธีการแปลth
dc.subjectต้องth
dc.subjectなければならないth
dc.subjectความหมายหลักและความหมายรองth
dc.subject.otherการแปลth
dc.subject.otherภาษาญี่ปุ่น -- การแปลth
dc.titleกลวิธีการแปลคำว่า "ต้อง" เป็นภาษาญี่ปุ่น และ"なければならない" เป็นภาษาไทยth
dc.title.alternativeTechniques of translating "Tong" into Japanese and"Nakereba naranai" into Thaith
dc.typetext--thesis--master thesisth
mods.genreThesisth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.departmentคณะภาษาและการสื่อสารth
thesis.degree.disciplineการสื่อสารและวัฒนธรรมญี่ปุ่นth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelMastersth
thesis.degree.nameศิลปศาตรมหาบัณฑิตth
Files
Original bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
b211009.pdf
Size:
3.8 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
License bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
202 B
Format:
Plain Text
Description:
Collections