GSTM: Theses

Browse

Recent Submissions

Now showing 1 - 6 of 142
  • Thumbnail Image
    Item
    แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านน้ำราบ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 
    ปุริมปรัชญ์ ส่งศรี; ไพฑูรย์ มนต์พานทอง (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2022)
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการการมีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านน้ำราบ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านน้ำราบ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 3) เพื่อศึกษาระดับความสำคัญของการมีส่วนร่วมและระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านน้ำราบ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง และ 4) เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านน้ำราบ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง โดยการใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบสอบถามจากประชาชนในพื้นที่ชุมชนบ้านน้ำราบ ม.4 ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จำนวน 146 คน  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ 1) การแจกแจงหาความถี่ร้อยละ 2) การหาค่าเฉลี่ย 3) การหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4) สถิติ t-test ทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของสองกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระต่อกัน 5) สถิติ F-test (One -Way ANOVA) 6) สถิติ Paired Sample t-test สำหรับค่าความแตกต่างหรือช่องว่างระหว่างระดับความสำคัญของการมีส่วนร่วมและระดับการมีส่วนร่วม ผลการศึกษา พบว่า วัตถุประสงค์ที่ 1 ปัจจัยด้านภาวะผู้นำ ด้านความเข้มแข็งของชุมชน ด้านความตระหนักที่มีต่อการพัฒนาชุมชน ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ และด้านผลประโยชน์ตอบแทน มีอิทธิพลเชิงบวกต่อระดับความต้องการการมีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านน้ำราบ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 วัตถุประสงค์ที่ 2 ปัจจัยด้านภาวะผู้นำ ด้านความเข้มแข็งของชุมชน ด้านความตระหนักที่มีต่อการพัฒนาชุมชน ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ด้านผลประโยชน์ตอบแทน และด้านความรู้ความเข้าใจของประชาชน ไม่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านน้ำราบ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 วัตถุประสงค์ที่ 3 ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างระดับความสำคัญของการมีส่วนร่วมและระดับการมีส่วนร่วมด้านการตัดสินใจ ด้านการรับผลประโยชน์ ด้านการดำเนินการ และด้านการประเมินผล พบว่า ระดับความสำคัญของการมีส่วนร่วมมีความแตกต่างกับระดับการมีส่วนร่วมโดยรวมและรายด้านทุกด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จากผลการศึกษานี้นำไปสู่ วัตถุประสงค์ที่ 4 ข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านน้ำราบ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ประกอบด้วย 5 แนวทาง คือ 1) แนวทางการพัฒนาการสร้างความรับรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรภายในชุมชนบ้านน้ำราบ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 2) แนวทางการพัฒนาการประชาสัมพันธ์และการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้นำในชุมชนกับสมาชิกในชุมชน 3) แนวทางการพัฒนาศักยภาพของผู้นำชุมชนและกลุ่มเครือข่ายชุมชน 4) แนวทางการพัฒนาการรวมกลุ่มเครือข่ายภาคีทางด้านการท่องเที่ยว และ 5) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการประเมินผลการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน
  • Thumbnail Image
    Item
    อิทธิพลของความสุขในงานที่มีต่อความทุ่มเทมีใจของพนักงานบริษัทผู้ประสานงานการจัดการประชุมและนิทรรศการ
    ที คงประดิษฐ; โชคชัย สุเวชวัฒนกูล (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2022)
    การศึกษาวิจัยในครั้งมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของความสุขในงานและความทุ่มเทมีใจของพนักงานบริษัทผู้ประสานงานการจัดการประชุมและนิทรรศการ 2) เพื่อศึกษาอิทธิพลของความสุขในงานและความทุ่มเทมีใจของพนักงานบริษัทผู้ประสานงานการจัดการประชุมและนิทรรศการใช้รูปแบบการวิจัยวิจัยแบบเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ด้วยวิธีการวิจัยเชิงอนาคต (Future Research) ด้วยเทคนิค Delphi Forecasting กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ พนักงานบริษัทผู้ประสานงานการจัดการประชุมและนิทรรศการ จำนวน 203 คน  สถิติที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’s Correlation Coefficient และ สถิติถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression) ผลในการวิจัยครั้งนี้พบว่า 1) ความสุขในงานของพนักงานบริษัทผู้ประสานงานการจัดการประชุมและนิทรรศการ ด้านความประสบความสำเร็จในงานมีความสัมพันธ์เชิงบวก กับการเสริมสร้างความทุ่มเทมีใจด้านการยอมรับเป้าหมายขององค์กร ด้านความต้องการที่จะเป็นสมาชิกระยะยาวในองค์กร ด้านความพยายามและทุ่มเทเพื่อการสำเร็จขององค์กร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 2) ความสุขในงานของพนักงานบริษัทผู้ประสานงานการจัดการประชุมและนิทรรศการ ด้านความประสบความสำเร็จในงาน ด้านความหลงใหลในงาน ด้านการถูกยอมรับ ด้านความประสบความสำเร็จในงาน และด้านมนุษยสัมพันธ์ มีอำนาจในการทำนายความทุ่มเทมีใจของพนักงานได้ร้อยละ 63.0
  • Thumbnail Image
    Item
    แนวทางการจัดการโรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อตอบสนองต่อการกลับมาใช้บริการซ้ำของนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีน ในเขตปกครองพิเศษเมืองพัทยา
    ณัฐชานันท์ นุ่นมีสี; เทิดชาย ช่วยบำรุง (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2022)
    วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมของเด็กชาวจีนในการใช้บริการโรงแรมระดับ 5 ดาว ในเขตปกครองพิเศษเมืองพัทยา ในมุมมองของพ่อแม่ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการจัดการโรงแรมระดับ 5 ดาว สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีน ในเขตปกครองพิเศษเมืองพัทยา 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการกลับมาใช้บริการซ้ำโรงแรมระดับ 5 ดาว สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีน ในเขตปกครองพิเศษเมืองพัทยา และ 4) เพื่อเสนอแนะแนวทางการจัดการโรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อตอบสนองต่อการกลับมาใช้บริการซ้ำของนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีน ในเขตปกครองพิเศษเมืองพัทยา เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ กลุ่มตัวอย่างคือนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่เดินทางมากับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี และเคยเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว ในเขตปกครองพิเศษเมืองพัทยา จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งนี้ได้แก่ ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติเชิงพรรณนาประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ความถี่ ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติเชิงอนุมานประกอบด้วย การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) การวิเคราะห์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson's Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ (Multiple Regression) ผลการศึกษา พบว่า พฤติกรรมของเด็กชาวจีนในการใช้บริการโรงแรมระดับ 5 ดาว ส่วนใหญ่เด็กจะมีปฏิสัมพันธ์กับพนักงานต้อนรับส่วนหน้า บรรยากาศในห้องพัก อาหารสำหรับเด็ก และการให้บริการของสโมสรสำหรับเด็ก ทางด้านประสิทธิผลของการจัดการโรงแรมระดับ 5 ดาว สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีน ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มสำหรับเด็กระหว่างรอเช็คอิน ความสะอาดและความปลอดภัยภายในห้องพักสำหรับเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การให้บริการของสโมสรสำหรับเด็ก  และในส่วนปัจจัยที่ส่งผลการกลับมาใช้บริการซ้ำโรงแรมระดับ 5 ดาว สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีน คือ ความปลอดภัย พนักงานบริการ และความสะอาด จากผลการศึกษาข้างต้นสามารถนำไปประยุกต์และปรับใช้เป็นแนวทางแนวทางการจัดการโรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อตอบสนองต่อการกลับมาใช้บริการซ้ำของนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีน ในเขตปกครองพิเศษเมืองพัทยา ได้แก่ 1) แนวทางเพื่อยกระดับการให้บริการของโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว 2) แนวทางเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาจีนของบุคลากรที่ให้บริการนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีน 3) แนวทางเพื่อยกระดับความปลอดภัยของสถานที่ กิจกรรม การให้บริการในทุกรูปแบบที่มีความเกี่ยวข้องกับการให้บริการเด็ก 4) แนวทางการปรับปรุงและพัฒนาด้านการตลาดของโรงแรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวจีน และ 5) แนวทางการส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมสำหรับเด็กภายในโรงแรม เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และความทรงจำที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว
  • Thumbnail Image
    Item
    การศึกษาการแบ่งส่วนตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย
    สรพงษ์ เจริญกฤตยาวุฒิ; ไพฑูรย์ มนต์พานทอง (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2022)
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบแรงจูงใจในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาองค์ประกอบข้อจำกัดทางด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย 3) เพื่อศึกษาการแบ่งส่วนตลาดของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย ตามเกณฑ์คุณลักษณะแรงจูงใจในการท่องเที่ยว 4) เพื่อจัดกลุ่มของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย ตามเกณฑ์คุณลักษณะข้อจำกัดในการท่องเที่ยว ตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เคยมีประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวยังประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และพักแรมในประเทศไทยอย่างน้อย 1 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน โดยที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคมถึง 30 กันยายน พ.ศ.2564 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาตอบแบบสอบถามออนไลน์จำนวนทั้งสิ้น 659 ราย และมีแบบสอบถามสมบูรณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ทั้งสิ้น 609 ฉบับ หรือคิดเป็นร้อยละ 92.41 ของแบบสอบถามทั้งหมดที่เก็บรวบรวมได้ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์ไคสแควร์ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และการวิเคราะห์การจัดกลุ่มด้วยเทคนิค K-Means ผลการศึกษาปรากฏผล ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ พบว่า แรงจูงใจผลักในการท่องเที่ยว ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลกลุ่มต่าง ๆ (2) การหลบหนีจากวิถีชีวิตประจำวัน (3) การสร้างพลังและความบันเทิงให้กับชีวิต (4) การเดินทางท่องเที่ยวในที่ที่บุคคลรอบข้างเคยมาเยือนและการแบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยว (5) การเรียนรู้ในสิ่งที่แปลกใหม่หรือแตกต่าง (6) การเติมความฝันและการให้รางวัลในชีวิต และ (7) ความเป็นอิสระและการเปิดมุมมองให้กับชีวิต และผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ พบว่า แรงจูงใจดึงในการท่องเที่ยวประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) แหล่งท่องเที่ยวที่ครบครัน (2) แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และความเชื่อของไทย (3) แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความหลากหลาย (4) ราคา คุณภาพ และการต้อนรับขับสู้ (5) สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในประเทศไทย (6) อาหารที่เลื่องชื่อและความสะดวกสบายในการเดินทาง (7) กิจกรรมเสริมความงามและสุขภาพ และ (8) ประสิทธิภาพของนโยบายการจัดการการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ของประเทศไทยและความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยว 2. ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ พบว่า ข้อจำกัดในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยในอนาคตประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) ข้อจำกัดทางด้านความรู้ การเดินทาง และภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร (2) ข้อจำกัดในการจัดการทริปและการเข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยวของประเทศไทย (3) ข้อจำกัดทางด้านการเงิน (4) ข้อจำกัดภายในตนเอง (5) ข้อจำกัดระหว่างบุคล และ (6) ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในประเทศไทย 3. ผลการวิเคราะห์การแบ่งส่วนตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วยเกณฑ์แรงจูงใจในการท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถจัดกลุ่มได้ 3 คลัสเตอร์ ได้แก่ (1) นักท่องเที่ยวที่ไม่กระตือรือร้น  (2) นักท่องเที่ยวที่มีแรงจูงใจในการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และ (3) นักท่องเที่ยวที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง 4. ผลการวิเคราะห์การจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนตามเกณฑ์ข้อจำกัดในการท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถจัดกลุ่มได้ 5 คลัสเตอร์ ได้แก่ (1) นักท่องเที่ยวที่เผชิญกับข้อจำกัดภายในตนเองและระหว่างบุคคล (2) นักท่องเที่ยวที่เผชิญกับข้อจำกัดทางด้านระหว่างบุคคล ข้อจำกัดทางด้านความรู้ การเดินทางและภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร และข้อจำกัดทางด้านการเงิน (3) นักท่องเที่ยวที่เผชิญกับข้อจำกัดทางด้านความรู้ การเดินทางและภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร (4) นักท่องเที่ยวที่เผชิญกับข้อจำกัดทางด้านการเงินและการจัดการทริปและการเข้าถึงแหล่งข้อมูลการท่องเที่ยว และ (5) นักท่องเที่ยวที่เผชิญกับความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-2019) ในประเทศไทยและข้อจำกัดภายในตนเองและระหว่างบุคคล
  • Thumbnail Image
    Item
    แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเชียในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    มัณฑน์นันท์ ขุนฤทธิ์; ไพฑูรย์ มนต์พานทอง (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2022)
    การศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่มาท่องเที่ยวในอำเภอเกาะสมุย 2) เพื่อประเมินปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวในอำเภอสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 3) เพื่อศึกษาสถานการณ์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจากผู้มีส่วนได้ส่วนในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 4) เพื่อเสนอแนะแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้วิจัยใช้การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ  ผลการศึกษาลักษณะทางประชากรศาสตร์และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่มาท่องเที่ยวในอำเภอเกาะสมุยพบว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีช่วงอายุระหว่าง 23 – 38 ปี จัดอยู่ในกลุ่ม Gen Y หรือ Millennial ประกอบอาชีพนักธุรกิจหรือเจ้าของธุรกิจ มีรายได้ต่อเดือน 50,000 – 59,999 รูเบิ้ล และมีระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี มีสถานภาพโสด พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียพบว่านักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อพักผ่อนทางกายและจิตใจ มีจุดประสงค์ในการเดินทางมาเพื่อพักผ่อนหรือวันหยุดโดยเลือกเข้าพักในโรงแรม มีการวางแผนการเดินทางหรือรับรู้ข้อมูลการเดินทางจากการแนะนำจากบุคคลอื่น เพื่อนหรือครอบครัว มักจะใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวในอำเภอเกาะสมุย 8 – 14 วัน สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจคือ หาดเฉวง ใช้ระยะเวลาในการวางแผนการเดินทางเป็นระยะเวลา 1 – 3  เดือน และเป็นการท่องเที่ยวด้วยตนเอง โดยเดินทางมาท่องเที่ยวกับครอบครัวหรือ ญาติ มีค่าใช้จ่ายในการมาท่องเที่ยวประมาณ 60,001 – 80,000 รูเบิ้ล นักท่องเที่ยวสนใจกิจกรรมการชมธรรมชาติ หลังการเดินทางท่องเที่ยวจะแบ่งปัน / รีวิวการเดินทางท่องเที่ยวให้ผู้อื่นทราบ โดยรีวิวผ่านการบอกต่อปากต่อปาก และนักท่องเที่ยวรัสเซียส่วนใหญ่จะเดินทางกลับมาท่องเที่ยวที่เกาะสมุยอีกครั้ง ผลการศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวในอำเภอสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียมีระดับความคิดเห็นต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดทางการท่องเที่ยวอยู่ในระดับมาก โดยมีความคิดเห็นต่อช่องทางการจัดจำหน่ายมากที่สุด ในด้านผลิตภัณฑ์ (Product) มีระดับความคิดเห็นมากที่สุดเรื่องการมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ด้านราคา (Place) มีระดับความคิดเห็นมากที่สุดเรื่องราคาที่พักแรมระหว่างท่องเที่ยวเหมาะสม ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) มีระดับความคิดเห็นมากที่สุดเรื่องความสะดวกสบายในการติดต่อซื้อบัตรโดยสารเครื่องบิน และช่องทางการจัดจำหน่ายมีหลากหลายช่องทาง ด้านการส่งเสริมการตลาด (Promotion) มีระดับความคิดเห็นมากที่สุดเรื่องการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย การวิเคราะห์สหสัมพันธ์พหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ระหว่างปัจจัยส่วนผสมทางการตลาด (4Ps) และพฤติกรรมการตัดสินใจมาท่องเที่ยวพบว่า ปัจจัยส่วนผสมทางการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ (Product) มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตัดสินใจมาท่องเที่ยวในด้านการมาท่องเที่ยวซ้ำ ความพึงพอใจในประสบการณ์ที่ได้รับ ค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผล เกาะสมุยมีความสวยงามและมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ การเดินทางที่สะดวก และความพึงพอใจในประสบการณ์ที่ได้รับจากการให้บริการ สำหรับด้านพฤติกรรมการตัดสินใจมาท่องเที่ยวซ้ำอีกครั้งและผู้คนในเกาะสมุยเป็นมิตรมีความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านราคา (Price) ด้านพฤติกรรมการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเพราะอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติดีและราคาเหมาะสมมีความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด (Promotion) ผลการศึกษาสถานการณ์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจากผู้มีส่วนได้ส่วนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวพบว่า 1) แผนและวิธีการส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้แก่ แผนการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวสู่ตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซีย และแผนการอบรมภาษารัสเซียให้กับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง 2) กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้แก่ กิจกรรมเพื่อการบำบัด รักษา ฟื้นฟูสุขภาพ กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และกิจกรรมการเรียนรู้ประสบการณ์ผ่านทางอาหารไทยและอาหารถิ่น 3) ภาพลักษณ์ที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้แก่ ภาพลักษณ์ของทัศนียภาพทางธรรมชาติและภาพลักษณ์ด้านอาหาร 4) ข้อจำกัดหรืออุปสรรคที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้แก่ ด้านภาษารัสเซีย และสภาพผิวจราจรและระบบขนส่ง ระบบคมนาคมในเกาะสมุย ผลการศึกษาแนวทางทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีดังนี้ 1) แนวทางการพัฒนาเส้นทางการคมนาคมภายในเกาะสมุยและการเดินทางเข้าถึงเกาะสมุย 2) แนวทางการส่งเสริมการทำการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว 3) แนวทางการเพิ่มศักยภาพด้านภาษารัสเซียแก่บุคลากรด้านการท่องเที่ยว
  • Thumbnail Image
    Item
    รูปแบบการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต
    นภชนก ตลับเงิน; ไพฑูรย์ มนต์พานทอง (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2022)
    การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต และ 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต โดยผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากการศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากประธานวิสาหกิจชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต ผู้เล่าเรื่อง สมาชิกชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน/ผู้อาวุโส นักวิชาการด้านการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยว รวมจำนวน 30 คน และเก็บแบบสอบถามจากนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 384 คน ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ตมีศักยภาพกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 1) ด้านเรื่องราว คือ เรื่องราวมาจากทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะและการออกแบบเรื่องราวมาจากปราชญ์ชาวบ้าน 2) ด้านอรรถรส คือ มีการเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ตรง มีกิจกรรมให้ลงมือทำ มีการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 และมีการจัดกิจกรรมในสถานที่จริง และ 3) ด้านลีลา คือ การสร้างจุดเด่นทางการตลาด นักท่องเที่ยวที่มีอายุ ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกต่างกันมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้ รูปแบบการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 7 ด้าน คือ การถ่ายทอดความรู้ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ กิจกรรมที่มีการลงมือปฏิบัติ พื้นที่สร้างสรรค์ กิจกรรมการท่องเที่ยวตามกลุ่มเป้าหมาย ช่องทางรับจอง และสินค้าของที่ระลึกชุมชน