ประเมินผลนโยบายพัฒนาประชาธิปไตย : เปรียบเทียบอุดมการณ์ของประชาชนในเขตกับนอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตยของอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
Publisher
Issued Date
1988
Issued Date (B.E.)
2531
Available Date
Copyright Date
Resource Type
Series
Edition
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
11, 234 แผ่น
ISBN
ISSN
eISSN
Other identifier(s)
Identifier(s)
Access Rights
Access Status
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Physical Location
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา
Bibliographic Citation
Citation
วินัย ติยานนท์ (1988). ประเมินผลนโยบายพัฒนาประชาธิปไตย : เปรียบเทียบอุดมการณ์ของประชาชนในเขตกับนอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตยของอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา. Retrieved from: http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/2132.
Title
ประเมินผลนโยบายพัฒนาประชาธิปไตย : เปรียบเทียบอุดมการณ์ของประชาชนในเขตกับนอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตยของอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
Alternative Title(s)
An evaluation of the policy for development of democracy : a comparative study of political ideology between the people involved in Sala Prachatipatai Programme and those who are not involved in the programme in Panomsarakarm District, Chachoengsao Province
Author(s)
Advisor(s)
Editor(s)
item.page.dc.contrubutor.advisor
Advisor's email
Contributor(s)
Contributor(s)
Abstract
โครงการศาลาประชาธิปไตยเป็นผลมาจากการกำหนดนโยบายทางการเมืองของรัฐบาลในการพัฒนาประชาธิปไตย โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะปลูกฝังอุดมการณ์ประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนโดยเน้นพื้นที่ในชนบท มีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบคือ ศูนย์ประสานงานทหารกองหนุนแห่งชาติ ร่วมกับกองงานความมั่นคง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เริ่มดำเนินการจัดตั้งศาลาประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2526 เป็นต้นมา ในการดำเนินงานของโครงการศาลาประชาธิปไตยนั้นเน้นการฝึกประชาธิปไตยในทางปฏิบัติให้ประชาชน โดยเป็นศูนย์กลางรองรับการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนที่ดำเนินการในพื้นที่ และเป็นศูนย์กลางการประสานประโยชน์ระหว่างกลุ่ม อีกทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองให้มากที่สุด
ในการวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษาในเชิงประเมินผลของโครงการศาลาประชาธิปไตย โดยเลือกสุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตตำบลหนองยาว อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีประชาชนที่อยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตยและนอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย โดยนำมาศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของตัวแปรต่าง ๆ คือ ภูมิหลัง สังคมกรณ์ทางการเมือง ความรู้ความเข้าใจทางการเมือง ความสนใจทางการเมือง ทัศนคติทางการเมือง อุดมการณ์ประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยใช้จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 251 คน แบ่งเป็น ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย 126 คน ผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย 125 คน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้วิธีวิเคราะห์แบบ chi-square และ regression.
ซึ่งผลการวิเคราะห์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเด็นใหญ่ ๆ ดังนี้
1. ตัวแปร สังคมกรณ์ทางการเมือง ความสนใจทางการเมือง ทัศนคติทางการเมือง การมีส่วนร่วมทางการเมือง ต่างก็มีความสัมพันธ์กันกับอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างน่าเชื่อถือได้ทางสถิติ ทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย และอาศัยอยู่นอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย.
2. สำหรับการเป็นสมาชิกกลุ่มซึ่งเป็นตัวแปรหนึ่งในตัวแปรภูมิหลังนั้น มีความสัมพันธ์กับอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างน่าเชื่อถือได้ทางสถิติทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย และอาศัยอยู่นอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย.
3. ตัวแปรความรู้ความเข้าใจทางการเมืองมีความสัมพันธ์กับอุดมการณ์ประชาธิปไตยเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตยเท่านั้น
จากผลการศึกษานี้ทำให้พอจะสรุปได้ว่า โครงการศาลาประชาธิปไตยนั้นสามารถทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตยมีความรู้ความเข้าใจทางการเมืองที่ดีขึ้น ซึ่งนำไปสู่การมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่สูงขึ้น
ในการวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษาในเชิงประเมินผลของโครงการศาลาประชาธิปไตย โดยเลือกสุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตตำบลหนองยาว อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีประชาชนที่อยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตยและนอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย โดยนำมาศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของตัวแปรต่าง ๆ คือ ภูมิหลัง สังคมกรณ์ทางการเมือง ความรู้ความเข้าใจทางการเมือง ความสนใจทางการเมือง ทัศนคติทางการเมือง อุดมการณ์ประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยใช้จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 251 คน แบ่งเป็น ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย 126 คน ผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย 125 คน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้วิธีวิเคราะห์แบบ chi-square และ regression.
ซึ่งผลการวิเคราะห์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเด็นใหญ่ ๆ ดังนี้
1. ตัวแปร สังคมกรณ์ทางการเมือง ความสนใจทางการเมือง ทัศนคติทางการเมือง การมีส่วนร่วมทางการเมือง ต่างก็มีความสัมพันธ์กันกับอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างน่าเชื่อถือได้ทางสถิติ ทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย และอาศัยอยู่นอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย.
2. สำหรับการเป็นสมาชิกกลุ่มซึ่งเป็นตัวแปรหนึ่งในตัวแปรภูมิหลังนั้น มีความสัมพันธ์กับอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างน่าเชื่อถือได้ทางสถิติทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย และอาศัยอยู่นอกเขตโครงการศาลาประชาธิปไตย.
3. ตัวแปรความรู้ความเข้าใจทางการเมืองมีความสัมพันธ์กับอุดมการณ์ประชาธิปไตยเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตยเท่านั้น
จากผลการศึกษานี้ทำให้พอจะสรุปได้ว่า โครงการศาลาประชาธิปไตยนั้นสามารถทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการศาลาประชาธิปไตยมีความรู้ความเข้าใจทางการเมืองที่ดีขึ้น ซึ่งนำไปสู่การมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่สูงขึ้น
Table of contents
Description
วิทยานิพนธ์ (พบ.ม. (พัฒนาสังคม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2531.

