การเปรียบเทียบการคัดเลือกตัวแปรอิสระที่มีปัญหาสหสัมพันธ์เชิงเส้นพหุด้วยวิธีการทดถอยแบบริดจ์และการค้นหาแบบต้องห้าม
Publisher
Issued Date
2012
Issued Date (B.E.)
2555
Available Date
Copyright Date
Resource Type
Series
Edition
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
155 แผ่น ; 30 ซม.
ISBN
ISSN
eISSN
Other identifier(s)
Identifier(s)
Access Rights
Access Status
Rights
ผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Physical Location
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนา
Bibliographic Citation
Citation
นิศาชล งามประเสริฐสิทธิ์ (2012). การเปรียบเทียบการคัดเลือกตัวแปรอิสระที่มีปัญหาสหสัมพันธ์เชิงเส้นพหุด้วยวิธีการทดถอยแบบริดจ์และการค้นหาแบบต้องห้าม. Retrieved from: http://repository.nida.ac.th/handle/662723737/469.
Title
การเปรียบเทียบการคัดเลือกตัวแปรอิสระที่มีปัญหาสหสัมพันธ์เชิงเส้นพหุด้วยวิธีการทดถอยแบบริดจ์และการค้นหาแบบต้องห้าม
Alternative Title(s)
A comparison of variable selection by ridge regression and tabu search with multicolinearity
Author(s)
Advisor(s)
Editor(s)
item.page.dc.contrubutor.advisor
Advisor's email
Contributor(s)
Contributor(s)
Abstract
การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการคัดเลือกตัวแปรอิสระในการวิเคราะห์การถดถอยเชิง เส้นพหุที่ตัวแบบมีตัวแปรอิสระที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกบตัวแปรตาม โดยตัวแปรอิสระที่เกี่ยวข้องมี ความสัมพันธ์กันสูง 0.95, 0.99, 0.999 และ 0.9999 การคัดเลือกตัวแปรอิสระใช้วิธีการถดถอยแบบ ขั้นตอนที่ประมาณค่าสัมประสิทธิการถดถอยด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดและวิธีการถดถอยแบบริดจ์โดย ใช้วิธีการประมาณค่าพารามิเตอร์ริดจ์4 วิธีคือ วิธีโฮเอิร์ล, เคนนาร์ด และ บาลด์วิน (Hoerl, Kennard and Baldwin) วิธี ลอว์เลสและแวง (Lawless and Wang) วิธีนอมูระ (Nomura)และวิธีคาลาฟและชูเกอร์(Khalaf and Shukur)กับการค้นหาแบบต้องห้ามที่ใช้ฟังกชันเป้าหมายเป็นคาความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย(MSE) และค่าความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยปรับด้วยฟังก์ชันการลงโทษ(Penalty function) เกณฑ์ที่ใช้ ในการเปรียบเทียบการคัดเลือกตัวแปรอิสระเข้าสูตัวแบบคือร้อยละของจํานวนครังที่แตละวิธี สามารถคัดเลือกตัวแปรอิสระเข้าสูตัวแบบได้ตามตัวแบบจริง, ตัวแบบ Overspecification, ตัวแบบ Underspecification และตัวแบบ Misspecification การศึกษาใช้วิธีการจําลองข้อมูล กำหนดขนาด ตั่วอย่างเท่ากับ 20, 60 และ 100 และกระทําซ้าในแต่ละสถานการณ์ 500 ครั้ง จากการศึกษาพบว่าวิธีการค้นหาแบบต้องห้ามที่มีฟังก์ชันเป้าหมายเป็นคาความคลาดเคลื่อนกำลังสอง เฉลี่ยและค่าความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยปรับด้วยฟังก์ชันการลงโทษมีร้อยละของการคัดเลือกตัวแปร อิสระเข้าสูตัวแบบได้ถูกต้องตามตัวแบบจริงมากกวาวิธีการถดถอยแบบขั้นตอนที่ประมาณค่า สัมประสิทธิการถดถอยด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดและวิธีการถดถอยแบบริดจ์ในทุกขนาดตัวอย่าง เมื่อสัมประสิทธิสหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระเป็น 0.95, 0.99 และ 0.999 แต่เมื่อค่าสัมประสิทธิ สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระสูงขึนเป็น 0.9999 วิธีการค้นหาแบบต้องห้ามที่มีฟังก์ชันเป้าหมายเป็นค่าความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยและวิธีการถดถอยแบบขั้นตอนที่มีการประมาณค่าพารามิเตอร์กำลังสอง น้อยที่สุดและแบบริดจ์ มีร้อยละของการคัดเลือกตัวแปรอิสระเข้าสูตัวแบบได้ถูกต้องมีค่าตัวเมื่อขนาด ตัวอย่างเท่ากับ 20 แต่จะค่อยๆเพิ่มขึ้นเมื่อขนาดตัวอย่างเพิ่มขึ้นและมีร้อยละของตัวแบบ Underspecificationลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่วิธีการค้นหาแบบต้องห้ามที่มีฟังก์ชันเป้าหมายเป็นความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยปรับด้วยฟังก์ชันการลงโทษมีร้อยละการคัดเลือกตัวแปรอิสระเข้าสูตัว แบบได้ถูกต้องสูงและคอนข้างคงที่โดยไม่ขึ้นกับขนาดตัวอย่างและค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์ นอกจากนั้นผลการศึกษาไม่พบตัวแบบ Underspecification และ Misspecification เลย มีเพียงตัวแบบ Overspecificationซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงน้อยกว่าการที่ตัวแบบมีตัวแปรอิสระที่เกี่ยวข้องขาดหายไป คําสําคัญ: การคัดเลือกตัวแปร, การค้นหาแบบต้องห้าม, วิธีการถดถอยแบบขันตอน, วิธีการถดถอย แบบริดจ์, สหสัมพันธ์เชิงเส้นพหุ
Table of contents
Description
วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (สถิติ))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2012

