การศึกษาแนวทางและปัจจัยการเข้าสู่ Circular Economy ของบรรจุภัณฑ์แก้วเครื่องดื่มพลาสติก ชา กาแฟ กรณีศึกษา ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร
Publisher
Issued Date
2025
Issued Date (B.E.)
2568
Available Date
Copyright Date
Resource Type
Series
Edition
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
3 แผ่น
ISBN
ISSN
eISSN
DOI
Other identifier(s)
Identifier(s)
Access Rights
Access Status
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Physical Location
Bibliographic Citation
Citation
นิธิวัฒน์ เจียมประดิษฐ์ (2025). การศึกษาแนวทางและปัจจัยการเข้าสู่ Circular Economy ของบรรจุภัณฑ์แก้วเครื่องดื่มพลาสติก ชา กาแฟ กรณีศึกษา ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร. Retrieved from: https://repository.nida.ac.th/handle/123456789/7458.
Title
การศึกษาแนวทางและปัจจัยการเข้าสู่ Circular Economy ของบรรจุภัณฑ์แก้วเครื่องดื่มพลาสติก ชา กาแฟ กรณีศึกษา ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร
Alternative Title(s)
Author(s)
Advisor(s)
Editor(s)
item.page.dc.contrubutor.advisor
Advisor's email
Contributor(s)
Contributor(s)
Abstract
ในปัจจุบันหนึ่งในปัญหาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม “ปัญหาขยะ” เกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินขนาดฟื้นตัวได้กลับมาได้ และการกำจัดไม่ถูกวิธี ยังเกิดเป็นมลพิษสู่ระบบนิเวศ จากการศึกษาปัญหาขยะในประเทศไทย ขยะมูลฝอยเป็นขยะที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน แบ่งได้เป็น 4 ประเภท ขยะอินทรีย์ จำพวกเศษอาหาร เศษใบไม้ เศษหญ้า , ขยะรีไซเคิลจำพวกแก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก อลูมิเนียม ยาง , ขยะอันตราย ไม่ว่าจะเป็นถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ สารเคมี , ขยะทั่วไปจำพวกเศษผ้า เศษไม้ เศษวัสดุต่าง ๆ ซึ่งขยะรีไซเคิลประเภทพลาสติก ถึงแม้ว่ามีประโยชน์สูงและตอบสนองความสะดวกสบายของมนุษย์ แต่การย่อยสลายที่ยากและอัตราการรีไซเคิลที่ต่ำ รวมถึงการกำจัดที่ไม่ถูกวิธี ยังเกิดเป็นมลพิษสู่ระบบนิเวศทั้งทางบกและทางทะเล อาจก่อให้เกิดวิกฤตสิ่งแวดล้อมในระดับโลก การจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี เช่น การนำหลักการ Circular Economy มาใช้ จึงมีความสำคัญต่อ ความยั่งยืนโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันและวิเคราะห์แนวทางและปัจจัยส่งเสริมการเข้าสู่ Circular Economy ของบรรจุภัณฑ์แก้วเครื่องดื่มพลาสติก ของบรรจุภัณฑ์แก้วเครื่องดื่มพลาสติก ชา กาแฟ กรณีศึกษาในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งหัวข้อในการศึกษานี้เป็นการศึกษาที่เกิดจากการพบเจอปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน สืบเนื่องด้วยบรรจุภัณฑ์แก้วเครื่องดื่มพลาสติก ทำมาจากพลาสติกสามารถ
รีไซเคิลได้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนในการทิ้งหรือการกลับเข้าสู่ Circular Economy เมื่อเทียบกับขวดน้ำพลาสติกหรือขวด PET และพฤติกรรมการแยกขยะของคนไทย กฏหมายข้อบังคับ โครงสร้างพื้นฐาน และยังมีนโนบายผลักดันให้ขยะพลาสติกที่เป็นเป้าหมาย 100% ถูกนำกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการรีไซเคิล การนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือการจัดการที่เหมาะสม ตาม Roadmap on Plastic Waste Management 2018–2030 ผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษา ค้นคว้าวิจัย การประเมินการออกแบบผลิตภัณฑ์แก้วพลาสติก , ความรู้ความเข้าใจและพฤติกรรมในการแยกขยะประเภทแก้วพลาสติก และสำรวจโครงสร้างพื้นฐานในการทิ้งขยะ วิเคราะห์เพื่อหาช่องว่างในการพัฒนา และเสนอแนวทาง ในการบรรลุเป้าหมายพลาสติก100% ถูกนำกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
1) ปัจจัยด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์แก้วพลาสติก
จากผลการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์แก้วพลาสติก 30 ชนิด และวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน พบว่า พลาสติกชนิด PET (Polyethylene Terephthalate) , PP (Polypropylene) เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในการนำมาออกแบบผลิตภัณฑ์แก้วเครื่องดื่มพลาสติกมากที่สุด และยังมีชิ้นส่วนต่างๆที่ เป็นพลาสติกที่ ไม่สามารถ
รีไซเคิลได้ เช่น Seal ที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือปลอกกระดาษ ทำให้มีอุปสรรคในการแยกทิ้งให้เข้าสู่ Circular Economy ส่วนทางด้านการใช้พลาสติกชีวภาพ เช่น Bio-PET ยังพบว่ามีอัตราส่วนที่น้อย และ ยังบอกนิยามได้ไม่ชัดเจน เช่น ระบุแค่ Bio-Cup (Bio Based Material) หรือ 100% Biodegradable เป็นต้น ทำให้ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ผลิตภัณฑ์แก้วพลาสติกนี้ ทำมาจากวัสดุทางชีวภาพ ทั้งหมด/แค่บางส่วนหรือสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพหรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขสภาพแวดล้อมต่างๆในการย่อยสลาย ทำให้มีอุปสรรคในการแยกทิ้ง รวมถึงส่งผลกระทบต่อความเข้าใจในการแยกทิ้ง แนวทางการทิ้งผลิตภัณฑ์แก้วพลาสติก ให้กลับเข้าสู้ Circular Economy ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็น Technical Cycle หรือ ทิ้งลงถังขยะรีไซเคิล ส่วนพลาสติกชีวภาพ นอกจากการบอกว่าผลิตมาจากวัสดุชีวภาพแล้ว ควรจะมีการระบุเรื่องการย่อยสลายทางชีวภาพให้ชัดเจน เพื่อที่จะกลับเข้าสู้ Circular Economy ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าสู่ Technical Cycle หรือ Bio Logical Cycle
2) ปัจจัยด้านความรู้ความเข้าใจในการแยกขยะประเภทแก้วพลาสติก
จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 100 คน ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร พบว่า ความเข้าใจว่าจะต้องทิ้งแก้วพลาสติกลงถังขยะรีไซเคิล(ทำให้ง่ายต่อการกลับเข้าสู้ Circular Economy ; Technical Cycle) และแต่บางส่วนก็ทิ้งลงในถังขยะทั่วไป และความเข้าใจในการแยกทิ้งส่วนประกอบของแก้วที่ ไม่ใช่พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ ส่วนใหญ่จะทิ้งลงในถังขยะทั่วไป แต่การล้างทำความสะอาดแก้วก่อนทิ้ง และ สถานการณ์ต่างๆ เช่น การไม่มีที่เทน้ำแข็งหรือน้ำให้ล้างทำความสะอาดแก้วก่อนทิ้ง มีผลทำให้พฤติกรรมการทิ้งแก้วพลาสติกเปลี่ยนไปคือทิ้งลงในถังขยะทั่วไป สำหรับพลาสติกชีวภาพส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าพลาสติกชีวภาพสามารถย่อยสลายได้จึงทำให้พฤติกรรมในการทิ้งเปลี่ยนไปจากถังขยะรีไซเคิลเป็นถังขยะอินทรีย์ ทำให้การกลับเข้าสู้ Circular Economy ของแก้วพลาสติกชีวภาพนั้นยังไม่ชัดเจน สำหรับแนวทางส่งเสริมความเข้าใจในการแยกทิ้งแก้วพลาสติกอาจจะต้องมีการสื่อสารหรือให้ความรู้เพื่อให้ผู้คนเข้าใจชัดเจน เพื่อให้แก้วพลาสติกง่ายต่อการกลับเข้าสู้ Circular Economy เช่น ล้างทำความสะอาดก่อนแล้วทิ้งลงในถังรีไซเคิล แทนที่จะไม่ล้างทำความสะอาดและทิ้งลงในถังขยะทั่วไป รวมถึงสื่อสารไปยังการเตรียมโครงสร้างให้การทิ้งขยะด้วย โดยอาจจะระบุว่า แก้วพลาสติกล้างให้สะอาดและทิ้งลงในถังรีไซเคิลเท่านั้น และปลูกฝังจิตสำนึกให้สามารถทิ้งให้ถูกต้องและเข้าสู่ Circular Economyได้
3) ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานในการทิ้งขยะ
จากผลการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานในการทิ้งขยะทั้งหมด ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ที่มีความเป็นไปได้ในการทิ้งแก้วเครื่องดื่มพลาสติก เช่นห้างสรรพสินค้า ปั้มน้ำมัน อื่นๆ ทั้งหมด 100 แห่ง พบว่า การที่จะทิ้งขยะประเภทแก้วพลาสติกนั้น โครงสร้างพื้นฐานในการทิ้งขยะส่วนใหญ่ มีการรองรับการทิ้งขยะรีไซเคิล แต่ปะปนกับขยะรีไซเคิลชนิดอื่นๆ เช่น โลหะ แก้ว ไม่ได้แยกประเภทพลาสติกออกมาอย่างเดียว มีแค่ส่วนน้อย ที่จะแยกทิ้งพลาสติกออกมาอย่างเดียว และบางที่ถังขยะมีที่เทน้ำแข็งและรองรับการทิ้งแก้วพลาสติกโดยเฉพาะ และถึงแม้ว่าจะมีถังขยะรีไซเคิล แต่บางแห่งระบุให้แก้วพลาสติกทิ้งลงในถังขยะทั่วไปอีกด้วย ทำให้อาจจะต้องมีการนิยามให้ชัดเจน สำหรับการทิ้งแก้วพลาสติกเพื่อให้ โครงสร้างพื้นฐานสามารถรองรับการกลับเข้าสู้ Circular Economy ; Technical Cycle ได้
ปัจจัยต่างๆ ปัจจัยการออกแบบผลิตภัณฑ์แก้วพลาสติก , ปัจจัยความเข้าใจและพฤติกรรมในการแยกขยะประเภทแก้วพลาสติก รวมถึงพลาสติกชีวภาพ , ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานในการทิ้งขยะ ยังมีอุปสรรคและยังต้องพัฒนาความเข้าใจ โครงสร้างพื้นฐาน และสื่อสารให้มีความเข้าใจตรงกัน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อที่จะส่งเสริมทำให้ผลิตภัณฑ์แก้วพลาสติกกลับเข้าสู้ Circular Economy ได้มากขึ้น และสอดคล้องกับ Roadmap on Plastic Waste Management 2018–2030 และเป้าหมายที่ พลาสติก100% ถูกนำกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และได้ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ลงได้ และลดมลพิษสู่ระบบนิเวศทั้งทางบกและทางทะเล
จากการศึกษานี้จะเห็นได้ว่า ปัจจัยต่างๆ การออกแบบผลิตภัณฑ์แก้วพลาสติก , ความเข้าใจในการแยกขยะประเภทแก้วพลาสติก และพลาสติกชีวภาพ , โครงสร้างพื้นฐานในการทิ้งขยะ (ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง) เพื่อที่จะบรรุลเป้าหมายตาม “แผนบริหารจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน” อาจจะต้องมีการสื่อสารที่ตรงกัน และมีความร่วมมือ ตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบายผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานในการทิ้งขยะ จึงจะทำให้ผลิตภัณฑ์แก้วพลาสติกกลับเข้าสู้ Circular Economy ได้มากขึ้น และบรรลุเป้าหมาย ลดการใช้ทรัพยากร , ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความยั่งยืนสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในหลายมิติ โดยเฉพาะ SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยังมีความเชื่อมโยงโดยอ้อมกับ SDG 14 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเล และ SDG 15 สนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน ลดการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกลงในดินและแหล่งน้ำต่างๆ
Table of contents
Description
การค้นคว้าอิสระ คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2568

