อิทธิพลของการอ่านและเขียนชักจูงที่มีต่อการยอมรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
| dc.contributor.advisor | ดุจเดือน พันธุมนาวิน | th |
| dc.contributor.author | ณัฐวดี ปัญญาสกุลวงศ์ | th |
| dc.date.accessioned | 2014-05-05T09:18:25Z | |
| dc.date.available | 2014-05-05T09:18:25Z | |
| dc.date.issued | 2012 | th |
| dc.date.issuedBE | 2555 | th |
| dc.description | วิทยานิพนธ์ (ปร.ด. (พัฒนาสังคมและการจัดการสิ่งแวดล้อม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2555 | th |
| dc.description.abstract | การวิจัยเรื่องอิทธิพลของการอ่านและเขียนชักจูงที่มีต่อการยอมรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Study) มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึง อิทธิพลของสารชักจูงที่มีต่อปริมาณการยอมรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รวมถึงสาเหตุสมทบด้านจิต ลักษณะเดิมและสถานการณ์ของการยอมรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และ อิทธิพลทางตรงและทางอ้อมของสารชักจูง สถานการณ์และจิตลักษณะที่มีต่อการยอมรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และความเห็นด้วยในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ งานวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัย Post Test Only With Control Group Design ทําการสุ่มโดยไม่ ลําเอียง (Random Assignment) ในนักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 2 และ 3 ของมหาวิทยาลัย 2 แห่ง จํานวนรวม 491 คน แบ่งเป็นเพศชาย 138 คน (ร้อยละ 28.1) และเพศหญิง 353 คน (ร้อยละ 71.9) มีเกรดเฉลี่ย 2.76 สาขาวิทยาศาสตร์ 215 คน (ร้อยละ 43.8) และสาขาสังคมศาสตร์ 276 คน (ร้อยละ 56.2) โดยสุ่มแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ 1) กลุ่มนักศึกษาที่ได้อ่านสารชักจูงด้านนิวเคลียร์และเขียน สารชักจูงด้านนิวเคลียร์ (n = 135) 2) กลุ่มนักศึกษาที่ได้อ่านสารควบคุมแต่ได้เขียนสารชักจูงด้านนิวเคลียร์ (n = 119) 3) กลุ่มนักศึกษาที่ได้อ่านสารชักจูงด้านนิวเคลียร์แต่ เขียนสารควบคุม (n = 117) และ 4) กลุ่มนักศึกษาที่ได้อ่านสารควบคุมและเขียนสารควบคุม (n = 120) หลังการจัดกระทำแล้ว ให้ตอบแบบวัดตรวจสอบการจัดกระทำและตอบคำถามในแต่ละตัวแปรกลุ่มตวแปรในการวิจัยนี้ประกอบด้วย 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มตัวแปรจัดกระทำสาเหตุ คือ การอ่านสารชักจูงและการได้เขียนชักจูง 2) กลุ่มตัวแปรตาม คือ ทัศนคติที่ดีต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ความพร้อมที่จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และ ความเห็นด้วยในการให้ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใน สถานที่ต่างๆ 5 แหล่งคือ ประเทศ จังหวัดที่เรียน จังหวัดภูมิลําเนาเดิม อําเภอภูมิลําเนาเดิม และหมู่บ้านภูมิลําเนาเดิม 3)กลุ่มจิตลักษณะเดิม คือลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน ความเชื่ออำนาจในต้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธ์ิการรับรู้คุณความดีแผ่นดิน และความกลัวนิวเคลียร์ 4) กลุ่มสถานการณ์คือการ รับรู้ปทัสถานทางสังคมด้านนิวเคลียร์การเปิดรับข่าวสารด้านนิวเคลียร์และความไว้วางใจรัฐและ 5) กลุ่มตัวแปรลักษณะชีวสังคมภูมิหลัง ผลการวิจัยที่สําคัญมีดังนี้ ประการแรก พบผลดีของการอ่านสารชักจูงในทั้ง 7 ตัวแปรตาม โดยพบว่า นักศึกษาที่ได้อ่านสารชักจูงหรือได้เขียนสารชักจูง มีการยอมรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มากกว่าและมีความเห็นด้วยในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใน 5 สถานที่ มากกว่า นักศึกษาที่ไม่ได้ อ่านสารชักจูงหรือไม่ได้เขียนสารชักจูง ประการที่ สอง ปัจจัยด้านจิตลักษณะเดิมร่วมกับด้านสถานการณ์รวมเป็น 8 ตัวแปรสามารถ ทํานายทัศนคติที่ดีต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ 47.6% ซึ่งตัวทำนายที่สําคัญประกอบไปด้วยการรับรู้ ปทัสถานทางสังคมด้านนิวเคลียร์ความกลัวนิวเคลียร์ ความไว้วางใจรัฐ และการรับรู้คุณความดี แผ่นดิน และสามารถทำนายความพร้อมที่จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในกลุ่มรวมได้ 47.5% ซึ่งตัว ทํานายที่สําคญประกอบไปด้วยการรับรู้ปทัสถานทางสังคมด้านนิวเคลียร์ความกลัวนิวเคลียร์ ความไว้วางใจรัฐและการรับรู้คุณความดีแผ่นดิน นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์อิทธิพลเชิงเส้น พบว่า 1) ทัศนคติที่ดีต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ได้รับอิทธิพลทางตรงจากตัวแปรเชิงเหตุ โดยเรียงลำดับอิทธิพลที่มากไปหาน้อย ได้แก่ ปทัสถานทางสังคมดานนิวเคลียร์ความกลัวนิวเคลียร์ การอ่านสารชักจูงการรับรู้คุณความดีแผ่นดิน ความ ไว้วางใจรัฐ การเปิดรับข่าวสารด้านนิวเคลียร์และการเขียนชกจูงและ 2) ความพร้อมที่จะมีโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ได้รับอิทธิพลทางตรงจากตัวแปรเชิงเหตุ โดยเรียงลำดับอิทธิพลที่มากไปหาน้อยได้แก่ ปทัสถานทางสังคมด้านนิวเคลียร์ การอ่านสารชักจูงและความไว้วางใจรัฐ สําหรับขอเสนอแนะในการพัฒนา จะเห็นได้ว่า สารชักจูงในงานวิจัยนี้มีประสิทธิผลใน การเปลี่ยนทัศนคติและความพร้อมที่จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ดังน้ันหน่วยงานที่ต้องการสร้าง ความรู้ความเข้าใจทางด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แก่นักศึกษาปริญญาตรีสามารถใช้สารชักจูงนี้ซึ่งมี ความยาวไม่มากจึงใช้เวลาอ่านไม่นานในการให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายประกอบกับกิจกรรอื่นๆ ได้และควรส่งเสริมให้เกิดการรับรู้ปทัสถานทางสังคมด้านนิวเคลียร์ให้แก่นักศึกษามากยิ่งขึ้น สําหรับการวิจัยในอนาคต ควรพัฒนาสารชักจูงต่อไปโดยการทำวิจัยเพิ่มเติม เพื่อสร้างสารชักจูงที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น | th |
| dc.format.extent | 277 แผ่น | th |
| dc.format.mimetype | application/pdf | th |
| dc.identifier.other | b179782 | th |
| dc.identifier.uri | http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/1199 | th |
| dc.language.iso | tha | th |
| dc.publisher | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ | th |
| dc.rights | ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0) | th |
| dc.title | อิทธิพลของการอ่านและเขียนชักจูงที่มีต่อการยอมรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี | th |
| dc.title.alternative | Effects of persuasive message and persuasive writing on nuclear power plant acceptance in Thai University students | th |
| dc.type | text--thesis--doctoral thesis | th |
| mods.genre | Dissertation | th |
| mods.physicalLocation | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา | th |
| thesis.degree.department | คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม | th |
| thesis.degree.discipline | พัฒนาสังคมและการจัดการสิ่งแวดล้อม | th |
| thesis.degree.grantor | สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ | th |
| thesis.degree.level | Doctoral | th |
| thesis.degree.name | ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | th |
Files
Original bundle
1 - 1 of 1
- Name:
- nida-diss-b179782.pdf
- Size:
- 8.9 MB
- Format:
- Adobe Portable Document Format
- Description:
- Full Text

