การเฝ้าระวังทางโภชนาการ : ศึกษากรณีการให้แม่เป็นผู้วัดสัดส่วนของบุตร

dc.contributor.advisorพีระสิทธิ์ คำนวณศิลป์, อาจารย์ที่ปรึกษาth
dc.contributor.authorกลาง ศรีทองกุลth
dc.date.accessioned2014-05-05T09:26:10Z
dc.date.available2014-05-05T09:26:10Z
dc.date.issued1993th
dc.date.issuedBE2536th
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (พบ.ม.(พัฒนาสังคม))--สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2536.th
dc.description.abstractการดำเนินงานเฝ้าระวังทางโภชนาการ โดยแม่เป็นผู้วัดร่างกายบุตรอายุ0-5 ปี ด้วยตนเอง เป็นรูปแบบการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐาน โดยแม่มีส่วนร่วมในงานโภชนาการ จำนวนแม่ที่ดำเนินการ 174 คน มีวิธีดำเนินการโดยการอบรมแม่ให้มีความรู้อย่างดี เรื่องการเลี้ยงดูบุตรและการเฝ้าระวังทางโภชนาการเป็นเวลา 3 วัน ทำการอบรมที่โรงเรียนในหมู่บ้าน และที่บ้านของกรรมการหมู่บ้านฝ่ายสาธารณสุข ให้แม่รู้จักใช้เครื่องมือในการเฝ้าระวัง และตลอดระยะเวลาดำเนินงาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะวางแผนออกติดตามแม่ แนะนำในการปฏิบัติให้เกิดความถูกต้องและเป็นไปตามที่กำหนด คือ การวัดร่างกายลูก จะวัดส่วนสูง วัดรอบแขนซ้าย และรอบอก ต้องอาศัยความละเอียดและถูกต้องในการอ่านสเกล การมีความชำนาญในการใช้เครื่องมือคาดคะเนสัดส่วนร่างกายเป็นน้ำหนัก การคำนวณอายุของลูก และการบันทึกน้ำหนักลงบัตรบันทึกและอ่านผลภาวะทางโภชนาการ.th
dc.description.abstractผลการดำเนินการศึกษาทดลอง จากการเก็บข้อมูลก่อนและหลังการทดลอง เมื่อทดสอบความแตกต่างทางสถิติด้วยวิธีไคสแควร์ ปรากฏว่าอัตราส่วนของแม่ที่มีความรู้เรื่องการเฝ้าระวังทางโภชนาการสามารถบอกความหมายของการชั่งน้ำหนัก (หรือการวัดสัดส่วนของร่างกาย) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเช่นเดียวกันอัตราส่วนของแม่ที่สามารถวัดสัดส่วนร่างกายของลูกและลงบัตรบันทึกการเจริญเติบโต พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.001 และแม่สามารถอ่านแปรผลสภาวะโภชนาการของบุตรจากบัตรบันทึกการเจริญเติบโตได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้แสดงว่าแม่สามารถใช้เครื่องมือคะเนน้ำหนักของลูกจากผลการวัดร่างกาย นอกจากนี้ผลกระทบที่ออกมามีแนวโน้มที่จะลดอัตราการขาดสารอาหารระดับ 1-2-3 ให้น้อยลงได้ด้วย.th
dc.description.abstractในการศึกษาทดลองครั้งนี้ เป็นผลดีในการปฏิบัติงานสาธารณสุข ในแง่ที่ว่าเป็นการกระจายความครอบคลุมเด็กในการเฝ้าระวังทางโภชนาการที่สำคัญ แม่จะได้รับความรู้ในเรื่องโภชนาการ การเลี้ยงลูกถูกต้อง มีแนวโน้มทำให้สภาวะการขาดสารอาหารลดลง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้มีเวลาปฏิบัติงานอื่นได้มากขึ้น แทนที่จะมาชั่งน้ำหนักเด็กth
dc.description.abstractเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสถานีอนามัยจะเป็นผู้ออกเยี่ยมแนะนำเป็นประจำ นอกจากจะได้ผลทางเฝ้าระวังโภชนาการแล้ว ยังสามารถแนะนำด้านภูมิคุ้มกันโรคของเด็ก การดูแลด้านสาธารณสุขอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย.th
dc.format.extent11, 118 แผ่นth
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.identifier.doi10.14457/NIDA.the.1993.42
dc.identifier.urihttp://repository.nida.ac.th/handle/662723737/1728th
dc.language.isothath
dc.publisherสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
dc.rightsผลงานนี้เผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0)th
dc.subjectไทยth
dc.subjectเด็กth
dc.subject.lccRJ 206 ก17th
dc.subject.otherโภชนาการ -- การสำรวจth
dc.titleการเฝ้าระวังทางโภชนาการ : ศึกษากรณีการให้แม่เป็นผู้วัดสัดส่วนของบุตรth
dc.title.alternativeNutrition surveillance : a case study of anthropometric measurement by mothers of childrenth
dc.typetext--thesis--master thesisth
mods.genreThesisth
mods.physicalLocationสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สำนักบรรณสารการพัฒนาth
thesis.degree.departmentคณะพัฒนาสังคมth
thesis.degree.disciplineการวิเคราะห์ทางสังคมth
thesis.degree.grantorสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์th
thesis.degree.levelMastersth
thesis.degree.nameพัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิตth

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
nida-ths-b4883.pdf
Size:
1.67 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
Full Text

Collections