การจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำหรับงานวิ่งระยะไกล: กรณีศึกษางานวิ่งจอมบึงมาราธอน จังหวัดราชบุรี 

dc.contributor.advisorสุวารี นามวงค์th
dc.contributor.authorอรอนงค์ ชาสุวรรณth
dc.date.accessioned2023-12-12T07:14:27Z
dc.date.available2023-12-12T07:14:27Z
dc.date.issued2023th
dc.date.issuedBE2566th
dc.description.abstract     การวิจัยครั้งนี้มุ่งเน้นในการศึกษาเรื่องการจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำหรับงานวิ่งระยะไกล: กรณีศึกษางานวิ่งจอมบึงมาราธอน จังหวัดราชบุรี โดยมีวัตถุประสงค์ของการศึกษา 5 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาคุณลักษณะทางประชากรศาสตร์และพฤติกรรมของนักวิ่งที่เดินทางเข้าร่วมงานวิ่งจอมบึงมาราธอน 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจต่อการจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำหรับงานวิ่งระยะไกลด้านองค์ประกอบของการท่องเที่ยวของนักวิ่ง 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจต่อการจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำหรับงานวิ่งระยะไกลด้านองค์ประกอบของการจัดงานของนักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมงานวิ่ง 4) ความพึงพอใจโดยรวมของนักวิ่งที่เข้าร่วมงานวิ่งจอมบึงมาราธอนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการตั้งใจกลับมาเข้าร่วมงานวิ่งซ้ำ และ 5) เพื่อศึกษามุมมองความคิดเห็นของคณะผู้จัดงานวิ่งต่อการจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำหรับงานวิ่งระยะไกลว่าเป็นอย่างไร โดยการใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานซึ่งระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Approach) เป็นการรวบรวมข้อมูลแบบสอบถามจากผู้เข้าร่วมการแข่งขันงานวิ่งจอมบึงมาราธอน จังหวัดราชบุรี จำนวน 400 คน ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาเพื่อหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานรวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงอนุมาน โดยการใช้สถิติ T-Test และ One-way ANOVA ซึ่งเป็นการทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยระหว่างคุณลักษณะประชากรและการใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียรสันเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร โดยใช้สถิติการถอถอยพหูคูณ (Multiple Regression Analysis) ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาอิทธิพลว่าปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจต่อการจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำหรับงานวิ่งระยะไกลใดที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมการแข่งขันงานวิ่งจอมบึงมาราธอนและความพึงพอใจโดยรวใที่มีอิทธิพลต่อการตั้งใจกลับมาเข้าร่วมซ้ำ ส่วนทางด้านระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Approach) เป็นการเก็บข้อมูลสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างจากคณะผู้จัดงานวิ่งจอมบึงมาราธอนและมุมมองความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 20 คน โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการศึกษาคุณลักษณะประชากรศาสตร์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของผู้เข้าร่วมการแข่งขันงานวิ่งจอมบึงมาราธอน จังหวัดราชบุรี ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ซึ่งมีอายุระหว่าง 36-45 ปี จัดอยู่ในกลุ่มวัยทำงานตอนกลางไปจนถึงตอนปลาย มีสถานภาพสมรส โดยมีระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพพนักงานเอกชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,00 บาท สำหรับพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมแข่งขันงานวิ่งจอมบึงมาราธอน พบว่า ผู้เข้าร่วมงานนั้นส่วนใหญ่มีความถี่ในการเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันวิ่งมาราธอนมาแล้ว 1-3 ครั้ง มีวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันวิ่งมาราธอนเพื่อสุขภาพที่ดี เพื่อการท่องเที่ยวและเพื่อความภาคภูมิใจ ผ่านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนทางสื่อออนไลน์ เช่น ไลน์และเฟสบุ๊คเป็นส่วนใหญ่ โดยมีการเดินทางเข้าร่วมงานวิ่งร่วมกับกลุ่มเพื่อนหรือคนรู้จักและมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตลอดการเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันมาราธอนเฉลี่ยอยู่ที่ 2,001-3,000 บาทต่อครั้ง จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับที่พักเฉลี่ยอยู่ที่ต่ำกว่า 1,000 บาท สำหรับค่าอาหารและเครื่องดื่มเฉลี่ยอยู่ที่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อคน      สำหรับผลการศึกษาปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจต่อการจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำหรับงานวิ่งระยะไกลด้านองค์ประกอบของการท่องเที่ยวต่อความพึงพอใจของนักวิ่ง พบว่า ปัจจัยด้านสิ่งดึงดูดใจเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมงานวิ่งจอมบึงมาราธอนมากที่สุด รองลงมาคือด้านสิ่งอำนวยความสะดวกภายในงานวิ่ง ในส่วนของปัจจัยด้านองค์ประกอบของการจัดงานวิ่งที่มีผลต่อความพึงพอใจของนักวิ่ง พบว่า ปัจจัยด้านเจ้าหน้าที่และอาสามสมัครมีความสัมพันธ์ทางบวกสูงที่สุด รองลงมาคือ ด้านระบบการดำเนินงานและด้านการตลาด ที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยยะสำคัญกับความพึงพอใจของนักวิ่งตามลำดับ นอกจากนี้ผลการศึกษาทำให้ทราบถึงความพึงพอใจโดยรวมที่มีอิทธิพลทางบวกต่อการตั้งใจกลับมาเข้าร่วมงานวิ่งซ้ำ      จากผลการศึกษาในครั้งนี้ชี้ให้เห็นรูปแบบของการจัดการจุดหมายปลายทางสำหรับงานวิ่งระยะไกลอย่างมีประสิทธิภาพ ควรประกอบได้ด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ ปัจจัยด้านองค์ประกอบการท่องเที่ยวและองค์ประกอบด้านการจัดงานวิ่งที่ควรพัฒนาการจัดงานวิ่งระยะไกลให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักวิ่งได้เพื่อก่อให้เกิดความพึงพอใจและการกลับมาร่วมงานวิ่งซ้ำอีกครั้งในอนาคตth
dc.description.abstract  This thesis emphasizes the study of the tourism destination management for long-distance running: Chombueng Marathon, Ratchaburi province case study which has objectives are 1) to study runner's demographic characteristics and runner behavior in Chombueng Marathon, Ratchaburi province. 2) to study the factor of 5A’s in Tourism for long-distance running that influences runner satisfaction. 3) to study the factor of event management for long-distance running that influences runner satisfaction. 4) to study runner satisfaction that influences revisit intention to the event. 5) to explore the perspective of event and race organizers for the tourism destination management for long-distance running in the Chombueng Marathon, Ratchaburi province. A mixed research methodology was used for this study. The quantitative data were collected by using online survey questionnaires as research tools from 400 runners who participated in Chombueng Marathon. The data were analyzed by using descriptive statistics including frequency, percentage, mean, and standard deviation, and inferential statistics which were T-Test, One-way ANOVA, the correlation of Pearson Bivariate Correlation, and Multiple Regression Analysis with the stepwise method to find factors that influence tourist satisfaction and revisit intention. In addition, the qualitative data were collected through semi-structured interviews with 20 race organizers and analyzed data by content analysis.       The results of runners' demographic characteristics and behavior in the Chombueng Marathon, Ratchaburi province that the majority of runners were male, aged between 36-45 years old. Most of the runners were married with graduated bachelor's degrees and worked as self-employed. The majority earn 20,001-30,000 baht/month. The study about runners' behavior presented that they participated 1-3 times. The purpose of participating running event was for healthy, travel, and pride. They got the information through social online and participated with friends. The average expenditure for participating running event was 2,001-3,000 bath/times. The average expenditure for food and beverage is less than 1,000 baht/person.       The result revealed that, firstly, the factor of 5A's in tourism was positive with runners' satisfaction which most influence factors were attractions and amenities. The relationship was significantly related to runner satisfaction. Secondly, elements of sports event for long-distance running event management with runners' satisfaction which most influence factors were staff and volunteers, operation, and marketing had a positive influence on runner satisfaction with statistical significance. Furthermore, the runner's satisfaction positively influenced revisit intention again.        The finding of this study could be analyzed in the destination for long-distance management should compose of the key factors to the development of long-distance running event: 5A's in tourism and elements of sports event, especially staff and volunteers, operation, and marketing for the runner satisfaction and revisit to participate again.th
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.urihttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/6700th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subjecttourismen
dc.subjectการจัดการการท่องเที่ยวth
dc.subjectdestination managementen
dc.subjectจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวth
dc.subjectlong-distance runningen
dc.subjectงานวิ่งระยะไกลth
dc.titleการจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำหรับงานวิ่งระยะไกล: กรณีศึกษางานวิ่งจอมบึงมาราธอน จังหวัดราชบุรี th
dc.title.alternativeTourism destination management for long distance running : chombueng marathon, ratchaburi province case studyth
dc.typetext--thesis--master thesisth
mods.genreThesisth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelMastersth
Files
Original bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
6021711007.pdf
Size:
3.21 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
License bundle
Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
202 B
Format:
Plain Text
Description: