Dissertations, Theses, Termpapers
Permanent URI for this collectionhttps://repository.nida.ac.th/handle/662723737/3636
Browse
Recent Submissions
Item ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตั้งใจคงอยู่ของพนักงานโรงแรมระดับ 5 ดาว ภายใต้ สถานการณ์วิกฤต: กรณีศึกษาโควิด-19 ในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตสามารถ วัฒนเดชา; กนกกานต์ แก้วนุช (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2024)การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ด้านความผูกพัน ต่อองค์กร และด้านคุณภาพชีวิตที่มีอิทธิพลต่อการตั้งใจคงอยู่ของพนักงานโรงแรมระดับ 5 ดาว ภายใต้แรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานแผนกต้อนรับส่วนหน้าใน โรงแรมระดับ 5 ดาวในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 171 คน โดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ แบบเป็นสัดส่วน โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลวิเคราะห์ผ่านการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ T-test และ F-test ในการทดสอบความแตกต่างระหว่าง ค่าเฉลี่ยสองกลุ่มและสองกลุ่มขึ้นไปที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 และเพื่อทราบถึงความ แตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างและทำการวิเคราะห์ถดถอยแบบพหุคูณเพื่อตอบค่าอิทธิพล ที่มีผลต่อการตั้งใจอยู่ของพนักงานโรงแรมระดับ 5 ดาว ผลการศึกษาวิจัย พบว่า ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 77.2 มีอายุ 31 – 40 ปีมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 49.7 มีสถานภาพโสด คิดเป็นร้อยละ 90.1 มีระดับ การศึกษาปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 80.7 ตำแหน่งพนักงานระดับปฏิบัติการ คิดเป็นร้อยละ 76.6 และกลุ่มตัวอย่างมีรายได้ 15,001 – 30,000 บาท มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 80.1 ส่วนปัจจัยด้าน ผูกพันต่อองค์กร พบว่า ความผูกพันต่อองค์กรโดยรวมทั้ง 3 ด้าน ของพนักงานโรงแรมระดับ 5 ดาว ในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตโดยรวมในระดับดี เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ความผูกพันต่อองค์กรอยู่ใน ระดับดี 2 ด้าน และระดับปานกลาง 1 ด้าน โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านความ เชื่อมั่นต่อค่านิยมขององค์กร รองลงมา ด้านความเต็มใจที่จะทุ่มเทมีใจในการทำงาน และด้านความ ต้องการอย่างแรงกล้าจะเป็นสมาชิกขององค์กร ตามลำดับ และด้านคุณภาพชีวิต พบว่า โดยรวมอยู่ ในระดับดี เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า คุณภาพชีวิตในการทำงาน อยู่ในระดับดี 6 ด้าน และระดับ ปานกลาง 2 ด้าน โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม รองลงมา ความมั่นคงในหน้าที่ ด้านการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ด้านความภูมิใจต่อความ รับผิดชอบขององค์กร ด้านความปลอดภัยและเงื่อนไขทางกายภาพในการทำงาน ด้านการบริหาร องค์กรของผู้บริหาร ด้านความสมดุลระหว่างชีวิต และการปฏิบัติงาน และด้านผลตอบแทน ตามลำดับItem กลยุทธ์การเล่าเรื่อง อัตลักษณ์ของเกมแคสเตอร์ (สายเล่าเรื่อง) และการมีส่วนร่วมของสมาชิกบนแพลตฟอร์มยูทูบปฐวิทย์ จิระสมบูรณ์โชค; พรพรรณ ประจักษ์เนตร (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2023)การศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากลยุทธ์การเล่าเรื่องและอัตลักษณ์ของเกมแคสเตอร์สายการเล่าเรื่องบนยูทูบ 2) ศึกษาการเปิดรับสื่อ การรับรู้กลยุทธ์การเล่าเรื่อง การรับรู้อัตลักษณ์และการมีส่วนร่วมของผู้ชมที่ส่งผลต่อเกมแคสเตอร์สายการเล่าเรื่องบนยูทูบ 3) ศึกษา เปรียบเทียบความแตกต่างของลักษณะทางประชากรกับการเปิดรับสื่อของผู้ชม การรับรู้กลยุทธ์การ เล่าเรื่อง การรับรู้อัตลักษณ์และการมีส่วนร่วมของผู้ชมต่อเกมแคสเตอร์สายเล่าเรื่องบนยูทูบ 4) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อของผู้ชม การรับรู้กลยุทธ์การเล่าเรื่อง การรับรู้อัตลักษณ์ และการมีส่วนร่วมของผู้ชมต่อเกมแคสเตอร์สายเล่าเรื่องบนยูทูบ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงผสมผสาน แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกและวิธีวิจัยเชิง ปริมาณ ด้วยการเก็บแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 400 ชุด กับกลุ่มตัวอย่างมีอายุ ตั้งแต่ 15 – 35 ปีและเป็นผู้รับชมวิดีโอคอนเทนต์ประเภทเกมบนแพลตฟอร์มยูทูบ หลังจากรวบรวม แบบสอบถามครบแล้วจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์และประเมินผลผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติโดยใช้ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาในรูปแบบของตารางแจกแจงความถี่ และค่าร้อยละ และการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน โดยใช้การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียว ผลจากการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า 1) การเล่าเรื่องของเกมแคสเตอร์ไม่ได้มีการวางแผนใน การเล่าเรื่องไว้ก่อน แต่จะนำคลิปวิดีโอที่ได้จากการเล่นมาร้อยเรียงเรื่องราวทีหลังและเกมแคสเตอร์ได้ นำเอาเทคนิครูปแบบ ซีเนมาติก (Cineamtic) มาใช้เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รับชม นอกจากนี้เกม แคสเตอร์นำเอาเพลงหรือซาวด์ประกอบฉากมาใช้ในการควบคุมอารมณ์ของคลิปวิดีโอ อีกทั้งมีการ ถ่ายทอดเนื้อผ่านตัวของเกมแคสเตอร์เองเพื่อให้ผู้รับชมได้เข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของเกมแคสเตอร์ 2) อัตลักษณ์ส่วนบุคคลของเกมแคสเตอร์มีการแสดงตัวตนระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลก ออนไลน์ที่แตกต่างกัน 3) อัตลักษณ์ทางสังคมของเกมแคสเตอร์มีการรับรู้จุดเด่นของตนเองในฐานะ ของเกมแคสเตอร์ผ่านการอ่านคอมเม้นท์ของผู้รับชมและมีการสร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาโดยการสร้างคำพูดติดปากเฉพาะตัวขึ้นมา ผลจากการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า 1) ลักษณะทางประชากรที่แตกต่างมีการเปิดรับสื่อที่ แตกต่างกัน 2) ลักษณะทางประชากรที่แตกต่างกันมีการมีส่วนร่วมต่อเกมแคสเตอร์ที่แตกต่างกัน 3) ลักษณะทางประชากรที่แตกต่างมีการรับรู้รูปแบบการเล่าเรื่องที่แตกต่างกัน 4) ลักษณะทางประชากร ที่แตกต่างมีการรับรู้อัตลักษณ์ของเกมแคสเตอร์ที่แตกต่างกัน 5) การเปิดรับสื่อมีความสัมพันธ์กับการ มีส่วนร่วมในเชิงบวกต่อกัน 6) การรับรู้การเล่าเรื่องมีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมในเชิงบวกต่อกัน 7) การรับรู้อัตลักษณ์มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมในเชิงบวกต่อกันItem Digital literacy of older persons in Hanoi, VietamNguyen, Lan Phuong; Kasemsarn Chotchakornpant (National Institute of Development Administration, 2023)This study examines the digital literacy of older persons in Hanoi, Vietnam with a concentration focusing on the present state of affairs, the digital literacy-related factors, and the correlation between digital literacy and life satisfaction. The objectives of this research were the following: (1) to obtain a thorough grasp of the state of digital literacy among older adults in Hanoi; (2) to pinpoint the major variables affecting their degrees of digital literacy; (3) to explore the relationship between digital literacy and overall life satisfaction; (4) to investigate the mediating roles of digital health literacy, digital financial literacy, social connectedness, and cognitive flexibility regarding the relationship between the digital literacy of older persons and their life satisfaction; and (5) to advance our understanding of older persons’ digital literacy in Vietnam and offer guidance for creating interventions and policies that will improve their well-being, digital skills, and quality of life. This research used a “mixed-method approach,” in which quantitative methods are supported by qualitative methods. The first step involved testing the proposed conceptual framework’s hypotheses using the quantitative technique. Questionnaires were used to collect the data. The study included 400 older persons in Hanoi, Vietnam as its sample. SPSS was used to analyze the data. Second, qualitative research intended to provide support for the analysis and explanation of the quantitative study’s conclusions. After the quantitative data collection was finished, the author conducted interviews with ten key informants. The findings of the research revealed that educational level, income, living area and socio-psychological characteristics of older persons have direct effect on their digital literacy. Digital literacy of older persons has positive impact on their digital health literacy, digital financial literacy, cognitive flexibility and negative impact on their social connectedness. The digital literacy of older persons is not affected by their gender. In addition, there are no direct relationship between digital literacy of older persons and their life satisfaction but the mediating variables such as social connectedness, cognitive flexibility have positive impact on the relationship between the digital literacy of older persons and their life satisfaction. This research contributes to the improvement of theoretical models and frameworks for digital literacy and ageing, particularly technology dissemination and adoption theories, by identifying the specific elements and barriers that impact older persons’ digital abilities in Hanoi, Vietnam. Furthermore, it will help legislators, policymakers, organizations, and other stakeholder create rules and devise customized interventions and strategies in order to enhance digital inclusion for older persons.

